Ford Maverick ถ้ามาไทย จะซื้อกันไหม

แบ่งปันเรื่องนี้

ฟอร์ด เขย่าตลาดอเมริกา วานนี้ ด้วยตัวรถกระบะขนาดเล็กพัฒนาจากเก๋ง ที่เคยมีกระแสว่ามาจาก Ford Focus รถรุ่นนี้ค่อนข้างชัดว่า มันไม่มน่าจะมาไทยา แต่ในฐานะที่ฟอร์ด ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 3 ตลาดกระบะ การเห็นช่องทางใหม่ๆ ทำตลาด ในอนาคต มากกว่าตายรัง ที่เรนเจอร์ และ เอเวอร์เรสต์ ก็ดูเป็นคำถามที่น่าสนใจไม่น้อย

การหายไปของตลาดรถเก๋งในไทย ทำให้ ฟอร์ด เหลือเพียงรถกระบะและรถอเนกประสงค์เท่านั้น ค่ายวงรีสีน้ำเงิน วันนี้แม้ยอดจะดี แต่ก็ร้ว่าพวกเขาต้องมีสิ่งใหม่ มากกว่าแค่ แรพเตอร์ หรือ มัสแตง ที่เขา้มาทำตลาดในระยะหลัง

Ford Maverick Hybrid
2022 Ford Maverick Hybrid

Ford Maverick ดูจะเป็นรถที่น่าสนใจและเหมาะกับตลาดไทยไม่น้อย ด้วยข้อเท็จจริงในการทำตลาดรถรุ่นนี้เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ชีวิตคนเมืองที่ต้องใช้รถหนึ่งคันทำอะไรหลายอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะการไปทำงาน โดยสาร จ่ายตลาด และ เสาร์อาทิตย์ ออกไปใช้ชีวิตให้สุดขั้วถึงใจ นั่นเป็นเหตุที่ทำให้ ฟอร์ด อาจจะกำลังคิดไม่ตกอยู่ไม่น้อยในเรื่องนี้

เบื้องต้น ฟอร์ด ยังไม่มีแผนขายเจ้า รถกระบะเล็กคันนี้ในที่อื่น นอกจากในตลาดอเมริกาเท่านั้น

แต่เรื่องราวอะไรก็เป็นไปได้ในอนาคต ถ้ามีแรงผลักดันและความต้องการจากตลาด ว่ามีแนวโน้มที่รถรุ่นนี้จะขายได้ ซึ่งแน่นอนว่า สเป็คจะต้องต่างจากตลาดอเมริกาอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่ทำให้รถรุ่นนี้น่าสนใจ เริ่มจากขนาดตัวรถ ที่จัดหมวดในระดับ Compact Pick Up มีขนาดเพียงพอกับการใช้งานในเมือง และ ใช้เดินทาไกล กระบะท้ายมีความยาว 1.5 เมตร และ เพิ่มความยาวเป็น 1.8 เมตร เมื่อ เปิดฝาท้ายลงมา

ฟังชั่นที่น่าสนใจ คือ flexbed ทางฟอร์ด นำเสนอ การให้คุณ DIY กระบะท้ายเพื่อการบรรทุกต่างๆ ได้เอง โดยอาศัยเพียงร้านเครื่องมือช่างแถวบ้าน อาทิ การทำที่ใส่จักรยานเอง , การสร้างช่องเก็บของเอง ทั้งหมด สามารถหาข้อมูลได้จากทาง Ford โดยตรง และมีช่องชาร์จ 12 โวล์ต และ ปลั้ก 110 โวล์ต มาให้

ไม่เพียงเท่านี้ Ford Maverick ยังนำเสนอ การโดยสารสะดวกสบายที่สุด ในการเดินทาง สำหรับคน 4 คน และจุ มากที่สุด คือ 5 คน ถือเป็นไม้ตายสำคัญในการใช้งาน ไม่เพียงแค่นี้ มันยังมาพร้อมกับชุดจอขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple Car Play และ Android Auto

ส่วนสำคัญ ที่ทำให้เรา คาดว่า รถรุ่นนี้จะไม่ เข้าไทย ก็คงเป็นระบบขับเคลื่อน 2.5 ไฮบริด และ 2.0 เทอร์โบชาร์จ มีกำลัง 191 แรงม้า แรงบิด 204 นิวตันเมตร และ 250 แรงม้า ทำแรงบิด 375 นิวตันเมตร ตามลำดับ

ถือว่ามีกำลังขับค่อนข้างมาก และใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการขับเคลื่อน ทั้งยังมาพร้อม 5 โหมด การขับขี่ ด้วย ค่อนข้างจะยากที่น่าจะเข้ามา

Ford Maverick Hybrid
2022 Ford Maverick 2L-EcoBoost AWD Lariat

แต่ประเด็นที่ทำให้รถรุ่นนี้น่าสนใจ ถ้ามองในมุมการใช้งาน อย่างแรก, คือ เรื่องขนาดที่เหมาะสมกับคนทั่วไป ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ซื้อกระบะ เพื่อใช้ในการทำกิจกรรมวันว่าง และกระบะปัจจุบัน มีขนาดใหญ่มาก อาจจะเรียกว่า ใหญ่เกินความจำเป็นด้วยซ้ำ และไม่เคยใช้น้ำหนักบรรทุก ตามพิกัดที่สามารถทำได้สูงสุด

ยกเว้น กลุ่มคนทำงานอาชีพก่อสร้าง หรือ สายช่างบางประเภท จะใช้ความสามารถดังกล่าวคุ้ม ซึ่ง Maverick มีความสามารถรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 680 กิโลกรัม หรือ สามารถ แบกบิ๊กไบค์ได้ราวๆ 2-3 คัน โดยประมาณ นับว่าไม่น้อยเลย เมื่อเทียบกับรถที่เป็นแบบ Unibody

ประการต่อ ความสามารถในการขับขี่ รถกระบะมีปัญหาสำคัญ คือ มันใช้ต้องใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ เพื่อสอดรับกับน้ำหนักตัวรถ ทำให้มีอัตราประหยัดค่อนข้างแย่ ไม่สู้ดีนัก เครื่องยนต์ระดับ 1.9 -2.4 ขับทางไกล จะได้ราวๆ 12-13 ก.ม./ลิตร หากกระบะมีขนาดเล็กลง น้ำหนักตัวลดลง ความประหยัดก็จะเพิ่มขึ้น

Ford Maverick Hybrid

การให้ เครื่องยนต์เบนซินในรถกระบะ เป็นสิ่งที่ไม่นิยมในไทยนัก เนื่องจากคนไทยมองเรื่องกำลังแรงบิด แต่วันนี้เครื่องยนต์เบนซินสมัยใหม่ เช่น Ecoboost 1.5 เทอร์โบ มีความสามารถในการใช้งานที่ค่อนข้างดี ให้แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ซึ่ง นั่นเพียงพอกับการใช้งานทั่วไป กับคนที่ไม่ได้บรรทุกของมากมายนัก และมีความประหยัดกว่ารถกระบะทั่วไปแน่ๆ

รวมถึง ความสามารถในการขับขี่เรื่องการสั่นสะเทือนจากถนนเข้าตัวรถ ก็ดีกว่า และนั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนเฝ้ามองหาในรถกระบะ ที่ยังไม่มีใครเสนอขายในไทย นับตั้งแต่การมาของ Nissan NV เมื่อ ช่วงยุค 90

Ford Maverick ที่เปิดตัวออกมาในวานนี้ เป็นรถที่ทั่วโลก ต่างปรบมือเกรียวกราวให้ค่ายวงรีสีน้ำเงิน ถึงความกล้าในการทำตลาด แต่รถนี้ยังไม่น่าจะทำตลาดในไทย เว้นแต่ว่า ถ้าทางออสเตรเลียเอาด้วย ใครจะรู้ไม่แน่เราอาจได้เห็นกระบะเล็กคันนี้ในไทย ก็ได้

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments