Toyota Veloz Premium พ่อบ้านสายประหยัด ชงเข้มช่วงล่างสปอร์ต

แบ่งปันเรื่องนี้

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ ถือเป็นตลาดรถยนต์ที่มีการเติบโตมากที่สุด รถ SUV กลายเป็นที่รู้จัก และด้วยอานิสงค์ดังกล่าว ทำให้ รถยนต์ MPV เติบโต ตามไปด้วย จน Toyota ในฐานะเจ้าตลาด อดรนทนไม่ได้ ต้องปล่อยของ Toyota Veloz มาลุยบ้าง

Toyota Veloz เป็นผลผลิต จากทาง Daihatsu หลายคนอาจจะฟังแล้ว งงสักนิด ใช่ครับ !! มันอาจตีตราโตโยต้า แต่เนื้อแท้ของรถรุ่นนี้มันคือ Daihatsu ที่ทำงานพัฒนาภายใต้เบื้องหลังของเจ้า MPV คันนี้ มายาวนาน หลังจากเข้ามาอยู่ใต้ร่มของโตโยต้า จนถือเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นโบแดงสำคัญ ในภูมิภาคนี้

โครงการว่าที่ รถยนต์อเนกประสงค์ MPV มีกระแสออกมาตั้งแต่ช่วงปี 2019 เมื่อทาง Daihatsu ตกเป็นข่าวว่า จะพัฒนารถยนต?นั่งอเนกประสงค์รุ่นใหม่ออกมาขาย ในภูมิภาคนี้ ไดฮัทสุ ประสบความสำเร็จมากในรถยนต์ Daihatsu Xenia ขายในประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงรถอีกหลายรุ่น

ด้วยการนี้ โตโยต้า อแวนซ่าที่ขายมานาน แต่ทำยอดได้ไม่ค่อยดี ทางโตโยต้าเลยตัดสินใจยกเครื่องใหม่หมด มอบงานให้ Daihatsu ทำ จนเป็นผลให้เกิดการยกเครื่องขนานใหญ่ ในรถกลุ่มนี่จากเดิมใช้โครงสร้างเครื่องยนต์วางหน้าขับเคลื่อนล้อหลัง มาเป็น เครื่องยนต์วางหน้าขับหน้า ปิดฉาก รถอเนกประสงค์เล็กขับหลังดั้งเดิม

ในส่วนของโตโยต้า ได้สนับสนุน ทางด้านวิศวกรรมให้ทางไดฮัทสุ ไม่ว่าจะเครืองยนต์ ,โครงสร้างวิศวกรรม ทำให้รถรุ่นนี้ ถ้าพูดก็คือ ออกแบบโดยไดฮัทสุ วิศวกรรม หลักๆ ก็คือโตดยต้านั่นเอง

ไดฮัทสุ ได้ส่งต้นแบบที่ชื่อว่า Daihatsu Hyfun ออกมาโชว์ ก่อนที่มันจะกลายมาเป็นรถ Daihatsu Xenia ออกขายในอินโดนีเซียล่าสุด

ส่วนโตโยต้าในที่สุด ก็ไดเ้อานิสงค์โครงการนี้ ออกวางจำหน่าย Toyota Avanza ใหม่ในอินโดนีเซีย แต่ด้วยว่าชื่อเสียงรถในไทยไม่ถูกโฉลก ทำตลาดมาหลายปี ไม่แจ้งเกิดสักที …ทางโตโยต้า จึงตัดสินใจเอารหัส Veloz เข้ามาขายในบ้านเรา

ชทื่อ Veloz อาจไม่ใช่ที่คุ้นเคยชาวไทย แต่ที่จริง มันมีขายมานานมากในทางอินโดนีเซีย เป้าหมายของ Toyota Avanza Veloz คือการใช้ความสปอร์ตแตกต่างในรถยนต์อเนกประสงค์ เดิมทีมันคือรุ่นที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ในตระกูล avanza ภายหลัง ถูกปรับให้มีการวิศวกรรมอีกหลายอย่างคลุกเคล้าความสปอร์ตเข้ามา

Toyota Veloz Premium

อาทิเช่นให้ปุ่มสตารืทก่อนใคร , ปรับปรุงช่วงล่างให้ดีกว่ารถ อแวนซ่า บ้านเรา เวลอซ มาขายเงียบๆในชื่อ อแวนซ่า แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจมากนัก

การเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุด ทางโตโยต้า คงตัดสินใจแล้วว่า ในโอกาวเปลี่ยนเครื่องเคราใหม่ทั้งหมด ก็ขอตัดจบชื่อ Avanza เดิมไปเลยแล้วกัน แล้วใช้ชื่อใหม่ว่า Toyota Veloz

ชื่อโคตรเท่ห์!!! …แต่เป็นรถพ่อบ้าน

ถ้าคุณสนทนาในวงพ่อบ้าน กับเพื่อน เมื่อเพื่อนถามว่า วันนี้ขับอะไรมา แล้วคุณบอกว่า เฮ้ย !! เราขับ Toyota Veloz มา ถ้าเขาไม่ได้ติดตามวงการข่าวรถยนต์แบบใกล้ชิด เชื่อว่า ภาพที่คิดทีแรกคงจะนึกถึงรถสปอร์ตจากโตโยต้าแน่ๆ

ที่มาของชื่อ Veloz ไม่มีใครทราบที่มาแน่ชัด แต่เข้าใจว่ามาจากการต้องการสร้างความสปอร์ต ให้รถดูแตกต่าง น่าจะเอารากมาจากคำว่า Velocity อย่างแน่นอน แล้วรียกให้มันสั้นว่า Veloz

Toyota Veloz Premium

จุดขายหลักของ Toyota Veloz อยู่ที่การให้ความสปอร์ต มากกว่ารุ่น Avanza ปกติทั่วไป อารมณ์ คล้ายๆ การแยกไลน์ Toyota Vellfire ออกมาจาก Toyota Alphard เปลี่ยนแนวทางการตบแต่งภายนอก ภายในให้มันแตกต่าง สนองกลุ่มคนที่ชอบความสปอร์ต

แนวคิดการออกแบบตัวรถในเบื้องต้นจึงออกมาภายใต้แนวคิดว่า pround Active ทีมออกแบบต้องการให้

  • รถมีงานออกแบบล้ำสมัย เหมาะกับคนรุ่นใหม่
  • เส้นสายที่ดูเฉียบคมสปอร์ตเท่ห์
  • ตัวรถเหมาะกับการใช้ชีวิตกลางแจ้ง หรือ กิจกรรมต่างๆ

เพื่อให้สอดรับกับเรื่องดังกล่าว ทางทีมออกแบบจึงปรับปรุงด้านหน้ารถให้มีความดุดัน คล้ายสไตล์ครอสโอเวอร์ และ วางซุ้มล้อให้มีขนาดใหญ่ รวมถึงใช้ล้อที่มีขนาดใหญ่ ในกรอบความคิด EmotionalXRugged

กลุ่มเป้าหมายรถคันนี้ไม่ใช่ใครอื่นไกล เป็นคนวัย 30 ต้น เพิ่มเริ่มมีครอบครัว และอื่นๆ อีกมาก หรือ ถ้าคุณไม่มีครอบครัว เป็นคนสายกิจกรรม อยากทำอะไรในวันว่ายรถรุ่นนี้ก็ตอบโจทย์

Toyota Veloz Premium

ตอนฟังบรีฟงานเปิดตัว ผมแอบสำรวจตัวเอง เอ้า!! เราก็คนกลุ่มนั้นนี่นา ที่ผ่านมา ผมทั้งตั้งแคมป์,ปั่นจักรยานไปวิ่ง คุณแม่ของผมท่านก็เริ่มชราภาพทุกวัน อยากพาท่านไปเที่ยวบ้าง ดังนั้นกลุ่มลูกค้าที่โตโยต้าต้องการ น่าจะมาในแนวนี้ อย่างชัดเจน

ตอนเห็นรถครัง้แรก ยอมรับเลยว่า นี่คือรถยนต์ MPV ที่แตกต่างจากทุกรุ่นที่เคยผ่านตา หน้าตาของมัน ผมสะดุดตาครั้วแรกกับกระจังหน้าทรงคางหมุสีดำ แอบมีดีเอ็นเอความหน้าบึ้งของ Toyota Corolla Cross เข้ามาสอดผสาานในบางมุมก็มีกลิ่นอายของ Toyota Hilux Revo เข้ามาในบางมุม

ไฟหน้าออกแบบให้เล็กเรียวลง เป็นไฟหน้าแบบ LED ยังคงธรรมเนียมมีไฟตัดหมอกมาให้ใช้งาน ช่วยเพิ่มการส่องสว่าง ในภาวะทัศนวิสัยต่ำ ด้านล่างทางดตโยต้าออกแบบให้มีชายกันชนล่างสีดำ ป้องกันหินกระเทาะทางด้านล่าง ตบแต่างด้านบนให้มีสีเทา พร้อมชิ้นส่วนโครเมี่ยมในหลายจุด ตัดเส้นสายรายละเอียดเพิ่มความพรีเมี่ยมขึ้นมา

Toyota Veloz Premium

ด้วยความต้องการให้รถคันนี้ก้ำกึงความเป็น SUV กลายๆ ในหลายจุดขึงเพิ่งชิ้นส่วนพลาสติกสีดำเข้ามา อาทิ ชิ้นส่วนตบแต่งที่ไฟตัดหมอกหน้า , ด้านข้างประตู ไปจนถึง สเกิร์ตชายล่าง ไปถึงชายกันชนท้าย ทั้งหมดอาจดุแปลกตาไปนิด เพื่อเพื่อลดการกระเทาะชุดสี เช่น ด้านข้างอาจเผลอ เปิดประตูกระแทกเสา หรือกำแพง , ทางด้านล่าง จะเป็นการป้องกันการดระเทาะ เวลาขับในทางสมบุกสมบัน

ส่วนที่ทำให้มแปลกใจมากที่สุด คงเป็นการติดตั้งล้ออัลลอย ขอบ 17 นิ้ว มาพร้อมยางสปอร์ต Bridgestone turanza T005A ยางเซทนี้เป็นยางประเภทนุ่มเงียบกึ่งสปอร์ต ให้สมรรถนะในการขับขี่ที่ดีไม่ว่าบนถนนเปียกถนนแห้ง ยางรุ่นนี้ โตโยต้าใช้ในรถรหลายรุ่นทั้ง Revo GR sport ตัวเตี้ย และ Toyota Corolla Cross GR Sport ด้วยตัวยางที่ออกแบบให้มีแก้มแบน ทำให้มันดูสปอร์ตลงตัวกับรถมากขึ้น

ขณะที่ด้านท้ายรถเพิ่มมนต์สะกดความหล่อเหลาด้วยไฟท้ายแบบ Cross Tailight ตามยุคสมัย ขอบไฟคล้ายจะหยิบมาจาก Toyota corolla อยู่บ้าง บนหลังคาให้เสาอากาศคลีบฉลาม และ ติดตั้วสปอร์ยเลอร์หลังมาให้

มองในภาพรวม Toyota Veloz เน้นการออกแบบโทนสปอร์ตที่ไม่ฉูดฉาดเกิดไป เสน้สายไม่ทำให้คุณเบื่อง่ายเร็ว ทั้งยังพกความสปอร์ตมาด้วยในคันเดียว

ส่วนตัวรถ มีขนาดมิติตัวรถ มีความ

  • ยาว4,475 มม.
  • กว้าง 1,750 มม.​
  • สูง 1,700 มม.​
  • ฐานล้อยาว 2,750 มม.
  • ​มีความสุงจากพื้นถึงท้องรถ 205 มม.

จัดลำดับแล้ว ขยับขนาดจากคลาส Mini MPV มาสู่ Compacr MPV อย่างเต็มภาคภูมิ ในรุ่นนี้

ภายในอย่างกว้าง ห้องโดยสารครบเครื่อง

เปิดประตูก้าวเข้ามาในหห้องโดยสาร Toyota Veloz ได้วางจุดขายสำคัญของรถรุ่นนี้ข้อสำคัญ ด้วยการเป็นรถยนต์นั่ง MPV ที่มีขนาดภายในเทียบเท่าคลาส คอมแพ็คอย่างเต็วตัว

การให้ห้องโดยสารขนาดใหญ่ นับเป็นจุดขายสำคัญของรถยนต์ MPV เมื่อมีพื้นที่เยอะหมายความว่า คุณมีความพร้อมในการใช้งานไม่ว่าจะ สำหรับครอบครัวหรือ การใช้งานในด้านอื่นที่ต้องการ อย่างขนสัมภาระเป็นต้น

รูปแบบเบาะนั่งในรถคันนี้ ยังเหมือนอีกหลายๆ ค่าย ด้วยการให้เบาะ 3 แถว รองรับการโดยสารสูงสุด 7 ที่นั่ง แต่จะดีกว่าถ้าคุณโดยสารเพียง 6 ที่นั่ง จะนั่งได้อย่างสบายพอดี

เบาะนั่งตอน 3 สามารถปรับพับได้ 50/50 พนักพิงหลังสามารถเอนได้ 2 ระดับ ตามต้องการ

ในส่วนตัวเบาะนั่งแถวที่ 2 นั้น ถูกออกแบบให้สามารถพับได้ 3 รูปแบบ คือ พับแยก 60/40 ,พับลงทั้งหมด 100% หรือพับเฉพาะที่นั่งตรงกลางก็ได้ เมื่อพับที่นั่งตรงกลางลง มันจะกลายเป็นที่เท้าแจนได้ด้วย แถมมีความหนาวางพอดีสบายพอสมควร

ตัวเบะตอน 2 เอง ยังเหนือชั้นด้วยความสามารถเลื่อนเดินกน้า-ถอยหลังได้สูงสุด 240 มม. ถ้าถอยสุด จะมีระยะห่างจากเบาะนั่งหน้า 980 มม.​ จากคนนั่งตอนหน้า

และด้วยความสามารถในการพับเบาะทั้งตอน 2 และ ตอน 3 ที่มากมาย ทำให้ Toyota Veloz สามารถพับเบาะใช้งานได้มากถึง 7 รูปแบบด้วยกัน

ที่เป็นไฮไลท์ คือการพับเบาะตอน 2 ลง โดยเอาหัวหมอนออกต่อกับ เบาะนั่งตอน 3 กลายเป็น Sofabed ได้ สำหรับสายเดินทางต้องการนอนในรถชั่วคราว คุณยังสามารถทำแบบเดียวกันได้ ถ้าเลื่อนเบาะนั่งตอน 2 ถอยออก แล้วพับเบาะนั่งคนขับ และคนนั่งตอนหน้า ลงมาต่อกับเบาะแถว 2 กลายเป็นพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ เรียกว่า Relax sofa

และใช่ครับ ยังสามารถ พับเบาะ วางของแนวยาวก็ได้ หรือจะอย่างเราในการรีวิวครั้งนี้เราพับเบาะแถว 3 ลงทั้งหมด เพียงแถวเดียว ผมและเดือนก็ยังสามารถเอาอุปกรณ์กางเต๊นท์ไปได้ทั้งหมด ได้แก่

  • เต๊นท์ 2 หลัง
  • เก้าอี้สนาม 3 ตัว
  • กล่องสัมภาระ 2 ใบ
  • ที่นอนสนาม

ฟังเหมือนจะไม่เยอะ แต่ในความจริง คือเต็มหลังรถ น่าอัศจรรย์ ที่เจ้า Toyota Veloz สามารถจุของทั้งหมดได้ โดยยังมีพื้นที่การโดยสาร 5 ที่นั่ง นั่งอย่างสบาย เดินทางไปด้วยได้ โดยไม่กระเบียดกระเสียนพื้นที่แต่อย่างใด

ย้อนมาทางด้านหน้า ตรงหน้าคนขับ Toyota Veloz นำเสนอ ความทันสมัยผสานความสปอร์ต เริ่มจากเรือนไมล์แบบหน้าจอดิจจิตอล ขนาด 7 นิ้ว บอกค่าชัดเจน แจ่มแจ้ง และปรับรูปแบบหน้าจอได้มากถึง 4 แบบ ตามต้องการ รวมถึงบอกค่าการทำงานต่างๆที่จำเป็น อาทิ ความประหยัด , ระยะทางคงเหลือ, ระบบความปลอดภัย ให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน

ตัววงพวงมาลัย ออกแบบมาเป็นโตโยต้าสไตล์ใหม่ พวงมาลัยตรงกลางที่บีบแตรเป็นทรงขนมเปียกปูน บนวงพวงมาลัย จัดวางพวกอุปกรณ์คุมจอ และเครื่องเสียงทางฝั่งซ้าย ด้านขวา มีปุ่มโหมดการขับขี่มาให้

ถ้านั่งในตำแหน่งคนขับ ขวาล่างเป็นพวกปุ่มปิดฟังชั่นต่างๆ วางซ่อนเอาไว้ ตรงนี้ สามารถมาปิดใช้งานได้

ตรงกลางคอนโซลหน้าใน Toyota Veloz Premium มาพร้อมหน้าจอระบบความบันเทิงขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay และ Android Auto ไว้เรียบร้อย

ในจอ ยังมีฟังชั่นให้เล่น อย่างการบอกสถานะตัวรถ , วิทยุ และ การเชื่อมต่อ เรียกว่ามีฟังชั่นครบเม่าที่ต้องการ แต่ … เรื่องคุณภาพเสียงจากลำโพง อาจจะต้องทำใจหน่อย มันไม่ได้ดีมาก เอาเป็นว่าพอฟังได้ ลำโพงจะเน้นเสียงกลางและเสียงแหลม ใครสายฟังเพลท เบสเยอะๆ น่าจะมีเซงๆกันบ้าง

ยังดี โตโยต้า แก้ปัญหาด้วยการมีฟังชั่น EQ สำหรับปรับเสียงเบส ,กลาง และ แหลมมาให้เลือกตามเพลงที่คุณฟัง แถมยังสามารถเร่งการขับเสียงในย่านต่างๆ ได้อีกนิดหน่อย ด้วย

ถัดลงมาเป็นระบบปรับอากาศอัตโนมัติปกติทั่วไป ยังไม่สามารถแยกอิสระซ้าย-ขวา และปุ่มสตาร์ท

ช่วงคันเกียร์ มาพร้อมเบรกมือไฟฟ้า พร้อม Brake Hold และตรงกลางเป็นที่วางโทรศัพท์มือถือ ตรงนี้เป็นช่องชาร์จไร้สายด้วย สามาารถปิด หรือเปิดได้ มาพร้อม คอนโซลกลางเล็กๆ พอใส่ของเล็กน้อย ท้ายคอนโซล มีที่วางแก้วน้ำมาให้ด้วย

เรื่องที่ผมชื่นชมมากที่สุดใน Toyota Veloz คงจะยกให้เรื่องของเบาะนั่งทำออกมาได้ดีมาก และยังเป็นรถที่ผมว่า จัดรูปแบบการนั่งโดยสารขับขี่ ได้ดีด้วย

ปกติแล้วรถ MPV ที่มีเชื้อสายเอาใจคนอินโดนีเซีย จะขอบทำที่นั่งสูง พวงมาลัยก็วางตำแหน่งสูง บางรุ่นบางทีนึกว่าขับรถตู้ ยังดีที่ระยะหลังๆ มาเริ่มปรับปรุงดีขึ้น แต่ก็ยังจัดท่านั่งเน้นตำแหน่งสูงอยู่ดี

นอกจากนี้ ตัวเบาะเองชอบทำที่รองนั่งสั้น คนตัวใหญ่ นั่งไม่ค่อยสบายเท่าไรนัก ไม่เข้าใจรถพวกนี้เหมือนกัน

เรื่องทั้งหมดที่ผมบ่นสามอย่าแปดอย่าง ค้นพบว่า โตโยต้าเรียนรู้จากคู่แข่ง แล้วปรับปรุงให้มันตอบสนองการใช้งานได้อย่างลงตวั

โตดยต้าเวลอซให้เบาะขนาดค่อนข้างใหญ่นั่งสบาย ไม่ว่าจะตัวพนักพิงหลัง หรือ จะเป้นที่รองนั่งที่ยืนมาเกือบถึงข้อพับเข่า ผมนั่งขับอย่างสบายตลอดเสน้ทาง และ การจัดตำแหน่งคอนโซลกลาง รวมถึงแผงประตู ยังเนรมิตให้มันกลายเป็นที่เท้าแขนเวลาขับเดินทาง

จุดเดียวที่ผมจะติตคงเป็น คอนโซลกลาง ช่วงคันเกียร์ทำออกมามีขนาดค่อนข้างใหญ่มาก จนเบียดบังพื้นที่วางขา รวมถึง แนวทางการออกแบบคอนโซลยังมีแนวคิดแปลกๆ เช่นช่อง USB ถ้าคุณขึ้นไปแล้วหามันไม่เจอ ขอให้รู้ไว้ว่า มันอยู่ด้านข้างทางฝั่งคนนั่ง 2 ช่อง จะใช้งานเสียบตรงนั้น ด้านข้างมีซอกให้วางมือถือได้

ส่วนที่ผมตกใจเกี่ยวกับภายในห้องโดยสาร Toyota Veloz คงเป็นกระจกแต่งหน้าฝั่งคนนั่ง มเปิดลงมากะส่องดุสารรูปตัวเอง ปรากฏว่า คุณภาพกระจกโคตรแย่!! ไม่เนียนตา แถมกระจกแต่งหน้าที่จริง ควรมี 2 ฝั่ง เพราะว่า รถแบบนี้บางทีผู้หญิงขับก็เห็นออกบ่อย ไม่รู้คิดอะไร ทำไมมีกระจกฝั่งเดียว

จากการโดยสารตอนหน้า มาลองนั่งแถว 2 ดูบ้าง พื้นที่แถว 2 ให้เบะานั่งขนาดใหญ่นั่งสบายมากๆ กระจกข้างขนาดใหญ่ช่วยให้โปร่งโล่งสบาย ทางทัมออกแบบจับเอาที่วางแก้วน้ำขึ้นมาด้านบน เพื่อความเหมาะสมในการใช้งาน ท้ายเบาะนั่งหน้า จะมี Mini Pocket สำหรับใส่ของจุกจิก และมือถือ

บนหลังคา มีช่องแอร์แบบปรับทิศทางลม และ ปุ่มปรับพัดลมแอร์มาให้ ครบครัน

เรื่องพื้นที่การโดยสารไม่ใช่ปัญหา เพราะ สามารถเลื่อนเข้าออกได้ตามต้องการ สะดวกโยธินตัวเบาะนั่งตอนหลัง ก็ดีใส่ใจตัดเย็บให้มีหลุมลงไปเล็กน้อย เบาะนั่งมีขนาดใหญ่ประดุจยกโซฟามาไว้ในรถ พนักพิงหลัง ก็สามารถเอนนอนได้ สบายๆ

การเข้าออกพื้นที่โดยสารตอน 3 เป็นแบบ พับม้วน แถว 2 ให้พื้นที่ขึ้นลง สะดวกพอสมควร สิ้งที่ต้องระวัง คือรถมีความสูงจากพื้นทค่อน้ขางมาก ดารให้หลังคาสูงถึง 1,700 มม. ทำให้เวลาลุกจากที่นั่งแถว 3 สามารถยืนโค้งหัว ก้าวออกได้ง่ายมาก

ตัวเบาะนั่งแถว 3 เอง จัดวางติดตั้งได้อย่างลงตัว ที่จริง มันมีทัศนวิสัย มองไปข้างได้อย่างชัดเจนไม่อึดอัด ตัวเบาะนั่ง ยังเหมือนเคย นั่งไม่สบายเต็มร้อย ไม่เหมาะกับคนตัวใหญ่ไซส์หมี ผมลองให้เลือกนั่ง ปรากกว่าพอได้อยู่ หมายความว่า คนไทยไซส์ปกติ สามารถจะนั่งโดยสารได้อย่างแน่นอนไม่ต้องสงสัย ตรงมที่นั่งแถว 3 ยังมีที่วางแก้ว ส่วนตัวและที่เก็บของมาให้ด้วย

เมื่อเปิดใช้แถว 3 พื้นที่สัมภาระจะเหลือเพียงนิดเดียวเท่านั้น ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ถ้าคิดว่าจะนั่งโดยสาร 6-7 คนบ่อยๆ แนะนำว่า ควรติดตั้งกล่องเก็บสัมภาระไว้ด้านบนจะดีกว่าครับ

การทดลองขับ

หลังจากครั้งแรกที่ลองในสนามทดสอบ ผ่านมือกับด่านสถานีต่างๆ ที่ทางดตโยต้า อยากให้เราเห็นศักยภาพตัวรถ

ครั้งนี่จะเป็นครั้งแรกที่เราลองขับมันบนถนนเมืองไทย ภายใต้เงื่อนไข นั่ง 2 คน พร้อมสัมภาระกางเต๊นท์

Toyota Veloz Premium

แต่ก่อนจะไปกางเต๊นท์ ผมวนรถจากโตโยต้า วิ่งผ่านรถติดมหาโหดในเย็นวันศุกร์ เพื่อไปซื้อของที่ต้องใช้สำหรับกอจกรรมแคมปิ้ง ร้าน Thailand Outdoor สาขาลาดพร้าวเป็นเป้าหมายการเดินทางตะลุยเมือง

การเดินทาง ผมตัดสินใจใช้ ถนน ศรีนครินทร์ ตัดออกลำสาลี แล้ว เลี้ยวซ้ายตรงบางกะปิไปยังร้าน

อย่างที่หลายคนที่อยู่ย่านนั้นทราบ ตอนนี้มีการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าในเส้นทางดังกล่าว ทำให้สถาพถนนหลายช่วง ดาวอังคารยังเรียกพี่ แถมการจราจรถนนเส้นนี้ก้ติดมหาโหดอยู่เช่นกัน เรียกว่าเป็น บททดสอบสุดหิน เลยก็ว่าได้

ใต้เรือนร่างเจ้าพ่อบ้านคันนี้ ทางโตโยต้า เลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบแถวเรียง รหัส 2 NR-VE มี

  • ช่วงชัก X กระบอกสูง 72.5 มม. X90.3 มม.
  • ขนาดปริมาตรจริง 1,796 ซีซี
  • กำลังอัด 11.5/ 1

ให้กำลังขับสูงสุด 106 แรงม้า สูงสุด ที่ 6,000 รอบต่อนาที และทำแรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร สูงสุดที่ 4,200 รอบต่อนาที

พกระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT พร้อมระบบ Squential Shift เป็นรุ่นเดียวในตลาดตอนนี้ ที่ใช้ระบบ CVT อัตราทดขับเคลื่อน อยู่ระหว่าง 2.800-0.425

ระบบช่วงล่างทางด้านหน้า เป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงทางด้านหน้า ด้านหลังให้ระบบทอร์ชั่นบีม และพกระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ โดยด้านหน้าเป็นจานเบรกแบบมีคลีบระบบความร้อนในตัว

ระบบพวงมาลัยให้ระบบผ่อนแรงด้วยมอเตอร์ไฟ้า หรือ electric Power Steering มาแล้ว

อารัมภบทการวิศวกรรมไปแล้ว … ในแง่การขับขี่จริง Toyota Veloz เป็นรถที่ค่อนข้างออกตัวดีรุ่นหนึ่ง ในหมู่ MPV ด้วยกัน ส่วนสำคัญนั่งเพราะ รุ่นอื่นเขายังใช้ระบบเกียร์ออโต้ 4 สปีด นั่นเอง ทำให้การตอบสนองของเกียร์เร็วกว่าและยังต่อเนื่อง นั่งสบายไม่กระชาก แม้ว่าเกียร์ออโต้ 4 สปีด สมัยนี้จะไม่ธรรมดา สามารถเปลี่ยนได้นุ่มนวลกว่า 10-20 ปีก่อน

ช่วงขับในเมืองเจอรถติด การจราจรไหลไปตามไฟท้ายคันหน้า เราเพียงแตะคันเร่งเบาๆ หรือแค่ปล่อยเบรก รถก็ไหลไปข้าวหน้าทันที

ในเมือการจราจรติดขัดแบบนี้ ก็แอบนึกว่า น่าจะมีระบบ หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วคราวมาด้วย จะได้เพิ่มความประหยัด แม้ว่าคนไทยจะไม่ชอบใจระบบแบบนี้นักแต่มันช่วยได้ดีในระดับหนึ่งพอสมควร

ไม่เพียงเท่านี่ เจ้านี่ยังพกความสบายและตัวช่วยในยามขับมาด้วย อย่างระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ Brake Hold เป้นคันแรกในกลุ่ม ให้ความสบายเพิ่มเติม

การขับในเมืองยังมีความปลอดภัยมั่นใจมากขึ้นจากการติดตั้งระบบเตือนมุมอับสายตา รวมถึงระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว ช่วยให้คุณไม่เป็นภาระกับเพื่อนร่วมทางบนถนน

พอการจราจรคล่องตัวหน่อย ผมต้องทำเวลา เลยจัดการเหยียยบคันเร่งหน้าตึงไปบ้าง เสียงเครื่องเข้ามารบกวนในห้องโดยสารดังในระดับที่พอยอมรับได้ อย่างว่าครับ รถคันนี้มีกำลังสูงสุดเพียง 106 แรงม้า มันเลยไม่ได้ปรู๊ดปร๊าดมากมายนัก

ยังดี ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าให้น้ำหนักไม่มากนัก ผู้หญิงขับได้ผู้ชายขับดี มีระยะฟรีไม่เยอะ อาการพวงมาลัยจะแนวเนิบๆ ไม่คมกริบแบบรถสปอร์ต มีการหน่วงหน่อยเมื่อบังคับเลี้ยว ไม่ไปตามใจทันที มันดี สำหรับรถนั่งโดยสารอย่าง MPV สำหรับใครที่กระโดดมาจากอีโค่คาร์ แรกๆ อาจจะต้องทำใจปรับตัวความเชื่องในการบังคับเลี้ยว พอเข้าใจแล้ว พักเดียวก็สามารถใช้งานมันได้คล่องตัวมากขึ้น

ถึงแม้จะมีหลายส่วนที่เราชอบ แต่ความยาว 4,475 มม. กับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ในบางครั้งเวลาเราต้องเร่งแซงเพื่อแทรกเขายังไม่ทันใจ จนบางทีเสียจังหวะเข้าไม่ได้ ก็มีอยู่บ่อยครั้ง ลำตัวยาวยังเป็นอีกปัญหาในการแทรกรถท่ามกลางการจราจรคับคั่ง มันจะเป็นปัญหาในช่วงแรกๆ ที่คุณยังไม่คุ้นชินรถประมาณนี้ เมื่อขับไปพอชินเท้า การมุดการแทรก เปลี่ยนเลน ก็จะง่ายขึ้นตามลำดับ

ชีวิตในเมืองกับการจราจรติดขัด ขับวนไปๆ มา ๆ ได้เวลาเติมน้ำมัน ระยะทางขับมาแล้ว 87.6 ก.ม.​เติมน้ำมันไป 7.1 ลิตร คิดเป็นอัตราประหยัด 12.33 ก.ม./ลิต

ออกทริปทางไกล ขับดีมั่นใจเกินคาด

หลังจากผ่านชีวิตในเมือง …​สำหรับคนรุ่นใหม่อย่างเราๆ วันว่างก็ต้องออกไปทำกิจกรรมกันบ้าง…

วันนี้ผมเลือกจะไป ตั้งแคมป์ พักผ่อนให้ห่างไกลโควิด ที่ระบาดหนักกันสักหน่อย ใครจะคิดว่า สุพรรณบุรี ก้มีที่ตั้งแคมป์ด้วย เส้นทางไม่ไกลมาก ขับรถกำลังพอดี ไม่ต้องเร่งตื่นแต่เช้าแล้วรับออกเดินทาง

เส้นทางเราเริ่มจากบางใหญ่ ไปยังถนนมุ่งหน้าเมือง สุพรรณบุรี ตลอดเส้นทาง Toyota Veloz ให้ความนิ่งกว่าที่คาด เวลาใช้ความเร็วเดินทาง 100-120 ก.ม./ช.ม. รถค่อนข้างมีความมั่นคงสูง พอสมควร ไม่โหวงเหวงโคลงเคลง คุณสามารถใช้ความเร็วได้มากกว่านี้ ถ้าต้องการ และช่วงล่างก็ยังเอาอยู่

อย่างไรก็ดี จากที่ขับตลอดทาง ผมรู้สึกว่า อาการระบบกันสะเทือนของ Toyota Veloz พยายามจะเซทให้มันสปอร์ตตอบคนรุ่นใหม่ ไม่นิ่มนวลจนย้วย และไม่ได้กระด้างจนนั่งไม่สบายนัก

อาการของมัน ถ้าผมเปรียบเทียบกับรถคลาสเดียวกัน ที่เคยผ่านมือมาอย่าง Suzuki Ertiga, Suzuki XL7 และ Mitsubishi Xpander และ Xpander Cross

การตอบสนองของช่วงล่างจะค่อนไปทางมิตซูบิชิที่มีความแข้งแน่นหนึบ ตอบสนองไว เพียงแต่นุ่มไม่เท่ากับของทางมิตซูบิชิ ข้อหนึ่งที่ผมพอจะบอกได้ คือรถคันนี้น่าจะใช้แก๊นโช๊คปกติไม่ยาวมาก ทำให้การซับแรงกระเทือนทำได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อเจอหลุมใหญ่ถนนปะ ก็ยังสะเทือน เพียงแต่ตอบสนองตอนรับแรงกระแทกเร็ว

ทำให้ในช่วงเสี้ยววินาที ที่ผ่านทางที่ไม่โสภา ที่สามารถพบได้ตามถนนห่างไกลเมืองกรุง จะมีการสะเทือนสักหน่อย ทั้งหมดสำหรับผมอยู่ในเกณฑ์รับได้

ส่วนเวลาเข้าโค้ง ในทางโค้งยาวๆ รถดูมั่นคงดี ถ้าเป็นโค้งแคบ อาจจะต้องชะลอความเร็วสักหน่อย เนื่องจากรถประเภทนี้มีความสูง จึงโยนตัวเวลาเข้าโค้งง่าย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก

พอขับเร็วขึ้น น้ำหนักพวงมาลัยจะเพิ่มขึ้นให้มั่นใจ อาการบังคับเลี้ยวยังเหมือนเดิม เน้นเอื้องไปเรื่อยๆ ไม่ฉึบแับวิบวับรวดเร็วนัก อาการพวงมาลัยแบบนี้ มันดีมากกับการเป็นรถครอบครัว ผู้ขับขี่ผ่อนคล้ายสบายๆ ไปเรื่อย เวลา แซงเปลี่ยนเลนไปมา เกิดแรงเหวี่ยงกับรถน้อย ผู้โดยสารเองก็นั่งสบายด้วยเช่นกัน

ช่วงเดินทางด้วยความเร้วผมสังเกต การทำงานของเครื่องยนต์ 1.5 และระบบเกียร์ CVT มันใช้รอบค่อนข้างต่ำมากพอสมควร

  • ความเร็ว 100 ก.ม. ใช้รอบเครื่อง 1750 รอบต่อนาที
  • ความเร็ว 110 ก.ม./ช.ม. ใช้รอบเครื่อง 1900 รอบต่อนาที
  • ความเร็ว 120 ก.ม./ช.ม.​ใช้ความเร็วรอบเครื่องยนต์ 2200 รอบต่อนาที

จากทีสังเกตบนหน้าปัด ถ้าเทียบกับรถคลาสเดียวกันที่ใช้ระบบเกียร์ ออโต้ 4 สปีด อาจไม่เห้นความต่างนัก ในแง่การทำงานของรอบเครื่องยนต์

จนกระทั่งเราขับมาถึงถนนที่เป็น 2 เลนสวน จังหวะที่ต้องเร่งแซง ขึ้นหน้าบรรทุก ต้องย่ำคันเร่ง ตรงนี้แหละ เห็นชัดเลยว่า CVT ตอบสนองดีกว่า คุณเหยียบปุ๊ป เครื่องเร่งแรง ตอบสนองพุ่งไปข้างหน้าทันที แถมไม่กระชากให้คนนั่งรู้สึกว่า ช่วงนาทีระทึกมาแล้ว

ชุดเกียร์นี้ยังฉลาดพอที่จะเปลี่ยนตำแหน่งไปอัตราทดต่อไปเอง ถ้าถึงจุดกำลังเครื่องยนต์ ทำให้มันเร่งได้ไวขึ้น ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยกำลัง 106 แรงมา้ คุณอาจจะยังต้องกะจังหวะดีๆ อยู่บ้าง เวลาเร่งแซงบนถนนแบบนี้ ด้วยรถมีน้ำหนักเยอะ กว่าจะเร่งขึ้นยังมีเหนื่อยนิดๆ แต่มันดีกว่ารถที่ใช้เกียร์ออโต้ 4 สปีด แน่นอน

อย่างไรก็ดร สิ่งที่ผมไม่ชอบใจนักใน รถยนต์ Toyota Veloz เป็นเรื่องการเก็บเสียงในห้องโดยสาร จากที่ขับรู้สึกว่า เสียงลมทางด้านหน้าค่อนข้างกังไปนิดในความเร็วเดินทางช่วง 110-120 ก.ม./ช.ม. ประเด็นดังกล่าวก็ไม่ได้มาจากเรื่องอื่นไกล จากการออกแบบ และทรวดทรงตัวรถ ทรงหน้าทู่ เป็นเหลี่ยมมีความเป็นกล่องติดล้อวิ่งได้ จึงค่อนข้างมีเสียงรบกวนเยอะ จะได้ยินชัดในตำแหน่งผู้โดยสารตอนหน้า

ไม่น่าเชื้อว่าการขนของจนเต็ม ยังสามารถขับได้อย่างปกติ

ส่วนผู้โดยสาร แถว 2 และ แถว 3 เสียงรบกวน จากลมจะไม่เป็นปัญหาเท่าไรในการโดยสาร

นอกจากเสียงลมจากภายนอก เสียงพัดลมแอร์ผู้โดยสารตอนหลัง ก็ยังค่อนข้างดังรบกวนการขับขี่ โดยเฉพาะ หน้าร้อนแบบนี้ ถ้าคุณเปิดแอร์ตอนหลัง เบอร์ 2 หรือ เบอร์ 3 การจะปิดแอร์หลัง ในกรณีลืมเปิดทิ้งไว้ ทำได้เพียงจอดเอื้อมมือไปปิดเท่านั้น ไม่สามารถกดปิดจากหน้าจอแอร์ทางด้านหน้าได้ เท่าที่ลองหาไม่มีสวิทช์ควบคุมแอร์หลังมาให้ เหมือนในรถตู้โดยสาร

ทำให้ ถ้าลืมเปิดพัดลมตอนหลังทิ้งเอาไว้ ไม่คุณจอดรถเอื้อมมือปิด ก็ต้องใช้คนข้างกายไปปิด เพื่อลดเสียงรบกวนจากพัดลมแอร์ตอนหลัง

แล้วยังมีอะไรอีกบ้าง … ที่ควรทราบ

ขับทางไกลมายาวนาน ผมมานั่งคิดว่า Toyota Veloz น่าจะมีอะไรเพิ่ม เท่าที่ดุตอนนี้ก้ครบ ระบบ Toyota Safety Sense ที่มีระบบความปลอดภัยก่อนการชน ,ระบบเตือนการหลุดเลนพร้อมช่วยควบคุมพวงมาลัย

ยามค่ำคืนยังมีระบบไฟสูงอัตโนมัติมาให้อีก ขับๆ เท้าแช่ที่คันเร่งนาน ผมถึงบางอ้อ รถคันนี้ยังขาดระบบ Cruise Control ทั้งที่มันมีระบบความปลอดภัยชั้นนำ กลับขาดระบบนี้ไปได้ยังไงนี่แอบงง อยู่เหมือนกัน

ไม่เพียงแค่นี้ ผมแอบงงตรงวิธีการใช้โหมดการขับขี่ ในปุ่ม Drive ที่พวงมาลัย ปกติ โหมดการขับขี่ จะเป็นการเลือกในแต่ละโหมด อาจจะเป็นสวิทช์เลื่อนหรือใดๆ ก็ตาม สำหรับ เวลอซ การเลือกโหมดการขับขี่ใช้วิธีการกด ระหว่างกด กับกดแช่ …

ทีแรกผมก็งงๆ กับการใช้งาน จนกระทั่งเริ่มชิน คุณกดเลย จะได้โหมด Power กดยาวๆ จะได้ โหมด Eco การใช้วิธีการแบบนี้ ส่วนตัวผมไม่ค่อยประทับใจ อาจจะด้วยเป็นคนชอบเล่นโหมดการขับขี่ด้วย

ในแต่ละโหมด นั้น เป้นเพียงการตอบสนองคันเร่งไฟฟ้าไปหาเครื่องยนต์ ถ้าโหมดประหยัด มันจะหน่วงๆ หน่อย ส่วนถ้าโหมดพาวเวอร์ ก็จะฮึดฮัดๆ ขึ้นมาหน่อย แต่ไม่มีผลกับอัตราเร่งโดยตรง เพราะไม่ได้ปรับที่เกียร์

หารใช้วิธีกดเลือกโหมดการขับขี่ ว่ายากแล้ว ผมท้าให้หา วิธีปิดระบบความปลอดภัย อย่างระบบเตือนการหลุดเลน

เชื่อไหมครับ ตั้งแต่เริ่มลองขับจนวันไปคืนรถ ผมหาวิธีการปิดไม่เจอ ทีแรกก็คิดว่าอยู่ในหน้าจอ คลำหาก็ไม่เจอสักที จนท้าายสุดต้องยอมถามพี่ๆ ครูฝึกของโตโยต้า ได้ความว่าใช้วิธีการเดียวกัน กับโหมดการขับขี่ โดยใช้ปุ่ม PCS หรือ Pre Collision Sytem กดสั้น คือปิดตัวกันหลุดเลน และกดยาวคิดปิด ระบบปลอดภัยก่อนการชน

ผมถึงกับเกาหัวในความซับซ้อน เรื่องนี้

สรุป Toyota Veloz Premium ครบเครื่องคุ้มค่า… พ่อบ้านพันธุ์สปอร์ต

ถึงที่หมายปลายทางกับ Toyota Veloz ผมเอาของลง กางเต๊นท์ และใช้ชีวิต ท่ามกลางธรรมชาติ กับคนที่เรารัก และคนที่รักเรา

รถคันนี้เป็นรถครอบครัวคันแรกที่ผมเริ่มรู้สึกสนใจรถ MPV มากขึ้น ขนาดตัวรถที่ใหญ่ หังชั่นที่ครบครัน ความสะดวกสบายในการโดยสาร แม้ว่าจะมีบ้างบางประเด็น ที่ทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจไม่ชอบมันบ้างก็ตามที

ก่อนมาถึงที่กางเต๊นท์ผมเติมน้ำมันเต็มถังวัดอัตราประหยัดทางไกล ขับมาทั้งหมด 148.8 ก.ม. เติมคืน 8.78 ลิตร ได้อัตราประหยัด 16.9 ก.ม./ลิตร จากการขับด้วยความเร็ว 110-120ก.ม./ช.ม.​ เร่งแซงไม่เกิน 130 ก.ม./ช.ม. ถือว่าค่อนข้างประหยัดเอาเรื่องอยู่พอตัว

สำหรับใครที่เฝ้ารอ ว่าแล้วรถคันนี้มีอัตราเร่งเท่าไร จากการทดสอบของเราบนถนนลาดยางในพื้นที่ที่ทำกับรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อ จับด้วยการวัดค่าจากตัวรถผ่านเครื่องมือ OBDII

อัตราเร่ง 0-100 ก.ม/ช.ม. และ 80-120 ก.ม/ช.ม.

ครั้งที่ 1ครั้งที่ 2ครั้งที่ 3เฉลี่ย
0-100 14.4514.4314.5314.47
80-12011.5612.0011.4311.63

ผลจากการทดสอบ ก็เป็นไปตามคาด รถคันนี้ไมได้เร่งแรงมากนัก ตามสไตล์รถคันใหญ่เครื่องยนต์เล็กกำลังน้อย เป็นรถสำหรับการใช้งานทั่วไป

เมื่อมาดูในเรื่องของความประหยัดน้ำมัน กลับทำได้ดีกินคาด กว่าที่คิด ส่วนสำคัญมากจากการใช้ระบบเกียร์ CVT ในการเดินทาง

สรุปอัตราประหยัดน้ำมัน

ก.ม./ลิตร
ในเมือง12.33
นอกเมือง16.94
Bonn test mode 15.71

ที่จริงมันยังพอจะประหยัดได้มากกว่านี้ถ้ามีระบบ idling Stop มาให้ กับรถขนาดนี้ได้อัตราประหยัดประมาณนี้ ถทอว่าไม่ขี้เหร่ออกแนวประหยัดด้วยซ้ำ ยิ่งยุคนี้นำ้มันกลับมาแพงอีกครั้ง ก็ไม่รู้ว่า รัสเซียยูเครน เขาจะป๊ะกันอีกนานไหม เจ้านี่ถือเป็นรถที่มีความประหยัด

ส่วนเรื่องการโดยสาร ผมว่ารถคันนี้ทำพวกเบาะนั่งออกมาได้ดี ตามสไตล์คนสร้างคือไดฮัทสุ อีกผู้เชี่ยวชาญ รถยนต์นั่งขนาดเล็ก หลังคาโปร่ง ห้องโดยสารสบาย

แถมมีระบบความปลอดภับเชิงป้องกันมาด้วย ครบขนาดนี้ไม่เคยเห็นในรถกลุ่มเดียวกันมาก่อน จนไม่แปลกใจ ที่คนจะสนใจ

Toyota Veloz Premium ราคาขาย อยู่ที่ 875,000 บาท กับออพชั่นครบขนาดนี้ก็เรียกว่าคุ้มมาก มันเป้นรถที่ทั้งปลอดภัยประหยัด กำลังเครื่องอาจจะขาดไปบ้า งแต่โจทย์สำหรับรถครอบครัวสักคัน ไม่น่าจะใช่ความแรง มันน่าจะ ต้องประหยัดปลอดภัย ขับมั่นใจ ทั้งหมดนั้น คุณหาได้ในรถคันนี้ … นั่นเองครับ

เรื่องและขับทดสอบโดย ณัฐยศ ชูบรรจง

ขอบคุณ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เอื้อเฟื้อรถทดสอบ Toyota Veloz Premium มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

ขอบคุณ สถานที่ถ่ายทำ Lake Haven

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments