Toyota Veloz Premium : MPV ใหม่ รีวิวสั้น!! สัมผัสแรก พ่อบ้านรุ่นใหม่

แบ่งปันเรื่องนี้

โตโยต้า ถือเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีรถยนต์ MPV มากมายหลายรุ่น เข้ามาทำตลาดมายาวนาน แม้ว่าาที่ผ่านมา โตโยต้า จะมองว่า รถกลุ่มนี้ไมีสร้างกำไรมาก เนื่องจากยอดขายไม่เอยะ อย่างที่คิด แต่ 2-3 ปีให้หลัง รถกลุ่มนี้ได้รับความสนใจ จากลูกค้าอย่างมากจน ทางโตโยต้า ตัดสินใจนำเสนอรถ Toyota Veloz ใหม่ที่เข้ามาทำตลาดล่าสุด

Toyota Veloz บางเสียงก็ว่า มันจะเป็นตัวตายตัวแทนของ Toyota Avanza บ้างก็ว่าไม่ไม่ใช่ แต่ที่แน่ๆ นี่คือรถยนต์ อเนกประสงค์น้องใหม่ของทางโตดยต้า ที่หวังเข้ามาตีตลาดในไทย ที่มองหารถคันเดียวที่ครบเครื่องครบครัน ในคันเดียว

ตัวรถมาพร้อมแนวคิดการออกแบบที่เรียกว่า Proud Active นำเสนอเส้นสายงานออกแบบที่มีความดุดัน สปอร์ต และให้อารมณ์เปี่ยมด้วยความหรูหราไปด้วยในหนึ่งเดียว

มิติตัวรถมีความยาว 4,475 มมซ กว้าง 1,750 มม.​และ สูง 1,700 มม. ให้ฐานล้อยาว 2,750 มม. พร้อมระยะสูงจากพื้นถึงท้องรถ 205 มม. ตอบความพร้อมการใช้งานอย่างลงตัว

งานออกแบบนำเสนอ ความสปอร์ตดุดัน ด้วยกระจังหน้าทรงคางหมู สีดำ และยังติดตั้งชิ้นส่วนพลาสติดสีดำมากมายภายนอก ทำให้รถมีความน่าใช้งาน

ไฟหน้า ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ให้ไฟหน้า LED พร้อม LED Light Guide และ ไฟเลี้ยวแบบ Sequential มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น บนหลังคาให้ราวหลังคาสีเทา และ เสาอากาศคลีบฉลาม พร้อมสปอร์ยเลอร์หลัง ส่วนฝาท้ายเป็นแบบเปิดมือ ไม่ใช่ประตูท้ายไฟฟ้าแต่อย่างใด

ภายในห้องโดยสาร Toyota Veloz Premium นำเสนอ ฟังชั่นครบครัน ตามสูตร MPV ด้วยเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง โดยเบาะนั่งแถว 3 สามารถ ปรับเอน และ ปรับพับในอัตรา 50/50 ได้ และพับเรียบได้ด้วย

ด้านเบาะนั่งแถว 2 สามารถ ปรับพับในอัตรา 60/40 และ เลื่อนเดินหน้า-ถอยหลัง ตรงกลาง เป็นที่เท้าแขน สามารถพับลงมาใช้งานได้ หรือเปลี่ยนเป็นการพับแบบ 40/20/40 ครั้งแรกในรถกลุ่มนี้

Toyota Veloz Premium

การตบแต่งภายใน ทั้งรุ่นท๊อปและรุ่นเริ่มต้น ใช้วัสดุ หนังสังเคราะห์ ผสมกับผ้าสีเทา ครึ่งบน เป็นการตบแต่งด้วยสีเทา เพื่อให้โทนความสว่างในห้องโดยสาร

ตรงหน้าคนขับมาพร้อมกับ พวงมาลัย สามารถปรับได้ 4 ทิศทาง ขึ้นลง และยืดหดได้ เบาะนั่งคนขับ สามารถปรับระดับได้ หน้าจอเรือนไมล์เป็นแบบเรืองแสงขนาด 7 นิ้ว ให้ความรู้สึกทันสมัย ตรงกลางให้เครื่องเสียงจอสัมผัส ขนาดเริม่ต้น 8 นิ้ว และ สูงสุด 9 นิ้ว มีระบบ apple Car Play และ Android Auto

Toyota Veloz Premium
หนึ่งในรูปแบบการพับเบาะ สามารถวางเบาะต่อกันได้แบบนี้

เรื่องความสบายพกระบบปรับอากาศ อัตโนมัติ พร้อม ช่องแอรตอนหลัง สามารถปรับพัดลมแอร์ได้ หลังเบาะนั่งคู่หน้า มีที่เก็บของเล็กๆมาให้ด้วย

การโดยสารเบาะตอน 2 ค่อนข้างทำได้ดี ที่สำคัญ สามารถปรับเอนนอนได้เยอะมาก จนไปติดเบาะแถว 3 ถ้าไม่มีใครนั่งหลังตรงนั้น ลูกเล่นอีกอย่าง ของเบาะตอน 2 คือ พนักพิงตรงกลาง ถ้าไม่นั่ง 5 คน สามารถ พับลงมาได้ เป็นที่เท้าแขนอันโตๆ

Toyota Veloz Premium

ส่วนที่วางขวดน้ำย้ายขึ้นมาอยู่แผงประตู ด้านบนแถวมือจับ ทำให้สะดวกในการใช้งานมากๆ

ด้านตัวเบาะนั่งแถว 3 ตามที่บอกสามารถพับเอนนอนได้แล้ว ยังมีพื้นที่โดยสารกว้าวงขวาง ถ้าคุณไม่ได้ใช้เบาะแถว 3 ก็จะได้พื้นที่สัมภาระค่อนข้างกว้าง ถ้าใช้ก็จะมีพื้นที่สัมภาระเล็ก

แต่ที่สำคัญที่สุดในห้องโดยสาร Toyota Veloz ในองค์รวม มีพื้นที่เหนือ ศรีษะค่อนข้างมากพอสมควร แม้แต่คนตัวสูงอย่างผม ก็สามารถ โดยสารได้อย่างสบาย

ทดลองขับสั้นๆ .. แต่พอบอกได้หลายอย่าง

ทางด้านการขับขี่ เป็นหน้าที่ของเครื่องยนต์ซิน 1.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง รหัส 2NR-VE เครืองยนต์ตัวนี้ อาจจะคุ้นเคยจาก Toyota Avanza ให้กำลังขับ 106 แรงม้า และให้แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ระบบเกียร์ เป็นหนึ่งในตองอูที่ทำให้ รถรุ่นนี้ไม่เหมือนใคร ด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT พร้อมระบบ Sequential Shift

ไม่เพียงแค่นี้ยังมีระบบ เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Brake Hold มาให้ด้วยนะ ช่วยให้ความสะดวกสบายในการขะับขี่ในเมือง น่าเสียดาย รถรุ่นนี้ดันขาด Cruise Control ไม่งั้นจะไร้ที่ติดไปแล้ว

แต่ที่เป็นหมัดเด็ด Toyota First in Class คือ ให้ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense มาครบครัน ทั้ง

  • ระบบปลอดภัยการก่อนการชน
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา
  • ระบบช่วยเตือน ขณะถอยรถ
  • ระบบเตือนออกนอกเลน พร้อมดึงพวงมาลัยกลับ
  • ระบบเตือนเมื่อรถเคลื่อนตัวไปข้างหน้า
  • ระบบเตือนเมืองเหยียบคันเร่งผิดวิธี

แน่นอน ระบบทั้งหมด รถรุ่นอื่นๆในคลาส เดียวกัน ยังไม่มีเคยมีมาให้มาก่อน และเป็นครั้งแรกที่รถกลุ่มนี้มีระบบประเภท Active Safety มาให้

การลองในสนามวันนี้ช่วงแรก เราได้ลองระบบ Toyota Safety Sense บางส่วน ทางโตดยต้า อยากโชว์ระบบเตือนและป้องกันการหลุดเลน พร้อมหน่วง พวงมาลัยกลับ ซึ่งทำได้อย่างรวดเร้ว แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องใช้ความเร็วเกิน 50 ก.ม./ช.ม. ขึ้นไปเสียก่อน เพื่อให้ระบบอ่านจดจำเส้นจราจรได้

จากสถานีแรก เราผ่านมาลองการทรงตัวและควบคุมของรถ ผ่านสถานีสลาลอม ในรถ เรามี 4 คน พร้อมทั้งครูฝึกและช่างภาพ ครั้งแรก ผมขับด้วยความเร็ว 48-50 ก.ม./ช.ม. โยกซ้ายขวาซ้าย ไปตามที่กำหนด ที่น่าสนใจตัวรถค่อนข้างจะเอาอยู่กับความเร็วนี้

อาการพวงมาลัยไม่ได้คมกริบเป็นรถสปอร์ต หากก็ไม่ได้อ้อยสร้อยเชื่องช้าจนเกินงาม สามารถคัดซ้าย-ขวาทันใจ น้ำหนักพวงมาลัยจัดว่ากลางๆ คุณผู้หญิงขับได้ คุณผู้ชายขับดี

รอบต่อมา ในด่านสลาลอม ผมลองใช้ความเร็วเพิ่มขึ้น เป็น 55-60 ก.ม./ช.ม. อาการโคลงของรถมากขึ้นก็จริง แต่เอาอยู่อย่างสบาย แม้การขับเร็วแล้วเหวี่ยงขนาดนี้ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไป ทำในรถ MPV แต่ในบางครั้งคุณอาจจะต้อวใช้มันในสถานการณ์ฉุกเฉิน สำหรับผม เจ้าเวลอซ ถือว่าสอบผ่านสบาย

รถพ่อบ้าน 7 ที่นั่ง .. ทุกครั้งมักจะมีคำถามว่า กำลังขับมันพอใช่ไหม กับการใช้งาน ทางตรงมีไม่มาก ผมออกตัวจากหยุดนิ่ง ยิงยาวเดินคันเร่งบี้ติดพื้น ทั้งที่ มี 4 คนรถ ที่จริงอาจจะ 5 ถ้านับว่ากันตามน้ำหนักตัว

การตอบสนองถือว่าทำได้ดน่าประทับใจ จะติดก็อย่างเดียวเสียงเครื่องยนต์ค่อนข้างดังมาก ถ้าคุณเร่งแรงกับมัน อาจจะด้วยการบุเก็บเสียงจากห้องเครื่องยังไม่ดีเท่าไรนัก

แต่ในเจ้าพ่อบ้านคันนี้ ยังมีดีซ่อนเอาไว้อีก นั่นคือ โหมดการขับขี่ ตาม รายละเอียดในโบว์ชัวร์จะมี 3 โหมด ได้แก่ Eco , Normal และ Sport แต่ปรากฏว่าเราทราบมาตอนหลังว่า ที่จริง มันมีโหมด ที่ 4 เหมือนเป็นโหมด Auto หรือ Power Eco ด้วย ระบบจะดูว่า คนขับจะตอบสนองกับคันเร่งอย่างไร ถ้าเหยียบแรงจะปรับให้เป็นโหมดเน้นเค้นกำลัง ส่วนถ้าเราขับชิลๆในโหมดนี้ ก็จะทำให้มันมีความประหยัดสูงสุด เป็นลูกเล่นที่ส่วนตัวผมว่าแปลกดี

นอกจากนี้ ตัว Sequential Shift ยังทำออกมาให้ตอบสนองได้ตามต้องการ เมื่อลูกค้าคิดริอยากจะสับเอง

สำหรับใครที่กังวลว่า ตัวรถ จะพาคน 7 คน ขึ้นทางลาดชั้น มหาโหดไหวหรือไม่ เรื่องนี้ ต้องบอกว่าสบายใจหายห่วง เนืองจาก ทางโตโยต้าได้ทดสอบ ขึ้น ดอยอ่างขางและ ดอยอินทนนท์ แล้ว พบว่าสบายหายห่วงสามารถขึ้นได้อย่างไม่มีปัญหา ลูกค้าไม่ต้องกังวล

ด่านสุดท้าย เราลองสัมผัสการตอบสนองของระบบกันสะเทือน ที่จริงตั้งแต่ขับ Toyota Veloz ผมรู้สึกว่า ช่วงล่างออกมาในทางเฟิร์มนุ่มนั่งสบาย กระเดียดมาทางรถในคลาสเดียวกันอย่าง Mitsubishi Xpander แต่นุ่มนวลกว่ามาก จนนั่งสบายแผ่นหลัง แม้จะเจอการตกกระแทกอย่างแรง

ผมแอบแปลดใจเล็กๆ ตรง ในสถานีสะพานคอหัก รถมีอาากรกระแทกขึ้นอย่างแรง แต่เวลาลง สามารถเก็บอาการอย่างนุ่มนวลพอรับได้ อาจจะด้วยการเซทช่วงล่างที่เน้นการเก็บอาการช่วงล่าง เวลารับแรงกระแทกก็เป็นไปได้

ในภาพรวม Toyota Veloz จากสัมผัสแรก ผมว่า มันเป็นรถ MPV ที่โดดเด่นในเรื่องของฟังชั่นตัวรถ และความคุ้มค่าที่อยากจะหาใครเทียบเคียงในปัจจุบัน หัวใจสำคัญมันไม่ได้อยุ่ที่สมรรถนะในการขับขี่แต่เป็นฟังชั่นกับความคุ้มค่าคุ้มราคาตัวรถ

อย่างเจ้าตัว Premium ที่เราได้รีวิว และลองในวันนี้ มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 879,000 บาท ซึ่งนับว่าไม่ได้แพงมากกับการมีระบบ Toyota Safety Sense มาให้ ใครมองหารถพ่อบ้าน เอาไว้ใช้รับส่งลูก อย่ามองข้ามเจ้า Toyota Veloz คันนี้ไปเด็ดขาด ครับ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments