Volkswagen ID. Buzz เปิดขายในบ้านเกิดด้วยราคา 1.9 ล้านบาท

แบ่งปันเรื่องนี้

หลังสร้างกระแสตอบรับจากชาวโลกในทิศทางที่ดีได้อย่างล้นหลาม ล่าสุด Volkswagen ID. Buzz รถตู้ไฟฟ้าหน้าตาร่วมสมัยก็พร้อมแล้วที่จะถูกวางขายอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มต้นกันนก่อนนที่ประเทศบ้านเกิดของมันเองอย่างเยอรมัน

Volkswagen ID. Buzz

จากข้อมูลในเบื้องต้น ระบุว่า Volkswagen ID. Buzz ที่ชาวไทยหลายๆคนกำลังให้ความสนใจมันอยู่นั้น ได้ถูกเปิดราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศเยอรมัน ด้วยตัวเลขเริ่มต้นที่ 54,430 ยูโร หรือก็คือราวๆ 1.98 ล้านบาท ในส่วนของตัวรถรุ่น Cargo ซึ่งออกแบบมาเพื่อการใช้งานเชิงพานิชย์ ขณะที่ตัวรถรุ่นสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน (Passanger) ก็จะอัพราคาขึ้นมาเป็น 64,581 ยูโร หรือราวๆ 2.35 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ราคาของตัวรถ Volkswagen ID. Buzz ที่ว่า เป็นราคาวางจำหน่ายที่ทางค่ายประกาศออกมาโดยไม่รวมส่วนลดของรัฐบาลเยอรมัน ซึ่งจะมีการหนุนค่าตัวรถให้กับประชาชนสูงสุด 7,500 ยูโร หรือก็คือราวๆ 272,000 บาท ตามนโยบายสิ่งแวดล้อม นั่นจึงหมายความว่าหากเป็นตัวรถรุ่น Cargo ก็อาจจะมีราคาเหลือแค่เพียง 1.7 ล้าน และรุ่นบนสำหรับการใช้งานทั่วไป ก็จะมีราคาเพียง 2 ล้านนิดๆเท่านั้น เมื่อชาวเยอรมันซื้อมันจริงๆ

ด้านข้อมูลที่น่าสนใจของ Volkswagen ID. Buzz ทั้งสองรุ่น หลักแล้วก็คงต้องเริ่มต้นจากการที่มันได้ถูกสร้างโดยได้แรงบันดาลใจมากจากรุ่นพี่ในตำนานอย่าง Volkswagen Microbus แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป รวมถึงการใช้ขุมกำลังแบบไฟฟ้า 100% จึงทำให้มันถูกผสมงานดีไซน์ที่ดูล้ำสมัยเข้าไปแบบเต็มขั้นตั้งแต่หัวจรดท้าย

ฝั่งงานตกแต่งภายใน นอกเหนือจากงานดีไซน์คอนโซลที่ดูร่วมสมัยไม่แพ้หน้าตาภายนอก ก็มาพร้อมกับชุดหน้าจอ MID แบบ Full Digital TFT ขนาด 10 และจอแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ ขนาด 10-12 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังชันก์, และเบาะนั่ง รวมถึงวัสดุหุ้มหนังต่างๆในตัวรถ ล้วนไม่ได้ใช้หนังสังเคราะห์ธรรมดาๆ แต่เป็นหนังสังเคราะห์ที่ทำขึ้นจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิลจากขวดน้ำทิ้งแล้วเกือบทั้งหมด ระบบความปลอดภัยอีกมากมาย เช่น Emergency braking system, Proactive occupant protection system, Electronic climate control, และ Cruise control เป็นต้น

ส่วนขุมกำลังของเจ้ารถตู้ไฟฟ้าหน้าตาน่ารักคันนี้ ก็แน่นอนว่าต้องเป็นแบบมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร และจะขับเคลื่อนไปที่ล้อหลังเพียงอย่างเดียว ส่วนความเร็วสูงสุดถูกล็อคไว้ที่ 145 กิโลเมตร/ชั่วโมง, และแบตเตอรี่ที่ติดรถมาก็มีความจุ 82 kWh เพียงแบบเดียวเท่านั้นในตอนนี้

ข้อมูลจาก Motor1

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments