Toyota GR Experience ลองทุกรุ่น GR Sport รุ่นไหนขับดีสุด

แบ่งปันเรื่องนี้

ในช่วงปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลง ของรถตระกูล Toyota ดูท่าจะหนีไม่พ้น การมีรุ่นพิเศษ ขับดีขึ้นมาเอาใจลูกค้าที่ชอบรถที่ขับมั่นใจ ภายใต้รหัส GR Sport

รถกลุ่มนี้เดิมทีก้แค่เพียงเป็นการใส่พาร์ท เพิ่มราคา เพิ่มออพชั่นให้มันน่าใช้ แต่ภายหลัง คำว่า GR sport ไปไกลกว่านั้นมาก ไม่ใช่เพียงเพิ่มออพชั่นเหมือนวันวาน ที่เคยทำ มันยังถูกปรับสมรรถนะในการขับขี่ให้น่าสนใจ ด้วยการจูนดช๊คอัพ หรือการตอบสนองใหม่ จนน่าสนใจกว่าเดิม

รถในตระกูลนี้ เดิมที มีเพียงแค่ Toyota Hilux Revo และ Toyota Fortuner เท่านั้น ทว่าตั้งแต่ปีที่ผ่านมา มีอีกหลายรุ่นเข้ามา ได้แก่ Toyota Corolla , Toyota Corolla Cross และ ล่าสุด Toyota C-HR ความน่าสนใจของตระกูล GR ถูกถาม เข้ามามาก และรถก้มีเยอะรุ่น วันนี้ ทาง โตโยต้าจึงตัดสินใจว่า จะนำเรา ลองหวด สมรรถนะของ GR Sport ให้ครบภายในวันเดียว ภายใต้ชื่องาน Toyota GR Sport Driving Experience

โดยในงานนี้ ผมมีโอกาสขับรถ 4 รุ่นได้แก่ Toyota Corolla Cross GR Sport, Toyota Fortuner GR Sport ,Toyota Hilux Revo GR Sport Low Floor และ ท้ายสุด น้องใหม่ Toyota C-HR GR Sport

Toyota Corolla Cross GR Sport

ถ้าจะถามว่าขับรถไปมาบนถนน ผมเห็น GR Sport รุ่นไหนมากที่สุด ก็คงต้องตอบว่า Toyota Corolla Cross GR Sport นั่นแหละ รถรุ่นนี้ ผมสนใจมาตั้งแต่ทราบข่าวมาจะมาไทย จนมาเปิดตัวขายในบ้านเรา ในช่วงปลายปีที่กำลังง่วนๆ งานปลายปี

Toyota Corolla Cross GR Sport

สาเหตุที่รถรุ่นนี้ผมชอบ ก็มาจากกาลบบุคลิกหน้าบึ้ง ราวกับทีมงาน ออกแบบ โจทย์เจ้านายที่เร่งงาน จนรถออกมาได้ฉายา น้องบึ้ง

รุ่นนี้ หน้าตาปรับใหม่ดูดีมากขึ้น ความน่าบึ้งน้อยลงของมัน ทำให้รถทรงเป็นมิตรมากขึ้น ไฟท้ายมีการปรับปรงให้มีความสปอร์ตมากขึ้น เช่นเดียวกับล้ออัลลอย คนละลายกับตัวปกติทั่วไป มาพร้อมหลังคาทูโทน เป็นทางเลือก สำหรับลูกค้า

น่าเสียดาย โตโยต้า ไม่ยอม ทำรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน แนะนำ แต่รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด 1.8 ลิตร สมรรถนะไม่ได้มีการบอกเล่าเก้าสิบ ว่า มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นปกติอะไร ส่วนที่มีการปรับปรุงแน่นอน ทางโตโยต้า ชีว่า มีการปรับปรุง โช๊คและสปริงใหม่ ให้สามารถตอบสนองได้ดีขึ้น

วันนี้ในสนามช้าง ฝนตกหนัก ผมยังจำฟีลลิง Corolla Cross ที่ขับครั้งแรกได้ มันค่อนข้างจะนิ่มนวล เน้นผู้โดยสารสบาย คนขับถ้าไม่ใช้ความเร็ว ก็เป็นรถสบายๆ ขับง่ายๆไปเรื่อยๆ

พอมาเป็น ตัวนี้ ที่มีการปรับปรุง ช่วงล่างให้ความมั่นอกมั่นใจกับผู้ขับขี่ขึ้น ช่วงล่างไปในทางเฟิร์มแน่น ไม่กระด้าง เป็นช่วงล่างที่ยังนั่งสบสย และผู้ขับขี่เองก็รู้สึกมั่นใจ แม้กับในสถายการณือย่างทางฝนตกต้องใช้ความเร็ว แบบที่เราขับในสนานมช้างไม่ว่าจะการหักหลยเปลี่ยนเลน การเข้าโค้งด้วยความเร็ว , การสลาลอม ทั้งหมดเอาอยู่สบายมากตลอดการขับขี่

เรื่องการบังคับเลี้ยวก็ดูจะเฉียบคมขึ้นอีกนิด เทียบกับตัวธรรมดา กลายเป็นรถครอบครัวที่เหมาะสำหรับคนขับรถเร็วประมาณหนึ่งในทันที

Toyota Fortuner GR Sport

คันถัด มา ผมมาขับ Toyota Fortuner GR Sport ที่จริง ผมเคยขับรถคันนี้มาแล้ว ทั้งบนถนน และในสนาม แต่วันนี้เมื่อสถานการณ์ คือ ฝนตกยับ ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย

Toyota Fortuner GR Sport มีการปรับปรุงตัวรถที่สำคัญ นั่นคือการใส่ช่วงล่างใหม่ เปลี่ยนมาเป็นโช๊คอัพ Monotube ตอบโจทย์ในการขับขี่มากขึ้น เดิมทีช่วงล่างฟอร์จุนเนอร์ก็จัดว่าเป็นหนึ่งในช่วงล่างที่ดีในบรรดารถโตโยต้า

Toyota Fortuner GR Sport

การปรับปรุงครั้งนี้ ยิ่งทำให้มันดีขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการให้ความแข็งแน่นมากขึ้น เหมาะสำหรับทางปกติ ในยามขับด้วยความเร็วสูง และทางลุยที่ต้องใช้ความเร็วในการเดินทางด้วย

มาเจอครั้งนี้ในสนาม ท่ามกลางฝนที่เทลงมาอย่างต่อเนื่อ งไม่มีทีท่า ว่าจะหยุด เจ้าอเนกประสงค์คันโต แนะนำตัวเอง ด้วยความเฉียบในการควบคุม แม้ว่าการเป็นรถแรงบิดเยอะ พละกำลังมหศาล จะไม่เป็นมิตรกับฝน มันมีโอกาสเกิดการลื่นไถลง่าย ยังดีที่ระบบควบคุมการทรงตัว และป้องกันการลืนไถล ช่วยเข้าระงับเหตุอย่างทันควัน ช่วยอุ่นใจ เวลาเผลอกดคันเร่งเกิน

แม้สภาพทางจะแฉะขนาดนี้ ช่วงล่าง Monotube ก็ยังทำให้เราประทับใจ ในเรื่องการโคลงตัวที่น้อยลงนั่งได้อย่างสบายตลอดเส้นทาง ยังมั่นใจกับทางแบบนี้ ไม่ว่าจะทางโค้ง การเปลี่ยนเลน หรือจะใช้ความเร็วในช่วงทางตรงยาวๆ ก้ยังมั่นใจ

สิ่งเดียวที่เป็นอุปสรรค คงเป็นเครื่องยนต์ที่มีกำลังขับมหาศาลเหลือเฟือ จนพร้อมจะออกอาการตลอดเวลา นั่นก็ด้วยความทรงพลังของเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร จนอยากจะบอกโตโยต้าว่า บางทีทำมาในรุ่นเครื่องยนต์ 2.5 บ้างก็ดีนะ ลูกค้าบ้างคน ไม่ได้ต้องการความแรงอะไรขนาดนั้น

Toyota Hilux Revo Low Floor

ท่ามกลางตระกูล GR Sport ที่ออกมา ส่วนตัว ผมรู้สึกว่า Toyota Hilux Revo Low Floor หรือตัวกระบะเตี้ยนี่แหละ น่าสนใจมากที่สุด จุดขายสำคัญของมันอยู่ที่ การเป็นกระบะเตี้ยที่แรงที่สุดในตลาด ในราคาที่หลายคนพอจะเป้นเจ้าของได้ ถูกใจวัยรุ่นสายซิ่งตัวจริง

ตัวรถ หลักๆ ก็เหมือนการเอารุ่น Z Edition มาต่อยอด มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ของตัวขับ 4 ให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร เสียดายที่ยังคงมาพร้อมเกียร์ ออโต้ 6 สปีด ถ้าเกียร์ะรรมดา น่าจะเป็นที่รักของหลายคนมากกว่า

ออพชั่นในรถไม่มีอะไรมากมายตามสไตล์รถ ที่พร้อมจะถูกนำมาต่อยอดแต่งซิ่ง ชุดล้อเหมือนจะดอยมาจาก Toyota Corolla Cross ข่วดี ลูกค้าได้ ยางสปอร์ตชั้นดี T005A มาประกอบ ทำให้มั่นใจได้ในการขับขี่

ที่จริง ผมหวั่นใจเล็กน้อยในการขับรถคันนี้ในสนาม ฝนตก นั่นเพราะ แม้ว่าจะมีกำลังขับเยอะ แรงบิดมหาศาล มันกลับขาด ตัวช่วยอย่างระบบควบคุมการทรงตัวมาให้ เข้าใจว่า มาจากความตั้งใจของคนวางแผนผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ ตัดฟังชั่นที่นักซิ่งไม่ได้ใช้ และมองว่าไม่จำเป็นออกไป

นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้ขับรถที่ไม่มีระบบความปลอดภัยอะไรเลยในทางฝนตก เมื่อรถมีแรงบิดสูง ที่ตามมาโดยมากจะเป็นการลื่นไถล และท้ายที่สุด ศัพท์ชาวบ้าน เรียกว่า ม้วน หรือรถหมุน นั่นเอง

แต่กระนั้นเลย ใช่ว่า มันจะน่ากลัวขนาดนั้น ผมออกรถไปท่ามกลางฝนที่ยังเทกระหน่ำในสนามช้างที่บุรีรัมย์ อย่างที่คิด เมื่อกดคันเร่งแรงๆ รถคันนี้ก็จะเริ่มทำท่า จะสะบัด แค่เพียงเบาคันเร่ง อาการลื่นไถล ก็จะหายไป ทั้งหมด อยู่ที่บาทาเราเอง

เมื่อไร้ตัวช่วย ทุกอย่างที่ที่เรา จะทำอะไร ไม่ว่าจะเดินคันเร่ง เบรก เข้าโค้ง ทั้งหมด จะชี้ว่ารถจะตอบสนองอย่างไรกับคุณ มันคือรถกระบะดิบๆ ที่มาพร้อมจะพาคุณเล่นทุกท่า ที่จริงการที่ท้ายมันออกง่าย พูดถึงแล้ว ถ้าโตโยต้าให้ Limited Slip จะทำให้รถคันนี้ น่าจะขับสนุกขึ้นอีกเปฌนกอง และจะกลัวฝนน้อยลง สามารถแก้อาการได้ง่ายขึ้น เมื่อรถออกอาการท้ายสะบัด

ตลอดทาง ผมไม่ได้ขับย่อง ใช้ความเร็วปกติ เพียงแต่ในจุดที่ต้องเข้าสถานี หรือทางโค้ง ต้องใช้ความเร็วไม่มากเกินไป แล้วต้องใจเย็นกับการเดินคันเร่ง จะผลีพลามเหยียบๆ อย่างเดียวไม่ได้ การคัดพวงมาลัย ต้องเนียน จะมากระชากหุนหันพันแล่นไม่ได้

ส่วนช่วงล่างแม้ว่าจะแข็งกว่ากระบะ Revo Z edition ปกติ พอสมควร แต่ว่าพอเอาเข้าจริง ผมว่า รถ 200 ม้า ควรจะให้ช่วงล่าวที่เฟิร์มกว่านี้อีกนิด จะดีมาก

ในมุมผม นี่คือรถที่เหมาะมากกับการฝึกขับสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่รักความเร็วชอบความแรง สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกว่ายังไม่ลงตัว คือ มันดันไร้เกียร์ธรรมดา ลองดูสิว่ารถกำลังขนาดนี้ ถ้ามีเกียร์ธรรมดามาให้เลือก ขี้คร้าน จะขายดีมากขนาดไหน

Toyota C-HR GR Sport

ในที่สุด ก็มาถึงคันสุดท้าย น้องใหม่ล่าสุดของตระกูล Toyota C-HR GR Sport ที่เพิ่งจะออกมาล่าสุด ในช่วงมอเตอร์โชว์

ตั้งแต่โตโยต้า พัฒนารถมา ต้องยอมรับว่า Toyota C-HR เป็นรถที่ขับดีตั้งแต่แรกลองขับ เมื่แปี 2018 และยังเป็นรถที่ประทับใจว่า โตโยต้าได้เปลี่ยนแนวคิดการพัฒนารถไปแล้วจริงๆ

แต่ที่ผ่านมา Toyota C-HR กลับมียอดขายสวนทางกับสิ่งที่มันเป็น เนื่องจากมุมมองรถยนต์อเนกประสงค์ของคนบ้านเราต่างจากต่างประเทศ บ้างอาจจะคิดมองว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการรถแบบนี้ ต้องใช้ไปยกครั้วทุกวัน แค่มีพื้นที่โดยสารให้ในวันว่างบ้าง วันๆขับในเมือง เป็นส่วนใหญ่

โตโยต้า พยายามปรับปรุง รถรุ่นนี้มาตลอด ในช่วงหลายปี เพื่อสร้างยอดขายให้กระเตื้องขึ้น จามาครั้งนี้ มันมาพร้อมรหัส GR Sport โดยมีการปรับ หน้าตาภายนอกให้มันดูสปอร์ต เพิ่มความน่าใช้งานมากขึ้น เปลี่ยนกันชนหน้า ล้อแม็ก เพิ่มลุคสปอร์ต แม้จะแตกต่างจากเวอร์ชั่นที่ขายในต่างประเทศ​

ภายใน เพิ่มปุ่มสตาร์ท GR เข้ามา โลโก้บนพวงมาลัย หน้าจอเครื่องเสียงใหม่ที่ดูลงตัวมากขึ้นกว่าเดิม ที่ทำตลาดอยู่

Toyota C-HR GR Sport

ทางด้านการขับขี่ ด้วยความตัดรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ออกไป ทำให้ Toyota C-HR ใหม่ มาพร้อม มีเพียงรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด เท่านั้น โตโยต้า นำสูตรเดียวกับ Toyota Corolla Cross GR sport มาใช้ ปรับปรุง ช่วงล่าง ทั้งโช๊คและสปริงใหม่ เพิ่มความน่าใช้งานมากขึ้น

จริงๆ ผมไม่หวังมากกับรถคันนี้ นั่นเพราะ ขับ Corolla Cross GR Sport ไปแล้ว คิดว่าน่าจะออกมาในโทนเดียวกัน พอผ่านสถานีแรงในแบบสลาลอม รู้สึกว่าเทียบกับรถคันเดิมที่เคยขับมันดูเฟิร์มมากขึ้น ทั้งยังมีความคล่องตัวมากกว่าเดิมด้วย

Toyota C-HR GR Sport

พวงมาลัย มีการตอบสนองดี เป็นไปตามธรรมชาติ มากกว่าที่เคยเป็น ความคล่องตัวของมันสูงมาก จน กล้าจะผ่านสถานี เปลี่ยนเลน ด้วยความเร็วสูง ใช้ความเร็วมากว่า รถทุกคันที่ขับมาก่อนหน้านี้ ท่ามกลางสภาวะฝนตกเหมือนเดิม

ที่แน่ๆ ช่วงล่างใหม่ ยิ่งทำให้ การโคลงตัวรถน้อยลง จากเดิมที่น้อยลงอยู่แล้ว จากโครงสร้างตัวรถแบบ TNGA ช่วงล่างใหม่แน่นอนหนึบยิ่งขึ้น เพิ่มพูนความมั่นใจขึ้นอีกเป็นกอง ให้การตอบสนองในการขับขี่ดียิ่งขึ้น เมื่อรถโคลงตัวน้อยลงก็นนั่งสบายมากขึ้นตามไปด้วย

Toyota C-HR GR Sport
Toyota C-HR GR Sport

อีกอย่าง การตอบสนองคันเร่งของรถได้ฟีลสปอร์ตมากขึ้น เข้าใจว่า คงมีการปรับการตอบสนองของให้ดีขึ้นด้วย นั่นทำให้เครื่องยนต์ 1.8 ไฮบริดขับสนุกมากขึ้น ต้องไปดูว่า มันมีการปรับปรุงการตอบสนองระบบบไฮบริด ด้วยหรือไม่ ถ้ามีโอกาสในครั้งต่อไป เพราะวันนี้ เป้นการขับสั้นๆ ในสนามเท่านั้น

ในภาพรวม รหัส GR Sport มีความตั้งใจในการพัฒนารถ ให้สามารถตอบสนองในการขับขี่ได้ดีขึ้น มันคือ โตโยต้า ที่เหนือกว่า และมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น อย่างเดียวที่คุณต้องทำคือ จ่ายเพิ่มขึ้น เพื่อไปให้ถึงพวกมันครับ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments