ล้างแอร์ไม่ถอดตู้ สกปรก จำเป็น …. หรือ สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรา ร้านแอร์รถยนต์หลายแห่ง เริ่มโปรโมทวิธีการล้างตู้แอร์รถยนต์ โดยไม่ถอดตู้  ด้วยการชูประเด็นความสะอาดภายในรถ และคราบสกปรกที่เกาะตามตู้แอร์หลังจากผ่านอายุการใช้งาน ด้วยคำแนะนำว่า ควรล้างทุกปี ทั้งที่ความจริงอาจไม่จำเป็นเลยด้วยซ้ำ

กระบวนการล้างตู้แอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลก วัน เพียงแต่ในอดีตการล้างตู้แอร์ หรือ แผงคอยย์เย็นที่ติดตั้งในห้องโดยสาร ต้องใช้วิธีการถอดประกอบแผงแอร์จากตัวตู้แอร์ ออกมาทำความสะอาด เช็คสภาพความเสื่อมในการใช้งานก่อน ประกอบกลับเข้าไป เติมน้ำยาก็กลับมาเย็นและสะอาดอีกครั้ง

การล้างแอร์แบบไม่ถอดตู้

การล้างตู้แอร์แบบไม่ถอดตู้ มีขั้นตอนคล้ายกัน ต่างกันที่แทนที่จะถอดตู้ออกมาให้เห็นและความสะอาดด้วยสายตา ก็ใช้วิธีการเอากล้องวีดีโอ ติดที่ปลายหัวฉีด  แล้วสอดผ่านช่องกรองแอร์ เข้าไปฉีดทำความสะอาดตู้แอร์ แล้วปล่อยคราบสกปรก ไหลออกมาทางช่องน้ำทิ้งของตู้แอร์ เป็นอันเสร็จสิ้น

ขั้นตอนที่ใช้เวลาเพียง 15-20 นาที สกปรกหน่อย อาจใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ทำงานง่ายรับเงินง่าย ทำให้ ร้านแอร์จำนวนมากนิยมรับบริการดังกล่าว และคนก็เชื่ออย่างสุดใจว่าควรล้างตู้แอร์บ่อยๆ จาก จาก ปีละครั้ง เหลือเดือนละครั้ง และล่าสุดเราเห็นตัวเลข 2-3 เดือนครั้ง ทั้งที่ การล้างตู้แอร์อาจไม่จำเป็นเลยด้วยซ้ำไป

ทำไม ต้องล้างตู้แอร์?

หลายคนมองแอร์บ้าน แล้วมาเทียบกับรถยนต์ด้วยคุณลักษณะการทำงานที่เหมือนกันว่า แอร์รถยนต์หมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสาร   ตลอดเวลา ซึ่งมีฝุ่นจากที่เราเดินขึ้นลงรถเช่นกัน จึงน่าจะมีคราบฝุ่นหลุดไปในตู้อร์บ้าง และฝุ่นเหล่านี้นี่แหละ ที่ทำให้คราบสกปรกฝังแน่น หมักหมมเป็นเชื้อโรค ก่อปัญหาสุขภาพ

อย่างที่เรากล่าวไปในตอนแรก ตู้แอรืในปัจจุบัน จะมีกรองแอร์ หรือ   Cabin Air Filter  สำหรับดักฝุ่นจากอากาศที่ดูดเข้าหาตู้แอร์ กรองตัวนี้ มีคุณสมบัติสามารถกัดฝุ่นได้ ร้อยละ80-90 เลทีเดียว กรองปกติทั่วไป ราคาไม่กี่ร้อยบาท และคำแนะนำให้เปลี่ยนทุกๆ 20,000 ก.ม. หรือ ทุกปี เพื่อความสะอาดและประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่น

ปัจจุบัน มีการพัฒนาชุดกรองให้สามารถดักฝุ่น  PM 2.5  ได้ ราคาอาจจะสูงกว่ากรองปกติทั่วไปสักหน่อย บางยี่ห้อออกแบบมาถึงกรองเชื้อโรคได้ ทั้งหมด เพื่อกรองแรงลมที่เข้าไปยังตู้แอร์ และลดคราบฝุ่นที่จะก่อในชุดคอยยเน ซุ่งนานวันไปก็จะทำให้เกิดการรั่วได้

ตัวกรองที่เพิ่มเข้ามาในรถยุคใหม่ ช้วยยืดอายถตู้แอร์และความสกปรกที่จะเกิดขึ้นในตู้แอร์แล้ว ปัจจุบัน ตู้แอร์รถยนต์ทุกรุ่นมีอายุการใช้งานสั้นลง ด้วยแนวทางการพัมนาระบบความเย็นแบบใช้ความร้อนผสม ในระบบรถยนต์สมัยใหม่ ทำให้ อายุตู้แอร์อยู่ในช่วงระหว่าง  3-5 ปี เต็มที่ไม่เกิน 7 ปี

recirculation air

ทำให้ไม่ว่าอย่างไรเสีย ในช่วง 3-5 ปี คุณก็มีโอกาสต้องเปลี่ยนตู้แอร์อันใหม่ ในทางเดียวกัน มันหมายถึงคุณลาขาดคราบสกปรกหมักหมมจากการใช้งานมายาวนานด้วย

อย่างไรก็ดี หลายคน อาจจะเถียงคอเป็นเอ็นว่า การล้างตู้แอร์แบบไม่ถอด ยังไงก็จำเป็น เนื่องจากช่วยขจัดคราบออกได้ทันที ดีกว่ารอให้ 2-3 ปี แล้วมาเปลี่ยนตู้ หรือ รอวันหมดอายุการใช้งาน

ถ้าคุณเพิ่มล้างแอร์ไปหมาดๆ เราอยากให้คุณดูภาพตู้แอร์รถคันหนึ่งที่เพิ่งล้างตู้แอร์มาไม่นาน ก่อนตู้จะสิ้นอายุการใช้งาน แอร์รั่ว ต้องถอดเปลี่ยนอยู่ดี

ภาพที่เห็นคือ การล้างแบบไม่ถอดตู้ จะเข้าถึงและทำความสะอาดแผงคอยย์ได้เพียงบางส่วนเท่านั้นไม่ใช่ ทำความสะอาดได้ทั้งหมด อย่างที่เราเข้าใจกัน  จุดไหนส่องกล้องไปถึง ช่างเห็นฉีดถึง จะทำความสะอาดได้ จนอย่างที่เห็น หลายจุดไม่สะอาด คำถาม คือ คุ้มค่าต่อการเสียเงินเสียเวลาล้างแอร์หรือ

นอกจากนี้ ช่างผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการใช้ หัวฉีดมำความสะอาดตู้แอร์ อาจทำให้เกิดความเสียหายกับฟินคอยย์ได้  ถ้าผู้ทำไม่ระวัง บางครั้งการล้างหากใช้น้ำมากเกินไป นอกจาทำความสะอาดไม่ครบแล้ว ยังอาจทำให้ ตู้รั่วเร็วขึ้นอีกต่างหาก

แน่นอนทุกคนอยากให้อากาศที่เราสูดดม มีความสะอาดดีต่อสุขภาพเรา และคนที่เรารัก การจะเสียเงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ใช่เรื่อวที่แปลก หากการล้างแอร์แบบไม่ถอดตู้ ในมุมหนึ่งอาจไม่มีความจำเป็น เพราะ มีกรองแอร์อยู่แล้ว ขยันเปลี่ยนทุกปี ช่วยลดฝุ่นผ่านตู้ได้พอสมควร แถม ตู้แอร์ปัจจุบัน มีอายุการใช้งานชัดเจน ต้องเปลี่ยนทุก 3-5 ปี แล้วแต่การใช้งาน แถมการล้างแม้ง่ายดาย แต่ กก็ไม่สะอาดทั่วถึง

ดังนั้น แม้ การล้างแอร์แบบไม่ถอดตู้ ฟังดูดี เป็นวิธีชาญฉลาด ในการทำให้ระบบปรับอากาศสะอาดเหมือนใหม่ ความจริงแล้วคุณแน่ใจหรือ ว่าเขาจะทำความสะอาดแอร์คุณเหมือนใหม่จริงๆ หรือ แค่เขาเอาหัวฉีดเข้าไปล้าง ก็ทำให้เชื่อว่า คุณกำลังสูดดม อากาศที่สะอาดกว่าเดิม  

ทั้งที่ความจริง ทำความสะอาดได้แค่บางส่วน และ ยังไงเสีย ท้ายสุดในอนาคตอันใกล้ก็ต้องเปลี่ยนตู้แอร์อยู่ดี

Comments

comments