Toyota กำไรทั่วโลก หด 42% จากปัญหาต้นทุน และวัตถุดิบในสายพานผลิต

แบ่งปันเรื่องนี้

แม้ในการปรับโฉมรถยนต์หลายๆรุ่นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาของ Toyota หลายๆคนอาจจะบ่นกันในเรื่องของราคาที่เพิ่มขึ้นจนดูเหมือนไม่คุ้มค่ากับออพชันที่เพิ่มเข้ามา แต่นั้นอาจไม่ได้หมายความว่านั่นคือการบวกราคาขึ้นเพื่อเอากำไรมากกว่าที่พวกเขาเคยได้

สาเหตุที่เราเกริ่นเช่นนั้นก็เป็นเพราะ จากการเปิดเผยข้อมูล ตัวเลขกำไรในไตรมาสแรกตามปีงบประมาณล่าสุดของ Toyota บริษัทแม่ ระบุว่าพวกเขาสามารถทำกำไรไปได้ 578,660 ล้านเยน หรือก็คือราวๆ 154,660 ล้านบาท โดยหากเทียบกับยอดกำไรในช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณก่อนหน้า ที่ทางบริษัทสามารถทำกำไรได้ 997,400 ล้านเยน หรือราวๆ 266,611 ล้านบาท ก็จะพบว่ากำไรของบริษัทหายไปถึง 42%

ทั้งนี้ ปัญหาหลักที่ทำให้กำไรหดหายไปถึงเกือบครึ่งจากช่วงเวลาเดียวกัน กลับไม่ใช่สาเหตุจากความต้องการของผู้ใช้ลดน้อยลง แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่สามารถผลิตรถยนต์ได้มากอย่างที่ควรจะเป็น เพราะปัญหาจากการขาดบุคลากรในไลน์ผลิต เพราะการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน ตามด้วยปัญหาชิปสำหรับประมวลผลระบบอิเล็กทรอนิกส์ขาดตลาด และซ้ำร้ายยังมีปัญหาเรื่องของราคาวัตถุดิบกับชิ้นส่วนที่แพงขึ้น จนทำให้ต้นทุนการประกอบและผลิตรถสูงกว่าเดิม

อย่างไรก็ดี เนื่องจากตอนนี้ สถานการณ์เกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่อันดับต้นๆของแบรนด์ได้เริ่มคลี่คลายดีขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้หลายฝ่ายคาดว่าปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในไลน์ผลิตจะสามารถแก้ไขได้ในเร็วๆนี้ และจำนวนการผลิตรถก็จะเพิ่มขึ้นอีกมากในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

เช่นเดียวกับตลาดในประเทศอื่นๆทั่วโลก ทาง Toyota เองก็เริ่มสามารถที่จะวิเคราะห์ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและชิ้นส่วนในการผลิตได้แล้วว่า ในปีนนี้มันจะเพิ่มขึ้นจากเดิมราวๆ 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือหากคิดเป็นเงิน ก็คือเพิ่มขึ้นอีกราวๆ 1,700,000 ล้านเยน หรือ ราวๆ 454,696 ล้านบาท

ดังนั้น แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ทาง Toyota ก็ยังคงมองว่าในปีงบประมาณนี้พวกเขาจะยังคงสามารถส่งมอบรถให้กับลูกค้าทั่วโลกได้หลัก 9.7 ล้านคัน จากที่ยอดขายรถในปีงบประมาณก่อนหน้าพวกเขาสามารถขายรถภายใต้เครือของตนเองไปทั้งหมด 7.646 ล้านคัน

ข้อมูลจาก Toyota, Reuters

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments