เวลาเติมน้ำมันต้องดับเครื่อง…ประโยชน์ที่แท้จริงมีอะไรบ้าง?

แบ่งปันเรื่องนี้

เวลาขับรถเข้าไปเติมน้ำมันเชื่อว่าหลายคนก็มักดับเครื่องยนต์ เพราะความเคยชินและทราบดีว่านั่นคือกฏความปลอดภัย แต่ถ้าเราไม่ดับเครื่องจะเกิดผลอะไรบ้าง?

 

ทุกวันนี้ราคาน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลถือว่าถูกลงอย่างมาก จากผลกระทบที่เกิดจากการเร่งผลิตน้ำมันทั้งจากทางกลุ่ม OPEC นำโดยซาอุดิอาราเบีย รวมถึงแหล่งใหญ่จากรัสเซียในชื่อน้ำมันดิบอูราลส์ นั่นทำให้ปริมาณน้ำมันดิบที่ออกสู่ตลาดมีราคาตกลง ทำให้เราได้เห็นน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E20 ราคาต่ำกว่า 20 บาท ซึ่งผู้บริโภคอย่างเราท่านได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ทำให้เข้าปั๊มไปเติมน้ำมันกันเต็มถังอย่างสบายอุรา

กลับเข้าเรื่องตามหัวข้อที่ได้ตั้งไว้แรกสุด เมื่อใดก็ตามที่เราขับรถเข้าไปจอดเติมน้ำมันในปั๊ม เราจะมอลเห็นป้ายว่าให้ดับเครื่องยนต์ขณะทำการเติมเชื้อเพลิง ซึ่งคนส่วนใหญ่ทำตามกฏที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ไม่ดับเครื่องสตาร์ทรถเปิดแอร์ไว้ เพราะให้เหตุผลว่าร้อนไม่อยากสัมผัสอากาศภายนอก บ้างก็บ่นว่าเหม็นกลิ่นไอน้ำมันเสียดื้อ ๆ เอาล่ะต่อจากนี้ไปคือข้อดีที่คุณจะได้รับหากดับเครื่องแล้วลงจากรถระหว่างเติมน้ำมัน

 

 

1. ป้องกันการเกิดประกายไฟ 

 

อันดับแรกสุดหนีไม่พ้นการป้องกันการเกิดไฟลุกไหม้จากไอน้ำมันที่ระเหยออกจากถัง โดยปกติแล้วรถยนต์ทุกคันมีโอกาสเสี่ยงที่สายไฟของระบบในรถยนต์เกิดประกายไฟ ขณะเดียวกัน เมื่อลงมาจากรถเราก็ควรทำการเก็บงดใช้สมาร์ทโฟนที่อาจมีไฟฟ้าสถิตย์ เพียงเท่านี้การเติมน้ำมันก็เป็นไปอย่างปลอดภัย

 

 

2. หมดปัญหาเติมน้ำมันผิดประเภท

 

แทบไม่ต้องตั้งใจสังเกตุก็จะรู้ว่าบรรดาผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันในเมืองไทย มีจำนวนไม่น้อยที่จ้างพนักงานต่างด้าว ไม่ว่าจะพม่า กัมพูชา หรือลาว ซึ่งบางคนยังไม่สามารถฟังเสียงพูดภาษาไทยได้ชัดนัก นั่นทำให้เกิดการสื่อสารที่ผิดพลาด เช่น เราจะเติมน้ำมันเบนซิน E20 แต่พนักงานดันฟังเป็นน้ำมันดีเซล B20

กรณีที่เราไม่ได้ดับเครื่องพร้อมกับเดินลงมา นั่นทำให้กว่าจะรู้ตัวว่าเติมน้ำมันผิดก็กลายเป็นหายนะเสียเวลาเสียความรู้สึก บางครั้งไม่ได้ชะล่าใจเผลอสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วขับออกไป รถของท่านก็เสียจนต้องเดือดร้อนไปฟ้องร้องให้ปั๊มรับผิดชอบ ดังนั้น ดีที่สุดหากเราจะดับเครื่องแล้วลงมายืนดูว่าพนักงานหยิบหัวจ่ายถูกตามที่เราร้องขอ เพียงเท่านี้ปัญหาเติมน้ำมันผิดก็จะหมดไปง่ายดาย

 

 

3. รถสุดรักสีไม่เปื้อน

 

ใครขี่มอเตอร์ไซค์ก็จะรู้ดีว่าถ้าเติมน้ำมันล้นถังออกมา นั่นเปรียบเหมือนกับฝันร้ายเลยทีเดียว เช่นเดียวกัน ผู้ใช้รถยนต์บางคนที่ไม่ได้ดับเครื่องหรือดับแล้วไม่ได้ลงมาจากรถ บางทีพนักงานก็ไม่ได้ระมัดระวังมากพอในการเสียบหัวจ่าย หรือกระทั้งตอนเติมน้ำมันเสร็จแล้วรีบยกหัวออกจากถัง ทำให้น้ำมันที่ค้างสายอยู่ไหลออกมาเปลอะเปื้อนตัวถัง

แน่นอนว่าน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลมีฤทธิ์กัดกร่อน และสามารถทำอันตรายต่อชุดสีตัวถังของรถได้ นั่นหมายความว่าหากคุณลงมาดูการเติมน้ำมันของพนักงานทั้งตอนเสียบหัวจ่าย รวมถึงต้องยกหัวจ่ายออก หากเกิดเหตุการณ์ที่ว่ามาก็สามารถนำผ้ามาเช็ดคราบน้ำมันได้ทันท่วงที แม้จะเสียอารมณ์อยู่บ้างแต่อย่างน้อยชุดสีก็ไม่ด่างพร้อยจากรอยน้ำมันที่ไหลผ่านชุดสี

 

 

4. ลดการโกงค่าน้ำมัน

 

ข่าวคราวพนักงานปั๊มโกงค่าน้ำมันมีพบให้กันประปราย โดยวิธีการที่คนประเภทนั้นทำก็มาในรูปแบบคล้ายกัน เช่น เราบอกว่าเติมน้ำมันดีเซล 1,000 บาท แต่พนักงานไม่ได้กดรีเซ็ทการเติมน้ำมันของลูกค้าคนก่อนหน้า ที่อาจเติมไว้เพียง 600 บาท ซึ่งตัวเลขขณะเติมก็จะไหลไปจนถึงยอดที่เราสั่งเอาไว้ ทว่าความจริงน้ำมันที่เราได้มามีมูลค่าแค่ 400 บาท เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีวิธีการโกงอีกหลายรูปแบบที่อาจพบเจอได้

การดับเครื่องแล้วลงไปดูพนักงานเติมน้ำมันอาจดูเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับหลายคน แต่การทำแบบนั้นช่วยป้องกันความผิดพลาดทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมา ทำให้เราไม่ต้องเสี่ยงทรัพย์สินเสียหายโดยใช่เหตุ รวมถึงไม่ถูกพนักงานโกงค่าน้ำมันเอากันแบบหน้าตาเฉย

ติดตามข่าวสารและบทความดี ๆ จากพวกเราทีมงาน Ridebuster.com

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments