turbo / hybrid ทางประหยัดรักษ์โลก ใครเจ๋งกว่ากัน

ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดรถใหม่ คงจะเห็นแล้วว่า รถยนต์ยุคต่อไปจะต้องเน้นลดการปล่อยไอเสีย ไปพร้อมกับสมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้น จนเป็นแนวทางการพัฒนารถยนต์ในศักราชต่อไป

เครื่องยนต์ เทอร์โบ และระบบขับเคลื่อนไฮบริด เรียกว่า เป็นแนวทางที่ออกมาอย่างชัดเจน ในช่วงปีทีผ่านมา การก้าวเข้าสู่ยุค 2020 ทำให้อนาคตยานยนต์ต้องมีการเปลี่ยนแปลง และ วันนี้เราจะจับมาเล่าถึงทั้ง 2 ระบบ และข้อดีข้อเสียที่มีความแตกต่างกัน

เครื่องยนต์เทอร์โบ

เครื่องยนต์เทอร์โบก้าวเข้ามาเป็นหัวหอกในการประหยัดรักษ์โลก จากกลยุทธ์  Engine Down sizing ใช้กันมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยการลดขนาดเครื่องยนต์ลง แล้วทำให้แรงขึ้นเท่าเครื่องยนต์ในอดีตด้วยระบบเทอร์โบชาร์จ อัดอากาศเพิ่มสมรรถนะให้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก

แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องในอดีต จะพบว่าอัตราประหบยัดดีกว่า และมีกำลังแรงบิดดีกว่า ตอบสนองในการใช้งานได้มากกว่า และที่สำคัญที่สุด คือ ปล่อยไอเสียน้อยกว่า เนื่องจากเครื่องยนต์มีขนาดเล็ก

บุคคลิกของเครื่องยนต์เทอร์โบ คือตอบสนองดีต่ออัตราเร่ง ด้วยการใช้ระบบเทอร์โบชาร์จช่วย ปัจจุบันเทอร์โบสามารถควบคุมระบบการไหลเวียนอากาศได้แม่นยำมากขึ้น ตอบสนองได้เร็วขึ้น จนแทบไม่มีอาการรอรอบเครื่องให้เห็น

อย่างไรก็ดี ด้วยการเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ จึงค่อนข้างมีความเนี้ยบในเรื่องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ ส่วนใหญ่จะรับได้ถึง E20   แต่ก็มีบางยี่ห้อที่ประกาศให้คบหาได้แต่แก๊สโซลฮอล 95 ก็มีให้เห็นบ้าง

นอกจากนี้ในเรื่องการดูแลรักษาก็ยังต้องพิถีพิถันในเรื่องน้ำมันเครื่องยนต์หน่อย อย่างฮอนด้า ยอมรับว่า ถ้าลูกค้าขับรถบ้าเลือกอัดรถบ่อยๆ พวกเขาจะมีระบบเตือนให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเร็วขึ้น (ระบบนี้มีใน  Honda City)  หรืออย่าง นิสสัน ก็ปรับรอบการรับบริการจากทุก 10,000 ก.ม. เป็น 7,500 ก.ม. เพื่อให้น้ำมันเครื่องยนต์มีประสิทธิภาพในการใช้งาน

และด้วยเทอร์โบเป็นส่วนควบช่วยในการทำงานเครื่องยนต์ ซึ่งทำงานตลอดเวลา ตลอดจนยังรับความร้อนจากท่อไอเสีย จึงต้องยอมรับว่า นานวันไป เทอร์โบจะกลับบ้านเก่าก่อน โดยเริ่มจากแรงดันลดลง กำลังเครื่องก็ลดลง ทำให้นอกจากที่เราต้องบำรุงรักษาเครื่องยนต์ในความเป็นจริงก็ต้องมาดูแลรักษาชิ้นส่วนอื่นๆ อย่างเทอร์โบชาร์จด้วย

 

เครื่องไฮบริด

เครื่องยนต์ไฮบริดปัจจุบัน มีมากมายหลายประเภท แต่ที่ส่วนใหญ่มองๆ กัน ของเรียกว่า เป็นระบบ  Full Hybrid  คือสามารถใช้งานได้หลากรูปแบบและแปรผันตามรูปแบบในการขับขี่ได้

แนวทางของระบบไฮบริด อธิบายให้ความเข้าใจง่าย คือการใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาป ทำงานผสมสานกับระบบอื่นในการขับเคลื่อน แต่ที่นิยมที่สุด คือการใช้ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า เนื่องจากมีข้อดี คือให้แรงบิดสูงในรอบต่ำ และชิ้นส่วนมีความทนทาน ทั้งยังตอบสนองดีด้วย

Honda City Hybrid RS iMMD Malaysia

เครื่องยนต์+มอเตอร์ไฟฟ้า จึงกลายเป็นสูตรสำเร็จ ในการพัฒนารถไฮบริดให้ตอบตลาด และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยเครื่องยนต์สันดาป จะถูกปรับเป็นแบบ  Atkinson Cycle   ตอบสนองในการให้แรงบิดสูงกว่าแรงม้า เมื่อบวกรวมกับกำลังขับมอเตอร์ไฟฟ้า ก็เป็นระบบขับเคลื่อนที่ลงตัวในการใช้งาน

จุดเด่นหลังระบบไฮบริด ส่วนใหญ่คือมอเตอร์ไฟฟ้า ที่สามารถช่วยออกตัว ช่วยเร่งแซง และในระบบ Full Hybrid   อาจจะสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ในความเร็วต่ำ หรือบางช่วงจังหวะในความเร็วสูง  ตลอดจนการตอบสนองแบบเฉียบพลัน แทบจะทันทีที่คุณเพิ่มการเหยียบคันเร่ง ช่วยให้การตอบสนองทันอกทันใจ

แน่นอนว่า ระบบไฮบริดมีเรื่องน่ากังวลสำคัญ ตรงแบตเตอร์รี่ไฮบริด ซึ่งราคาค่าซ่อมจะค่อนข้างแพง ปัจจุบันหลายคนก็ดูจะคลายความกังวลใจด้วยการรับประกันจากผู้ผลิตบางรายนานถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง  ช่วยลดความกังวลใจในการใช้งาน

แต่ด้วยความเป็นระบบไฮบริด รถจึงมักจะมีชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ทำงานร่วม เช่นระบบปรับอากาศ ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายไม่ถูกนัก มอเตอร์ไฟฟ้าเอง ถ้าพังขึ้นมาราคาก็ไม่ด้อยไปกว่าเครื่องยนต์หนึ่งตัว

หากข้อดีรถไฮบริดคือการตอบสนอง และให้พลังขับเร้าใจแรงบิดจะสูงกว่าเครื่องยนต์ธรรมดา และส่วนใหญ่จะมากเทียบเท่าเทอร์โบ การใช้มอเตอร์ไฟ้าช่วยทำให้รถมีการกินน้ำมันน้อยลง โดยเฉพาะเมื่อใช้งานในเมือง แต่นอกเมืองจะกินน้ำมันพอๆ กับขนาดเครื่องยนต์สันดาปที่ให้มา

แล้วใครเจ๋งกว่ากัน

ก็คงต้องพูดว่าทั้ง เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ และเครื่องยนต์ไฮบริด มีความดีความชอบแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่า คุณใช้งานรถที่ไหนมากกว่ากัน

ถ้าเน้นขับในเมือง ออกต่างจังหวัดบ้างนานๆ ที รถไฮบริดจะตอบสนองได้ดีกว่า เนื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้า จะทำงานมีประสิทธิผล ในสภาวะการจราจรที่เรียกว่า  Stop & GO  หรือ ขับเบรก ขับ  รูปแบบนี้เป็นรูปแบบการจราจรในเมืองที่เราค่อนข้างจะคุ้นชินกันดี 

ส่วนนอกเมือง ขับบนทางหลวงใช้ความเร็วคงที่ ส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานของเครื่องยนต์ อย่างดีที่สุด ทำงานเครื่องยนต์ผสมมอเตอร์ไฟฟ้า บางยี่ห้อพอจะออกแบบให้มอเตอร์ๆไฟฟ้าทำงานด้วยตัวเองได้ แต่เป็นช่วงสั้นๆ 1-2 ก.ม. เนื่องจากแบตเตอร์รี่มีขนาดจำกัด 

 

ถ้าอยู่ต่างจังหวัขับทางไกลเป็นหลัก เครื่องเทอร์โบจะตอบโจทย์ดีกว่า เนื่องจากเครื่องยนต์สันดาป เมื่อขับด้วยความเร็วคงที่ไปเรื่อยๆ จะให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดี และเทอร์โบทำงานไม่หนัก ถ้าไม่ได้สายซิ่งสายปาด การใช้งานเทอร์โบก็จะทนทานตามไปด้วย 

แต่ข้อเสียคือถ้าคุณขับเข้าเมือง แม้ว่าขนาดเครื่องเล็กลงจะช่วยประหยัด แต่เครื่องสันดาป ก็คือ เครื่องสันดาปอยู่ดี มันจะยังซดน้ำมัน ไม่มีทางประยัดเท่าการใช้เครื่องยนต์ไฮบริดแน่นอน หรือเอาให้เท่าก็ต้องกระเบียดกระเสียนในการขับขี่ ไม่เหมือนไฮบริด ขับไปเหอะ ยังไงก็ประหยัด 

 

เอาล่ะครับ มาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนคงพอเข้าใจความแตกต่างเครื่องเทอร์โบ กับไฮบริด แต่สุดท้ายอะไรเหมาะกับคุณ คุณเปฌนคนเลือกครับ

Comments

comments