User Review : Mazda   CX-5 น้ำดัน ….น่ากลัวจริง หรือ

แบ่งปันเรื่องนี้

สวัสดีครับ ผมเป็นผู้ใช้รถยนต์ มาสด้า CX-5 2.2D MC ตัวขับสอง ปี 2016 ครับ

ก่อนอื่นขอเกริ่นแบบนี้ครับ ปัจจุบันงานที่ผมทำอยู่ต้องเดินทางและต้องใช้รถวันๆนึงค่อยข้างมากครับ เฉลี่ยวันละ80-100 กิโลกว่าๆ ก่อนหน้านี้ผมใช้รถเบนซิน เก๋งซีดาน โตโยต้าแคมรี่ ปี2007 ZACV40) ติดแก๊ส

ช่วงที่ตัดสินใจจะซื้อ Mazda  CX-5 เจ้าแคมรี่มันเริ่มมีปัญหากวนใจมาเป็นระยะๆ ครับ บวกกับกิเลสมันเริ่มมากขึ้นเรื่อย ผมจึงเริ่มคิดมองหารถคันใหม่ ที่ตอบโจทย์การใช้งานของผม นั่นคือ

  1. ต้องเป็นทรง SUV เพราะเดินทางยาวๆเยอะ เบื่อกับถนนเมืองไทยที่เป็นหลุมเป็นบ่อ หวังว่ามันจะรูดได้แบบไม่ต้องกังวล ใต้ทัองสูง ไม่ต้องกังวลใดๆอีกถ้าเจอน้ำขังรอการระบายในกทม. (ช่วงนั้นปัญหาน้ำท่วม กทม.มาแรงครับ)
  2. ต้องเป็นเครื่องดีเซล เพราะคาดหวังว่าจะ ทนทาน การดูแลรักษาง่าย ประหยัดเชื้อเพลิง เพราะเราใช้รถเยอะมากๆ
  3. ต้องอัตราเร่งดีกว่าคันเก่า ขับสนุก เล่นกับโค้งไว้ใจได้

 จึงมาจบกับเจ้า Cx5 2.2D ขับ2 คันนี้

Mazda CX-5

หลังจากออกรถมาช่วงแรกยอมรับว่า หลง มากๆครับ มันดีไปหมด อัตราเร่งแซงดีแบบถูกใจ อัตราสิ้นเปลือง ในเมือง 14.5-15 กิโลเมตร/ลิตร ทางไกล ไม่กดมาก 16-17.5 กิโลลิตรมีให้เห็น (ขับไม่เกิน 110 ก.ม./ชม.) เร่งแซงบ้างบางจังหวะ, เสียงเครื่องเงียบ นี่หรือดีเซล ลืมดีเซลเก่าๆไปเลย บอกเลยว่าตอบโจทย์สุดๆ ประหยัดค่าเชื้อเพลิงต่อเดือนได้เยอะครับ

ส่วนตัวแฮปปี้มากๆ แต่แล้วไม่นาน…ผมก็เริ่มเห็นเพื่อนๆในคลับ โพสกันว่า เค้าเจอปัญหาขับๆอยู่ รถดับ เปิดฝากระโปรงหน้ามาก็เจอว่า…“น้ำหม้อน้ำกระจายเลอะเต็มห้องเครื่องไปหมด” รถดับคาเท้า , อาการนี้จะพบในรถที่วิ่งไปเกือบแสนโลบ้าง แสนกว่าโลบ้าง…แล้วผมก็เห็น โพส ทำนองนี้ผ่านตาเข้ามาเรื่อยๆ แต่จะเป็นโฉมแรกก่อน Minorchange ทั้งสิ้น เลยคิดเข้าข้างตัวเองมาตลอดว่า รุ่นเรา ไมเนอร์ต้องแก้ไขแล้วไม่เจอปัญหานี่แน่นอน



พวกเขาต้องเป็นพวกเท้าหนักแน่นอน ไม่ก็ พวกไม่เคยดูแลรถยนต์ ใช้อย่างเดียวชัวร์ๆ ผมไม่กลัว ผมคิดว่าผมดูแลถึงแน่นอน แต่ก็ไม่นิ่งนอนใจครับ

รถรุ่นนี้มีปัญหาเรื่องความร้อนใช่ไหม หม้อน้ำกระจาย ผมเลยหาอุปกรณ์เพื่อใช้ตรวจสอบ ผมจึงไปหาซื้ออุปกรณ์ OBD2 มาติดเพื่อดู สถานะอุณหภูมิของน้ำหม้อน้ำของรถเรา และผมก็คอยสังเกตอุณหภูมิน้ำตลอด ทุกช่วงการทำงานของรถเรา เช่น สตาร์ทตอนเช้า ,เดินเบา ,ขับปกติ ,กดเร่งแซง แช่ความเร็วสูงๆ ,ช่วงเวลาที่รถยนต์เริ่มกระบวนการเขม่าใน DPF , รถติดแดดร้อนๆ , รถติดในขณะฝนตก ว่าแต่ละรูปแบบการทำงานอุณหภูมิแตกต่างกันอย่างไร

ถ้าวันไหนตัวเลขเพี้ยนไปจากเดิม นั่นจะทำให้ผมรู้ทันทีว่า มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับรถเราแล้ว ผมจะได้จอดหรือตรวจสอบ ป้องกันความเสียหายได้ทัน นั่นคือสิ่งที่ผมคิด

ต่อมาผมก็เลือกใช้น้ำมันเขื้อเพลิงเกรดพรีเมี่ยมตลอด ลองมาหมกค่ายหอย เสือ ตราดาว ใบไม้ และเติมดีเซลธรรมดา แค่บางเวลาที่ออกต่างจังหวัดเท่านั้น แถมใส่สารเคลือบเครื่องยนต์ของ Liqui Moly ตัวceramic ทุกๆ40,000 เพราะต้องการปกป้องเครื่องยนต์ให้อยู่กับเรานานๆ จึงมั่นใจว่า ผมจะต้องไม่เจออาการดังกล่าว

จนวันหนึ่งผมมีโอกาสต้องขับเจ้า Mazda cx5 ด้วยความเร็วสูง แบบบ้าระห่ำ ระดับกดหมด แช่ที่ 160-170-180… (เพื่อนต่างชาติผมกำลังจะตกเครื่อง) เช้าวันต่อมาผมเปิดฝากระโปรงเช็คนู้นนี่ก่อนออกไปทำงานตามปกติ ผมก็พบเจอ ระดับน้ำหม้อน้ำในถังพักน้ำผม สูงขึ้นมาจากปกติ เลยขีด F มาประมาณ 3 cm ( ตอนนั้นเลขไมล์ ประมาณ79,000 กิโลเมตร )

Mazda CX-5

 ผมตกใจมาก!!! แต่ยังใจดีสู้เสือ คิดว่า เมื่อวานเราซิ่งมาก ลองทิ้งไว้ดูอาการเดี๋ยว เครื่องยนต์คงดูดกลับไประดับปกติเองแต่….ในวันเดียวกันนั้น ผมขับรถไปทำงานตามปกติ ใจคอก็ไม่ปกติแล้วคับ กังวลไปหมด เปิดฝากระโปรงเช็คทุกครั้งที่จอด เพราะว่าน้ำจะลดระดับลงไปเป็นปกติ แต่มันก็ลง!!!!!! จึงตัดสินใจเลี้ยวเข้าศูนย์บริการ เพื่อความสบายใจ

หลังจากตรวจสอบช่างแจ้งว่า ยังไม่พบความผิดปกติใด อยากให้ใช้ไปก่อน แต่ช่างได้ดูดออกให้เรียบร้อย ขอให้ผมนำรถออกไปใช้ แล้วสังเกตความผิดปกติก่อน ผมก็เชื่อใจช่างแบบไม่100% 3 วันต่อมา ผมตัดสินใจเข้าไปศูนย์บริการมาสด้าอีก เพื่อขอเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหม้อน้ำ ใหม่ทั้งระบบเลย

โดยแจ้งให้ศูนย์ฯ บันทึกไว้ด้วยว่า ที่เปลี่ยนถ่ายน้ำครั้งนี้ เพราะพบเจอระดับน้ำหม้อน้ำในถังพักสูงเกินกว่าปกติ หลังจากถ่ายน้ำออกมา ผมก็ใช้รถปกติครับ ไม่มีอาการใดๆ ขับเร็วได้ปกติ (ไม่ได้แช่) จนมาวันนึง มีโอกาสต้องขับเร็วแบบบ้าระห่ำอีกแล้ว จบที่190 km/hr แช่ยาวๆ (อีกแล้ว) รอบนี้ผมรู้ทันทีว่ารถผมเจอปัญหาแล้วแน่ๆ เพราะการแจ้งเตือนของ เจ้า OBD2 โชว์ตัวเลขอุณหภูมิน้ำหม้อน้ำ ขณะขับความเร็วสูง กว่า 100…และมีทีท่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ( ปกติ รถผมขับเร็วยังไง อุณหภูมิ สูงแค่ 91-92 องศาเท่านั้น)

Mazda CX-5

จบครับ…พอถึงที่หมายเปิดฝากระโปรงเช็คน้ำ มันมาแล้วครับ เหมือนเดิมเป๊ะเลย ระดับน้ำสูงขึ้น แล้วที่นี้เวลาขับขี่หลังจากนี้คือ อุณหภูมิน้ำ จะขึ้นสูงแปรตามน้ำหนักเท้าเราที่กดคันเร่งเลยครับ ผมก็คิดเลย เอาแล้ว รถพังแน่ๆ

ไม่ๆ ผมยังไม่ยอม ผมดูดน้ำส่วนเกินออก จากนั้นเทคืนหม้อน้ำ แล้วใช้งานต่อ…

เฮ้ย!!! ยังขับได้ปกตินี่ ไม่พังเว้ย…แต่ผมไม่สามารถกดคันเร่งแช่หนักได้เลยครับรอบนี้ ต้องเท้าเนียนสุดๆ ห้ามใจร้อน กดปรื้ด กดปรื้ด เพราะไม่อย่างนั้นน้ำจะมาอีกเช่นเดิมครับ

 ผมนี่ดูดน้ำออก เทคืน หม่อน้ำ อยู่ประมาณ 5-6 รอบ ( สามารถขับไปกลับ กทม.-ตราด ได้ปกตินะครับ )

จนผมทนไม่ไหวล่ะ เอาเข้าศูนย์บริการอีกรอบ(เข้าที่ 87,000km) แต่รอบนี้เข้าสาขาลำลูกกา ศูนย์แอลบราทอส ช่างขอเวลาเช็ค 1 สัปดาห์ เพื่อหาสาเหตุของอาการน้ำหม้อน้ำสูงขึ้นกว่าระดับปกติ ผมเข้าวัน19 ก.พ จนวันที่ 22 ก.พ ช่างโทรมาแจ้งข้าวร้ายผม ว่า…รถผมมีอาการน้ำหม้อน้ำกระจายออกมา ในระหว่างที่ช่างขับรถออกไปเทส แล้วก็พบว่ามีฟองอากาศแทรกอยู่ในระบบน้ำหล่อเย็น

Mazda CX-5

 ทางศูนย์บริการ บอกว่าเคสนี้ มาสด้ารับประกันให้ เคลมเครื่องใหม่ให้เลย…แต่ขอเวลาดำเนินการเบิกอะไหล่ สั่งเครื่องจากญี่ปุ่นประมาณ 1เดือน ผมอึ้ง!!! เสียใจ คิดเลยว่า เราดูแลดีขนาดนี้ยังไม่รอดเลยเหรอว่ะ!!! แล้วจะเอาที่ไหนไปทำงาน เครียดมากครับ ข่วงนั้น เลยขอร้องทางศูนย์ขอรถสำรองใช้ระหว่างซ่อม ทางศูนย์ก็เข้าใจผม ว่าจำเป็นต้องใช้รถจริงๆ จึงขอเวลาผม1อาทิตย์เพื่อดำเนินการขอรถสำรองใช้จากมาสด้าประเทศไทยมาให้ผม

สุดท้ายผมได้ มาสด้า3 มาใช้ครับ ระยะเวลาการรอรถ ประมาณ 8 วัน ซึ่งผมดีใจมากครับ สบายใจขึ้นมากหลังจากได้รถใช้ระหว่างซ่อม

 แต่แล้วความเครียดก็กลับมาอีก…เพราะผมคิดต่อเลยว่า อาการน้ำดันหลังจากซ่อมมาจะต้องเป็นอีกแน่ๆ เพราะทุกอย่างยังเหมือนเดิมแค่มันคือของใหม่ พออีกใกล้ๆ หนึ่งแสนโลมันก็คงพังอีกแน่ๆ

ใช่ครับ “ขาย” เท่านั้น คือคำตอบสุดท้าย รถที่เคยคิดว่าตอบโจทย์เรา มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดซะแล้ว…ผมจึงแจ้งทางศูนย์ฯ ว่าขอให้ช่วยคอนเฟริม ความเสียหายรถผมให้หน่อย ว่าเสียหายระดับไหน ถ้าเสียหายไม่มาก

ผมขอเลือกแค่ เปลี่ยนอะไหล่ตัวที่เสียหายเท่านั้น ไม่ขอเปลี่ยนเครื่องใหม่เพราะ ผมวางแผนจะขาย ไม่อยากให้เลขเครื่องเปลี่ยนเดี๋ยวจะมีผลกับราคาขาย ทางศูนย์ฯ แจ้งว่ารถผมสามารถเปลี่ยนแค่อะไหล่ได้ เพราะไหวตัวทัน แล้วรีบเอารถมาตรวจสอบจึงไม่เสียหายมาก

Mazda CX-5

Mazda CX-5

 

ทางมาสด้า ทำการเปลี่ยนอะไหล่ดังนี้ครับ

–ฝาสูบ (ปรับปรุงแล้ว)

-ประเก็น (ปรับปรุงแล้ว) หนาขึ้น ปรับปรุงวัสดุ​ ตามที่ศููนย์​บริการ​แจ้ง​ทราบ​ โดย​ปากเปล่​า

-วาล์ว สปริงวาล์ว

-ท่อยาง โอริงทั้งหมด

 -ถ่ายน้ำมันเครื่อง , เกียร์ , คอมแอร์

-ล้างเขม่าในระบบท่อร่วมไอดี ไอเสีย EGR ใหม่ทั้งหมด

รวมเวลาซ่อมทั้งหมด 24 วันครับ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

สิ่งที่ประทับใจมากๆหลังจากไปรับรถกลับคือ เสียงเครื่องยนต์เงียบขึ้นมากครับ เงียบกว่าตอนป้ายแดงอีก การขับขี่ปกติดีครับ

ณ.วันที่เขียนเล่าเรื่องนี่ ขับไปมาแล้วกว่า 1,000 กิโลเมตร หลังจากรถออกจากศูนย์ ยังไม่พบความผิดปกติใดๆครับ งานประกอบ ผมขอยกนิ้วให้ครับ ข่างทำได้ดีเกินคาด ไม่มีอะไรที่ไม่เรียบร้อยเลย เหมือนรถใหม่จิงๆคับ เพราะผมคิดเลยว่าต้องไม่ดีเหมือนเดิมแน่ๆ ต้องได้กลับไปแก้ เพราะรื้อเยอะมากนะครับ เรียกได้ว่า รื้อออกทุกชิ้น ช่วงล่างด้านหน้ายกออกทั้งหมด!!!



สรุปนะครับ สำหรับเพื่อนๆที่กำลังใช้รถรุ่นนี้อยู่หรือกำลังสนใจ ผมยอมรับนะครับว่า ผมเคยเซ็งมากๆ กับรถคันนี้ กับปัญหาที่เจอ

แต่พอได้มาเจอกับตัว มันไม่แย่อย่างที่คิดครับ

 มาสด้ารับผิดชอบดีมากเลยทีเดียว มีรถสำรองใช้ให้ รายงานความคืบหน้าเรื่องการซ่อมตลอด และสิ่งหนึ่งที่ศูนย์ฯ บอกผมคือ “ผมคือลูกค้าที่เข้าเชคระยะตามกำหนดทุกครั้ง ไม่เคยขาด นั้นคือลูกค้ากลุ่มชั้นดีครับ แบบนี้มาสด้าดูแลให้100%ครับ”

และการรับประกันของรถรุ่นนี้ตอนที่ผมซื้อนั่นคือ 5ปี หรือ 100,000 km (พอมีข่าวน้ำดัน ก็ปรับเป็น 6ปี หรือ 180,000 km โดยส่งจดหมายการเพิ่มรับประกันมาให้ถึงบ้าน) และไม่ว่าลูกค้าจะเจอปัญหายังไง ก็เคลมได้ กี่รอบก็ได้ ต่อให้เกินเงื่อนไข แล้วมีปัญหาน้ำดันอีก มาสด้าก็ไม่ทอดทิ้ง รับประกันต่อให้เป็นเคสbyเคสแน่นอนครับ

และมาสด้ายังคอนเฟริมด้วยว่า ได้ปรับปรุงเรื่องของ วัสดุประเก็น กับ ฝาสูบมาแล้ว (แต่ยังไม่สามารถออกสื่อชี้แจงได้ เพราะจะกระทบกับยอดขายตัวใหม่) ซึ่งเรื่องว่าจะปรับปรุงแล้วหรือไม่นั่น ผมไม่เครียดแล้วครับ ถ้าพังอีกก็เคลมอีก เคลมไปเรื่อยๆ ไม่เสียเงิน แถมรับรถออกมาก็เหมือนได้รถใหม่อีกด้วย อยากให้เพื่อนสบายใจได้เลยนะครับ ขับcx5 ของท่านให้สนุกต่อไปครับ อย่าคิดขาย เพราะพ่อค้าฉวยโอกาส คอยกดราคารถรุ่นเรามีเต็มตลาดครับตอนนี้ ผมจึงตัดสินใจไม่ขายแล้วครับ จะสู้กับมันและผมสามารถอยู่กับมันได้แล้วครับ เพราะผมรักรถคันนี้ครับ

 

ข้อแนะนำนะครับ ถ้าคุณจะเลือกcx5

– OBD2 หรือ water temp meter ต้องมี

– หมั่นสังเกตอาการต่างๆ ของรถท่าน

– เพิ่มความใส่ใจในการตรวจสอบเช็ครถก่อนออกเดินทางให้มากเป็นพิเศษ

– เข้าศูนย์ฯ เช็คระยะ ให้ตรงตามกำหนด อย่าซนแต่งนู้นนี่ ที่จะมีผมต่อการรับประกันเครื่องยนต์เด็ดขาด!!!

– Cx-5 เป็นรถที่ขับสนุก แต่ไม่ใช่รถที่เร็วที่สุด ดังนั้น อย่าแช่ความเร็วสูงอย่างบ้าระห่ำ ใช้พลังอัตราเร่งของเค้า ในบางจังหวะเท่านั้น เช่น เร่งแซง , กดเล่น เป็นช่วงๆ พอให้หอมปากหอมคอ ใช้ความเร็วสูงได้นะครับ แต่ต้องค่อยๆไต่ความเร็วขึ้นไป ขับได้สบายๆครับ 140-160-180 ขับได้ครับ

– เพราะปัญหามาจากความผิดปกติของวัสดุ พฤติกรรมคนขับ , การดูแลที่ดี ไม่มีผลครับ น้ำจะมาเมื่อถึงเวลา

 

สิ่งที่ผมแนะนำอาจจะแค่ยื้อให้พังช้าขึ้น หรือ พังแบบไม่เสียหายมากแบบผมครับ รถจะไม่ดับกลางทาง เราจะรู้ตัวก่อนว่าอาการน้ำดัน มาหรือยัง เราจะสามารถขับรถเพื่อถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยครับ น้ำดันไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ ถ้าเราเข้าใจตรรกะของมัน ก็อยู่กับมันได้ครับ ขอให้มีความสุขกับเจ้า cx-5 นะครับ 

 

ขอบคุณเรื่องจาก 

X XX​ เนื่องจาก​เจ้า​ของรถขอให้​ปกปิ​ด​ ชื่อ​ จึงไม่สามารถ​เปิดเผย​ได้​

เจ้าของ   Mazda CX-5 Minorchange

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆ จากพวกเรา Ridebuster.com



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments