ซื้อรถยุคโดวิด บทเรียนใหม่ ของ บริษัทรถยนต์ !!

แบ่งปันเรื่องนี้

ในปี พ.ศ.  2563   ที่ผ่านมา เรื่องราวที่ดูจะเป็นเรื่องใหญ่สร้างผลกระทบสำคัญ ต่อการขายรถยนต์ไม่มากก็น้อย ดูจะเป็ยการมาของไวรัสโควิด  19  จนทำให้ธุรกิจยานยนต์ชะงักไปในช่วง  2-3  เดือน

การมาของไวรัส โควิด  19  ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงในหลายธุรกิจมากมาย กับธุรกิจยานยนต์ การทำอย่างไรให้คนยังซื้อรถก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ไวรัสตัวนี้แพร่ทางการสัมผัสจับ ทำให้หลายคนหวั่นใจไม่น้อย รวมถึงวิกฤตการณ์ที่ใช้เวลายาวนานในการจำกัด ควบคุมโรคระบาด ซึ่งในวันนี้ที่เขียนบทความนี้ ก็เริ่มมีระลอกใหม่เกิดขึ้น คงได้เวลา มามองย้อนว่า โควิด19 ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงต่อ วงการยานยนต์ไปอย่างไร

แน่นอนว่า จะขายของให้ได้ สิ่งที่สำคัญ ที่สุดคือตัวสินค้าหรือในที่นี้ ก็หมายถึง ตัวรถยนต์ที่ นำเข้ามาขาย ต้องมีความน่าสนใจ ในปี  2563   บริษัทรถยนต์หลายเจ้า ได้ใช้โอกาสส่ง สินค้าในลักษณะไพ่ตายไม้เด็ดลงมาขาย หลายรุ่น อาทิ  Nissan  ส่ง Nissan kicks e-Power, Nissan Navara   ส่วน  Toyota   ส่ง   Toyota Corolla Cross   มาสด้า ก็มี  Mazda CX-30  รวมถึงฮอนด้า เผยที่สุดทีเด็ดแพ็คคู่รถยนต์  Honda City series   ในรุ่น  5   ประตู แฮทช์แบ็ค และ  4   ประตู เครื่องยนต์ไฮบริด หรือ  MG EP   รถยนต์ไฟฟ้า ทรงเอสเตท

มองเผิน ทั้งหมดนี้ก็คือ รถใหม่ธรรมดาๆ แต่ถ้ามองลึกลงไป แต่ละรุ่นที่กล่าวมา เป็นรถยนต์ที่มีจุดขายโดดเด่น ที่มีการผสมผสาน อาทิ รถอเนกประสงค์กับรถไฮบริด , รถนั่งดานกับรถไฮบริด  หรือรถเอสเตท ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ได้คุณค่าจากรถ  2 in 1  ในคันเดียว เป็นประโยชน์มากกับผู้ซื้อที่กำลังมองหารถคันใหม่

การแข่งขัน ตัวสินค้าว่ารุนแรงมากในปีนี้แล้ว การแข่งขันทางด้านราคาก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะรถใหม่ในปีนี้ ส่วนใหญ่ตั้งราคาแกมา ชนิดที่คนเห็นแล้วไม่ค่อยจะลังเล ไม่สูงจนเกินงาม จนต้องครุ่นคิด กับยุคผ่านหลังวิกฤติเช่น

ยกตัวอย่างเช่น  Toyota Corolla  Cross   รถอเนกประสงค์เครื่องไฮบริด พร้อมระบบความปลอดภัยครบเซท ตัวท๊อปสุด ราคาเฉียด  1.2  ล้านบาท เท่านั้น  แม้แต่เจ้าตลาดดังเดิม อย่าง   Isuzu MU-X  ยังต้องปรับทัพตัวเอง เปิดตัวรถรุ่นใหม่ในราคาที่ทุกคนต้องถึง เมื่อรุ่นท๊อป  เครื่อง 3.0  ลิตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ และมีระบบความปลอดภัย ราคาสูงสุดสุดเพียง 1.579   ล้านบาท เท่านั้น และรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ ราคาจบที่  1.479   ล้านบาท

นอกจากนี้ปีนี้การแข่งขันทางด้านราคาค่อนข้างหนักหน่วง แม้แต่ ฮอนด้า ยังต้องเปิดรถ   Honda City e:HEV   ในราคาเพียง   839,000 บาทเท่านั้น เทียบกับคุณสมบัติรถที่ได้ นับว่าน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว ได้ทั้งไฮบริด และระบบความปลอดภัย  ครบลงตัวพร้อมออพชั่นใหม่ๆ จนนาทีใครตั้งราคาไม่โอเคต้องเร่งปรับตัว อย่างเช่น  Nissan kicks e-Power ราคา ตัวท๊อป ทะลุล้านกว่าบาท แม้ว่าเป็นราคาช่วงแนะนำ เมื่อคู่แข่งเยอะ นิสสัน จึงต้องปรับออพชั่นอย่างทันควันส่งท้ายปี เรียกว่า เอาตัวรอดไปได้หวุดหวิด

สงครามราคาไม่ได้จบเพียงแค่ในกลุ่มรถใหม่เท่านั้น กลุ่มรถปลายโฉมก็ลงมาเล่นตลาดราคาด้วย มีทั้ง   Suzuki ปรับ ราคาขาย   Suzuki Celerio   ลดลง ตั้งแต่ต้นปีจนราคาน่าสนใจ ขณะที่มาสด้า ปรับช่วงราคา   Mazda CX-3 จนกลายเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่น่าสนใจขึ้นมาทันที ด้วยรุ่นเริ่มต้นราคาไม่เกิน  8  แสนบาท รียกลูกค้ามาซื้อรถมากขึ้นตามคาด

เมื่อมีโควิดระบาด ปัญหาหลายอย่างในเรื่องช่องทางการขาย และเข้าถึงลูกค้า เป็นประเด็นร้อนที่สำคัญ การจัดงานมอเตอร์โชว์เรื่องจนเข้ามาถึงเดือนกรกฎาคม ขณะที่การเดินสาย   Road Show นั้นเป็นไปได้ยาก และไม่สะดวก  รวมถึง คนรู้สึกไม่อยากจะออกจากบ้านเท่าไรนัก

ทั้งหมดนั้น ทำให้ช่องทางการซื้อรถยนต์ผ่านระบบออนไลน์เริ่มเกิดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะมาสด้า ตัดสินใจพัฒนาระบบที่เรียกว่า  Mazda Sky Booking  ให้ลูกค้าจองรถผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ ครั้งแรก ก่อนจะมีค่ายอื่นๆ เริ่มดำเนินรอยตาม เนื่องจากเป็นช่องทางสะดวก และลูกค้าสามารถทราบราคา รวมถึงคุณลักษณะตัวรถก่อนได้ในเบื้องต้น

ในแง่โชว์รูมต่างๆ เริ่มให้ความสำคัญกับการให้พนักงานขายใช้โซเชี่ยลมีเดียมากขึ้นในการหาลูกค้ามาซื้อรถ เราจะพบว่าตามกลุ่มรถยนต์แทบทั้งหมด มีเซลล์แฝงตัวเข้าไปมากมาย พร้อมเปิดการเจรจาทันทีที่ลูกค้าสนใจ เป็นภาพที่เห็นบ่อยขึ้น

อย่างไรก็ดี มีข่าวดีว่า ด้วยการแพร่ระบาดจากการสัมผัส ทำให้คนพยายามจะเลี่ยงระบบขนส่งมวลชนให้ได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นคือการใช้งานรถยนต์ส่วนตัว ด้วยเหตุนี้ คนจึงยังมองหารถใหม่ อย่างน้อยๆ ที่สุด ต้องเป็นรถมือสอง เพื่อการใช้งาน จะได้ไม่ต้องไปกลัวเรื่องไวรัส เวลวาจะเดินทางแต่ละที

พูดถึง สินค้า ราคา และ ช่องทางการขายไปแล้ว ท้ายที่สุดให้ครบหลักการตลาดแท้จริง ก็คงต้องพูดถึงเรื่องโปรโมชั่น ปีนี้เป็นปีทอง ของคนอยากซื้อรถ เพราะทุกบริษัทต่างพยายามเก็บกู้ยอดขายจากช่วงวิกฤติ ด้วยโปรโมชั่นต่างๆ โดยเฉพาะใครที่มองรถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ หรือ เริ่มมีขาวว่ากำลังจะเปลี่ยนโฉม

ปีนี้โปรโมชั่นจัดหนักมากๆ บางยี่ห้อ รถ 7-8   หมื่น แต่ส่วนใหญ่ที่ถูกใจสายผ่อน คือ ออกรถวันนี้ ขับฟรี… วัน เป็นกลยุทธ์น่าสนใจ ที่หลายค่ายออกมาทำ โดยนำมาร์จิ้นการขายมาโป๊ะค่างวดแทนลูกค้า โดยจ่ายล่วงหน้ากับทางไฟแนนซ์  ทำให้ได้คุณลักษณะไม่ต้องผ่อนรถในช่วงระยะเวลาที่กำหนด

นอกจานี้หลายแบรนด์เริ่มให้ สิ่งจำเป็นประเภทอุปกรณ์เสริมกับรถยนต์บางประเภท เช่นรถไฮบริดเสียบปลั้ก และรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะตู้ชาร์จไฟ ฟรีค่าติดตั้ง , ประกันภัยชั้น 1 กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการซื้อรถยุคใหม่ ไปแล้ว

ทางด้านการบริการหลังการขาย โควิดแบบนี้ รถก็ต้องดูแล จะไปศูนย์บริการก็กลัว  บางโชว์รูม ก็มี   Delivery  Service  อย่าง   MG   ที่มี MG Mobile Service  ทราบมาว่าได้รับความนิยมจากลูกค้ามากขึ้น บางยี่ห้อก็ให้ช่างเดินทางไปรับรถลูกค้าถึงบ้าน เพื่อนำมารับบริการ และ ส่งคืนแก่ลูกค้า พร้อมฉีดน้ำยาค่าเชื้อโรคภายในให้ด้วย แต่ส่วนใหญ่จะเริ่มมีแคมเปญลดค่าอะไหล่ออกมา

การเปลี่ยนแปลงทางด้านบริการหลังการขายค่อนข้างจะหนักหน่วงในปีนี้ เพราะ การให้บริการดูแลรถยนต์เป็น   Service  รายได้ของศูนย์บริการอย่างหนึ่ง แต่หลายบริษัท ก็ถือโอกาสใช้เวลานี้พัฒนาศักยภาพการให้บริการ อาทิ มาสด้า มีช่องซ่อมเร็ว  Fast Track Service,   เช่นเดียวกับ   Ford  ที่มีการบริการลักษณะเดียวกัน

 

สำหรับปีนี้ จะเห็นได้ว่าในวิกฤต มีโอกาส มีการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ ตัวผลิตภัณฑ์ที่ออกมาวางขาย การเร่งปรับตัวสู้คู่แข่ง ,​การเซทราคารถที่มีความเหมาะสมในการใช้งานมากขึ้น และการพยายามเข้าถึงลูกค้ามากกว่าเดิม รวมถึงโปรโมชั่นที่ออกมาจูงใจ

ในปีหน้าฟ้าใหม่ เราเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ อาจจะกลายเป็น   New Normal  ของการขายรถในอีก  10  ปี ข้างหน้า ซึ่งโควิด  19 ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่าในวิกฤติ มีโอกาส เสมอ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments