ลองขับ Toyota Hilux Revo GR Sport 4×4 หน้าตาดุดัน ขับมันส์กว่าเดิม

แบ่งปันเรื่องนี้

ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่ าวิวัฒนาการรถกระบะในไทย เปลี่ยนไปมากมายหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการมาทำกระบะพร้อมซิ่ง หรือ สปอร์ตปิคอพั แพละในการมาครั้งนี้ โตโยต้าตัดสินใจยกพลเข้าตลาดด้วย Toyota Hilux Revo GR Sport

Toyota Hilux Revo GR Sport 4x4 สีดำ

Toyota Hilux Revo GR Sport ในเนื้อในของรถรุ่นนี้ ว่ากันตามจริง มันก็คือกระบะที่เราคุ้นเคยกันดี ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ออกมาเอาใจลูกค้า ตัวรถถูกปรับสร้างสรรค์ใหม่ ด้วยการหยอดภาพความสปอร์ตมากขึ้น โดนใจมากกว่าเดิมที่ออกไปในทางหล่อพร้อมลุย

ตัวรถรุ่นนี้ ทาง Gazoo Racing เข้ามารับผิดชอบงานออกแบบ ดว้ยความที่ต้องการทำให้มันแตกต่างอย่างชัดเจน จัดการยกเครื่องกระชับหน้าใหม่ให้น่าใช้มากขึ้น ตั้งแต่กระจังหน้าที่เปลีย่นจากเดิมในรุ่น Rocco มาสู่หน้าตาที่ดูแล้วมีความดุดันโหดมากขึ้นกว่าเดิม หนา้ตาออกแนวละม้ายไปทาง ทาโคม่า ฝั่งอเมริกา แล้วสักคำว่า Toyota เข้ามา เป้นความแตกต่างแรกที่เราสะดดตาในทันที

วันนี้ที่มาอยู่คู่กันเป็นรถสีดำ ที่ทำออกมาอย่างลงตัว จนแทบจะเรียกว่าเป็นรถกระบที่ออกแบบมาได้โหดสะใจมาก ล้ออัลลอยจัดการเปลี่ยนใหม่ ให้เข้มมากขึ้น ตัวรถเพิมลายสติ๊กเกอร์เข้ามามากขึ้น จะสลับกันระหว่าง สีขาว ดำ และ แดง ถ้าตัวรถสีดำ สติ๊กเกอร์ จะเป็นขาวแดง และสลับสีไปเรื่อย ตามแต่รถที่ลูกค้าเลือกซึ่งมีเพียง ขาว ดำ และแดงเท่านั้น

ด้านหลังกระบะท้ายมีสปอร์ตเพิ่มเข้ามา ให้ความกูน่าใช้งานมากขึ้น ขณะที่ด้านท้ายรถ ดูไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไรนัก ยกเว้น สติ๊กเกอร์ที่ให้เข้ามาอย่างครบเครื่องครบครัน

เปิดห้องโดยสารเข้ามา มองผ่านตา ไม่มีอะไรใหม่ แต่ถ้าดูกันเจาะไปทีละอย่าง Toyota Hilux Revo GR Sport จะมาพร้อมกับ ปุ่มสตาร์ท GR พวงมาลัย เดินด้ายแดง พร้อม Center Mark การเดินภายในตะเข็บสีแดง

ทางโตโยต้า ยังบอกว่า มีการปรับปรุงภายในห้องโดยสารด้วยโครงเบาะยึดมาจาก โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทีแรกก็มันต่างยังไง จนลองนั่งจะรู้สึกว่า ช่วงพนักพิงหลังใหญ่ว่ามากนั่งสบายกว่า และยังออกแบบให้กระชับลำคตัวผู้ขับขี่ แต่ไม่ถึงขนาดเป็น บัคเก็ทซีทเต็มสูตร ยังมีพื้นที่สำหรับความสบายในโดยสารอยู่บ้าง

การตัดเย็บเบาะ ด้วยหนัง Suede หลายคนอาจจะไม่รู้จัก หนังตัวนี้จะออกแนวเป็นหนังกลับ ช่วยที่สัมผัสตัวเรา มันดีตรงการยึดเกาะเสื้อผ้าเวลาเรานั่ง แถมไม่ทำให้หลังเปียกในระหว่างการโดยสารเป็นเวลานานๆ แป้นเหยียบสปอร์ต เป็นอีกสิ่งที่เพิ่มเข้ามา ส่วนอื่่นๆ ในรายละเอียด ก็ไม่ต่างจากเดิม

สมรรถนะเอาเรื่อง ขับสนุกได้ ใจ

สตาร์ทเครื่องยนต์ หน้าจอ ตรงกลาง จะมีสัญลักษณ์ GR บอกท่าทีความพร้อมซิ่งขึ้นมาทันควัน ดูขึงขันขึ้นมาทันใด

ตัวรถรุ่น Revo GER sport ทั้งหมด จะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ให้กำลังขับสูงสุด 204 แรงม้า และทำแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที

เนื้อแท้เครื่องยนต์ตัวนี้ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ทรงพลังรุ่นหนึ่งในกระบะ การปรับปรุงเมื่อปีที่แล้วคือการติดตั้งระบบหัวฉีดใหม่ Denso i-Art เข้ามาเพิ่มความสามารถในการขับขี่ แรงขึ้น ปล่อยไอเสียลดลงนิดหน่อย มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มี Paddle Shift มาให้ใช้ด้วยในรุ่นนี้ สับสนุกทันใจกว่าเดิม

ยังคงมาพร้อม 3 โหมดขับขี่ ได้แก่ Power, Normal และ sport ที่มีความสามารถในการขับขี่ ตอบสนองตามความต้องการ ใช้งานง่ายเพียงสัมผัสที่คอนโซลกลางเท่านั้น

แต่การปรับปรุงรถรุ่นนี้หลักๆ ไม่ได้อยู่ที่เครื่องยนต์ Gazoo Racing มองว่าเครื่องยนต์เดิมๆ ก็เหลือแหละ สำหรับใครที่สนใจว่า สมรรถนะเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร 204 แรงมา้ นี่ดีแค่ไหน

จากการทดสอบของเรา ทีมงาน ridebuster สามารถเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม.ได้ใน ราวๆ 10.42 วินาที 80-120 ก.ม./ช.ม. อยู่ที่ ราวๆ 6.6 วินาที ที่พิเศษที่สุดคือ เครื่องยนต์ตัวนี้ สามารถพาเจ้า รีโว่ วิ่งใช้ความเร็วสูงสุดได้ถึง 195 ก.ม./ช.ม. มากที่สุดในหมู่รถกระบะ

ดังนั้นเรื่องสมรรถนะในการขับขี่เรียกว่า เหลือกินเหลือใช้ ไม่ต้องแต่งเติมอะไรยังได้

ด้วยความพิเศษดังกล่าว ทาง Gazoo จึงตัดสินใจว่าที่ควรปรับปรุงนั้น คือ การควบคุมรถให้ได้ดั้งใจ

ปัญหาของรถกระบะ ต่อให้จะเลิศพัฒนามาดีแค่ไหน ความสูงจากพื้นทำให้มันมีอาการโยนตัวค่อนข้างมาก ในการขับขี่เห็นได้ชัด เวลาเข้าโค้ง หรือเปลี่ยน เลนเวลาขับรถเร็ว

อาการนี้บรรเทลงได้ด้วยโช๊คอัพ ดีๆ สักชุด Toyota Hilux Revo GR sport คันนี้จึงเลือกติดตั้ง โช๊คอัพ Monotube เข้ามาทั้ง 4 ต้น ไม่เพียงเท่านี้ ระบบ Superflex suspension ที่เดิมใช้แหนบสามแผ่นเปลี่ยนให้มันนั่งสบายขึ้น หนนี้ปรับกลับไปเป็นแหนบ 5 แผ่นสูตรเดิม ในตอนหลัง ด้วย

สำหรับมึใครไม่เข้าใจว่า โช๊คอัพ Monotube คืออะไร ผมจะอธิบายสั้นๆ ตรงนี้ว่า มันคือการออกแบบโช๊คเป็นแบบแยนกส่วนระหว่างห้องน้ำมัน และ ห้องแก๊ส ทำให้แรงดันในกระบอกโช๊คมากขึ้น ช่วงล่างจะออกไปในแนวติดแข็ง เหตุที่โช๊คแบบนี้ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจาก มันไม่นิ่มนวลเท่าไรนัก นั่งไม่สบาย

โช๊คจะทำงานได้ดี เมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง หรือผ่านในทางที่โหดหินมีอุปสรรคในการขับขี่ให้โช๊คต้องทำงานบ่อย ซึ่งไม่ใช่ทกคนที่จะขับโหดขนาดนั้น

เมื่อออกมาสุ่โลกความจริง บนถนนในกทม. โช๊ค Monotube จึงเป็นไปในอารมณ์แข็งแน่น ฝาท่อกทม.เอย ลูกระนาด หรือ กระทั่งหลุมเก้บอาการมาเรียบ ต้องพูดกันตามตรงว่าครับว่า ไม่ใช่รถที่คุณจะขับแล้วคิดว่านั่งสบาย อารมณ์ เหมือนคุณขับรถสปอร์ตชั้นนำ เพียงแต่คุณอยู่สูงกว่า และไม่ต้องกังวลเรื่องการลุยน้ำ

อาการนี้จะบรรเทาลงเมื่อเราเริ่มใช้ความเร็วบนทางด่วน โช๊คเริ่มตอบสนองบ่อยขึ้น ทำให้อาการความนุ่มนวลของมันดีขึ้นตามลำดับ ยิ่งขับเร็วยิ่งดี โช๊คจะออกอาการไปในทางแน่นเฟิร์ม ขึ้น ยิ่งใช้ความเร็ว 120 ก.ม./ช.ม ขึ้นไป จะยิ่งรู้สึกสบาย เป็นกระบะที่ต้องขับเร็ว จนอาจจะเสียนิสัย

ในช่วงใช้ความเร้ว ด้วยความเป็นรถสุงใหญ่ ทัศนวิสัยกว้างไกล จึงมองได้ทั่วถ้วนตลอดทาง แต่รถสุงมักจะไม่ถูกโฉลกเวลาขับขี่ในเรื่องการโยนตัว เวลาเปลี่ยนเลน หรือเข้าโค้ง แต่นั่นไม่ใช่กับ Revo GR Sport

ใครที่เคยขับกระบะยกสูง มักจะเจอประเด็นในการใช้งานบางมุม โดยเฉพาะว่า การโยนตัวของท้ายเวลาเปลี่ยนเลน เข้าโค้งแล้วออกไปในทางย้วยไม่มั่นใจ

ทั้งหมดนั้นไม่มีใน GR Sport คันนี้ ด้วยโช๊คที่เฟิร์มแน่น ที่สำคัญยุบตัวยากถ้าไม่เกิดขับมาแล้วพรุบตกหลุมไปจริงๆ ทำให้ รถคันนี้ค่อนข้างมั่นคงในการเหยียดสีล้อสัมผัสพื้นตลอดเวลา ในการเปลี่ยนเลน เมื่อเราหักพวงมาลัย รถจะออกอาการเหมือนเบนตัวทั้งคัน แล้วคืนตัวไวกว่าตัวปกติ

ทำให้เวลามุดไปตามการจราจร รถจะโครงตัวน้อยลง การตอบสนองบนพวงมาลัยเร็วขึ้น อาการโคลงรถลง ก็ทำให้คุณมั่นใจกว่าเดิม มุดแล้วไม่ดูน่ากลัว คนขับสนุกคนนั่งไม่หวั่นใจ

ในการดข้าดค้งก็เช่นกัน ช่วงฃ่างที่แข็งทำให้สามารถเอาบางทั้ง4 แตะพื้นได้ดีขึ้น เมื่อสัมผัสยางดีขึ้น การใช้ความเร้วในโค้งดีขึ้น คุรจะแปลกใตที่พบว่า กระบะคันนี้เข้าโค้งได้ดีพอๆ กับรถเก๋งทั่วไป ติดเพียงมันสูงกว่า ทำให้ แรงเหวี่ยงจะเข้าปะทะกับคุณมากกว่า แต่ผมลองขับในโค้งแถวบ้าน ด้วยความเร็วเดียวกับที่ใช้ในรถเก๋งคันที่บ้าน มันสามารถเข้าได้

โค้งกว้าง เข้าด้วยความเร็วสูงถึงราวๆ 120 ก.ม./ช.ม (โดยไม่มีของบรรทุกท้าย) และ โค้งแคบ หมุน 270 องศา สามารถใช้ความเร็วได้ 85 ก.ม./ช.ม. ซึ่งก็เรียกว่า เหนือกว่ากระบะทั่วไปเดิมจากโรงงานทุกรุ่นทุกยี่ห้อแน่นอน

ขับบนทางเรียบไปพอสมควร ผมตัดสินใจไปลองเส้นทางประเภท แรลลี่ เป็นทางหินกรวดที่ต้องใช้ความเร็ว ดูสั้นๆ เท่าที่ขับ ช่วงล่างชุดนี้ตอบสนองยึดเกาะถนนดี จนรถควบคุมง่ายมาก ช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่

แต่ส่วนตัว ผมคิดว่า ทาง Toyota ไม่เหมือนอีกค่ายที่ให้ Monotube คือไม่ได้เพิ่ม ช่วงยืดยุบของโช๊คอัพ ทำให้เวลาเจอหลุม จะซับเต็มเหนี่ยว ทำให้มันนั่งไม่สบาย เมื่อเทียบกับคู่แข่งกระเดียดไปในทางลุยมากกว่า แถมการให้ล้อและยาง ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางปกติ Dueler 684II อาจดีบนถนน

พอทางลุย มันก็ทำได้พอไปได้ดีในระดับหนึง่ในทางที่ไม่หินมาก ถ้าเริ่มมีทราย มีโคลน ยางชุดนี้จะเริ่มดื้อด้านลุยยาก ให้ดีต้องเปลี่ยนเป็นยาง AT แต่ก็อีกนั่นแหละด้วยโช๊คสโตรคไม่ยาวนัก ทำให้มัน เวลาลุย ก็จะทำได้ไม่ดีเท่าคู่แข่ง แต่ดีกว่าตัวธรรมดาแน่นอน

ถ้าสมบุกสมบันหนักมาก ความสามารถของเครื่องยนต์ สามารถไปได้ อาจต้องการเพียงยางใหม่เท่านั้น ซึ่งคุณสามารถหายาง AT ดีๆ ได้ในงบ 30,000 บาท

สรุป Toyota Hilux Revo GR sport เปลี่ยนไปในทางสปอร์ตกว่าเดิม

ใช้เวลากับ Toyota Hilux Revo GR Sport 2-3 วัน ในมุมผม ส่วนตัวให้เครดิตมันเป็นกระบะที่ขับสนุกตอบโจทย์มากที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ความดีของมัน ผมว่าอยู่ทีก่ารขับบนถนน มากวก่าทางลุย อาจจะด้วยความต้องการของทาง Gazoo Racing ที่ตั้งใจออกแบบรถมาอย่างนี้ เน้นใช้งานทางถนน และทางลุยแบบ Cross Country มากว่า ออฟโรด เพราะ แบรนด์เกิดและโตมาทางด้านนี้

ส่วนเครื่องยนต์ก็สมรรถนะดีอยู่แล้ว เมื่อผสานกับช่วยล่างใหม่ ก็สามารถรีดกำลังเครื่องยนต์ออกมาได้มากขึ้นในระดับหนึ่ง ด้วยความมั่นใจของรถที่มากขึ้น ประกอบกับตัวรถมีลูกเล่นมากเป็นทุนเดิม อยู่แล้ว ยิ่งทำให้รถมีความสามารถในการขับขี่ตอบสนองอย่างดี

ในเรื่องการออกแบบก็คงต้องแล้วแต่ว่าใครจะชอบ กับราคาค่าตัว 1.299 ล้านบาท ถามว่าราคาแรงไหม ตอบตรงว่าแรง เอาเรื่อง แต่ก็ครบเครื่องมีทุกอย่างที่คุณต้องการ บนถนนดี ลุยได้ อยากลุยหนักควรเปลี่ยนยาง

ผมแอบเสียดายที่พวกเขาไม่ทำรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ บางคนอาจต้องการ และราคาถูกลง ซึ่งน่าจะทำให้น่าสนใจมากกว่านี้

ในหนหน้า ผมจะมาลองรถในรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ ที่มาในสไตล์ซิ่ง

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments