Toyota GR86 10th Anniversary Edition โมเดลพิเศษฉลอง 10 ปีกับการฟื้นตำนาน “86”

แบ่งปันเรื่องนี้

นับตั้งแต่ Toyota GT86 ได้ถูกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2012 มันก็ได้กลายเป็นรถที่ช่วยสร้างฐานลูกค้าผู้ซึ่งชื่นชอบความเป็นรถสปอร์ตขับหลังขนาดเล็กให้กับทางค่ายไปได้มากมายในช่วงตลอดเวลากว่าทศววรษที่ผ่านมา ดังนั้นมันจึงสมควรแก่เวลสักที ที่ Toyota GR86 10th Anniversary Edition จะถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อฉลองวาระนี้

Toyota GR86 10th Anniversary Edition ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฉลองวาระพิเศษ ครบรอบ 10 ปี การวางจำหน่ายรถยนต์ตระกูล “86” ที่ได้แรงบันดาลใจในการสร้างจากรถยนต์ฮอทแฮชท์ระดับตำนานอย่าง Toyota Sprinter Trueno / Corolla Levin รหัส AE86 และด้วยจุดประสงค์ในการมอบความสนุกสนานในการใช้งานรูปแบบเดียวกัน จึงทำให้การกลับมาอีกครั้งของ “แปดหก” สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก

ส่วนความแตกต่างของ GR86 รุ่นฉลอง 10 ปี คันนี้ หลักๆแล้วก็ต้องเริ่มจากการที่มันถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของรถ GR86 รุ่นย่อย RZ ซึ่งเป็นรุ่นบนสุดของตัวรถที่มีวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น และชุดสีของมัน ก็จะเป็นชุดสีส้ม Flame Orange ซึ่งคล้ายกันกับตัวรถ GT86 รุ่นแรกเมื่อปี 2012 เสริมด้วยการทำสีชุดล้อและ ครอบกระจกมองข้างสีดำเงา และที่ขอบล่างของกระจกบานท้ายก็มีการเคลือกสติ๊กเกอร์ “10th-anniversary since 2012” เอาไว้ด้วยเพื่อบ่งบอกความพิเศษของมันจากภายนอก

ด้านงานตกแต่งภายในก็จะเปลี่ยนจากโทนการตกแต่งสีดำ/แดง เป็นสีดำ/ส้ม เพื่อให้เข้ากันกับสีสันภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการเดินตะเข็บด้ายสีส้มตามชิ้นส่วนต่างๆ แม้แต่ตัวแถบสีกลางเบาะนั่งเอง ก็เปลี่ยนจากสีแดง เป็นสีส้ม แล้วเสริมความเอกซ์คลูซีฟอีกนิดด้วยการปักโลโก้ “10th Anniversary” เอาไว้ที่แผงประตูบริเวณล่างเสา B

ขณะที่ขุมกำลังใต้ฝากระโปรงของมัน ยังคงเป็นบล็อค 4 สูบนอน ความจุ 2.4 ลิตร ที่ไม่ได้ถูกปรับจูนใดๆเพิ่มเติม และยังคงให้กำลังสูงสุด 235 แรงม้า PS กับแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร เท่าเดิม พร้อมส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ธรรมดา หรือ อัตโนมัติ 6 สปีด ไปยังชุดล้อคู่หลัง แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า

ทั้งนี้แม้ทางค่ายจะไม่ได้มีการเปิดเผยไว้ว่า พวกเขามีโควต้าในการผลิตและวางจำหน่าย Toyota GR86 รุ่นพิเศษ ตัวฉลอง 10 ปี 86 กี่คัน แต่ทางค่ายก็ได้มีการล็อควันเปิดจองบนเว็บไซต์ Toyota ประเทศญี่ปุ่น ไว้อย่างชัดเจนว่า จะเกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 30 กันยายน เท่านั้น ด้วยราคา 3,469,000 เยน (ราวๆ 933,000 บาท) สำหรับตัวรถรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 3,632,000 เยน (ราวๆ 977,000 บาท) สำหรับตัวรถรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments