Toyota Fortuner  Legender  หล่อเข้มเต็มสมรรถนะ

การเข้ามาของรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ท่ได้รับความนิยมช่วงหลายปีทีผ่านมา ทำให้ รถอเนกประสงค์ จากกระบะ   Toyota Fortuner  ได้รับผลกระทบไม่น้อย ด้วยความต้องการของคนที่เปลี่ยนไป จนต้องทำการบ้านมุ่งหน้าทิศทางใหม่ ปรับตัวตามยุคสมัยกัน

2021 Toyota Fortuner Legender

Toyota Fortuner  Legender  คือ ผลิตผลของความพยายามล่าสุดในการรักษาตำแหน่งผู้นำรถยนต์อเนกประสงค์จากกระบะที่ยึดหัวหาดตลาดกลุ่มนี้มายาวนาน

ชื่อ  Legender   มาจากการปลดระวางชื่อรุ่น  TRD  ซึ่งเดิมทีใช้มายาวนานออกไป หลังจากทางโตโยต้ามอเตอร์ ตัดสินใจนำแบรนด์ซิ่ง   Gazoo Racing  เข้ามาทำตลาดในไทย และนั่นทำให้ชื่อในอดีตกลายเป็นตำนาน จนเป็นที่มาของคำว่า  Legender   หรือผู้เป็นตำนาน นั่นเอง

เทียบกับอดีตที่ผ่านมาของ  Toyota Fortuner TRD   ที่เคยทำตลาด  Legender   เรียกได้เต็มปากว่า จัดหนักมาเต็มออพชั่นแน่นกว่าที่เคย

ที่สะกดใจหลายคนจนอยากจับจอง เป็นเจ้าของไม่น้อยก็คงเป็นหน้าตาตัวรถ เห็นแล้วไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง นี่รถอเนกประสงค์ PPV   จริงหรือ หน้าตาตัว  Legender  ล้ำสมัยสปอร์ตสุดๆ เทียบกับ   Fortuner  ปกติ ดูราวกับรถคนละรุ่น ไม่ใช่แบบเดิมเหมือนที่ผ่านมา เอาตัวปกติมาเสริมแต่งให้มันน่าใช้งานมากกว่าเดิม

การเปลี่ยนแปลงงานออกแบบ เริ่มตั้งแต่ไฟหน้าที่มีขนาดเล็กกว่า สิ่งสว่างด้วย  LED Dual Projector  พร้อม  Day Time Running Light  ที่แตกต่างกัน รายละเอียดในโคมไฟ ก็เรียกได้เต็มปากว่า ใช้ไฟคนละชุดกับรุ่นปกติ กันชนหน้าเปลี่ยนสไตล์จากเดิมรุ่นปกติ เน้นกระจังหน้าโครเมี่ยมจมูกใหญ่ๆ พอมาเป็น  Legender   กลายเป็นกระจังหน้าจมูกเล็ก ช่วงกันมีขนาดใหญ่ กว่า อารมณ์เดียวกับรถสปอร์ตทั้งหลาย เพื่อให้ ลมผ่านกันชนไปหาห้องเครื่องได้ง่ายกว่า

2021 Toyota Fortuner Legender

มองบางมุมความรู้สึกบางครั้ง เหมือนมันแอบเส้นสาย  Spindle Grill  จาก Lexus   มาใช้ เพียงแต่ไม่ได้คมเข้ม และเป็นโครเมี่ยมก็เท่านั้น ที่คุณจะแปลกใจคือ ไฟเลี้ยวไปอยู่ที่ปลายกันชนล่างทั้ง 2 ฝั่ง ให้ไฟแบบ  Sequential  วิ่งออกนอกตัวรถ ช่วยเพิ่มความดูดี

ทางด้านข้างติดตั้งล้อ 20 นิ้วลายใหม่ ให้ความสปอร์ตมากขึ้น โตโยต้าเปิดเผยกับเราว่า ล้ออัลลอยใหม่ชุดนี้ เพิ่มความแข็งแรงมากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สมรรถนะการขับขี่ตัวรถดีขึ้นในภาพรวม

ในตัวสีขาวและสีแดง เล่นสีทูโทน ช่วงหลังคาชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนสีดำจะทะมึนทั้งคันไม่เล่นลายละเอียดอะไร จนบางคนอาจจะรู้สึกว่าไปซื้อ 2 สีสดน่าจะดีกว่า

2021 Toyota Fortuner Legender

2021 Toyota Fortuner Legender

ทางด้านหลัง ติดตั้งไฟท้าย  LED Light Guide   เพิ่มความสปอร์ตทันสมัยมาขึ้น รถสีแดงและสีขาว มีจับท้ายเป็นสีดำ ลุคสปอร์ตกว่าเดิม เช่นเดิมรถมาพร้อมฝาท้าย เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ   kick Active   เท่าที่ลองใช้ที่ผมว่าดีกว่าเดิม ก็ตรงไม่ต้องพกกุญแจไว้กับตัวผู้เตะใช้งาน แค่อยู่กับคนข้างๆ หรือ วางไว้ในรถก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน

การใช้งานประตูท้ายไฟฟ้า จะพิธีรีตองสักหน่อย เมื่อคุณเตะเข้าตรงตำแหน่งเซนเซอร์ เมื่อมีเสียงปี๊ป ต้องถอยออกห่างรถ 1 ก้าว เพราะระบบจะตรวจสอบตำแหน่งผู้ใช้ว่าอยู่ในระยะห่างปลอดภัย เปิดประตูขึ้นจะได้ไม่ฟาดหน้าเข้าให้ จนฟุบไปกองกับพื้น

2021 Toyota Fortuner Legender

บางคนอาจมองว่า มันดูยุ่งยากวุ่นวายจัง แต่ในมุมผมก็มองกลับกันว่า เป็นเรื่องความปลอดภัย ซึ่งนักรีวิวอาจไม่สามารถทำทุกอย่างได้ในวันเดียว เมื่อเทียบกับผู้ใช้ ที่จะมีความคุ้นเคย และสั่งสมประสบการณ์ใช้งานไปเรื่อย

พอเปิดประตูเข้ามาในห้องโดยสาร  Toyota Fortuner Legender   ต้องรับด้วยภายในเบาะนั่งหนังสังเคราะห์ ภายในห้องโดยสารทั้งหมดเป็นสีดำ แต่ตัวเบาะจะเล่นโทนตบแต่ง 2 สี คือ ขาว หรือไม่ก็แดง เข้าใจว่า ขึ้นอยู่กับสีภายนอกตัวรถที่คุณเลือก

เรือนไมล์ตรงหน้าไม่ได้เปลี่ยนแปลง มันมาพร้อมกับจอแสดงผลขนาด 4.2 นิ้ว และเรือนไมล์เรืองแสง จอเครื่องเสียงเป็นขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ  Apple Car Play  ในจอยังเชื่อมต่อกับระบบ  Toyota T Connect   ที่เพิ่งอัพเดทมาใหม่ล่าสุด ด้วย

เหลียวมองตรงคันเกียร์ยังเป็นแบบ  Step Gate   หรือเกียร์ขั้นบันได ส่วนตัวผมชอบเพราะมันทำให้คุณไม่หลงเกียร์เวลาใช้งาน ตรงนี้ยังมีเรื่องของโหมดการขับขี่ 3 โหมด คือ  Normal ,Sport   และ  Eco   รวมถึงในรถยังติดตั้งระบบหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วคราวมาด้วย แม้ว่าจะถอดทิ้งไปในรีโว่ก็ตาม

ทางด้านหลัง มีช่องแอร์พร้อมช่อง  USB 2.1A มาให้ 2 ช่อง ตามชีวิตยุคมีอุปกรณ์พกพา พร้อมปลั้ก 220V  ที่น่าแปลกใจเกี่ยวกับช่องเสียบ  USB   คือ ถ้าคุณจะต่อ   Apple Car Play   ยังต้องเสียบกับชุดจอทางด้านหน้าโดยตรง ทำให้สายระเกะระกะ เมื่อใช้งานจริงสักหน่อย

พูดถึงเรื่องชาร์จทั้งที   Toyota Fortuner Legender  ยังมาพร้อมระบบที่ชาร์จมือถือไร้สาย อยู่ตรงถาดวางของทางด้านหน้า จากที่ลองใช้ ถือว่าทำงานได้ดี แต่มีปัญหาข้อเดียว คือ เมื่อคุณเปิดที่วางแก้วน้ำ มันจะใช้งานยาก เพราะที่เปิดจะบดบัง ถอดชาร์จ รวมถึงต้องเปิดการใช้งานก่อน  เผื่อบางที อาจไม่อยากวางโทรศัพท์จะได้วางของ ทำให้ มันมีความยุ่งยากซับซ้อนคล้ายฝาท้าย

ส่วนเรื่องการโดยสารยังคงรองรับ 7 ที่นั่ง ผมขออนุญาต ตบแปะ เรื่องการนั่งของฟอร์จูนเนอร์ไว้ เพราะวันนี้เน้นมาขับ ไว้ตอนเอามารีวิวอีกที จะทดลองการนั่งอีกคราว แต่บอกเลยว่าเรื่องพื้นที่โดยสาร รวมถึงเก็บสัมภาระไม่เปลี่ยนแปลง ในแง่การใช้งาน และความสะดวกสบาย

การทดลองขับ

ใต้เรือนร่าง  Toyota Fortuner Legender   มีทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ ขับเคลื่อนสี่ล้อ แล้วแต่ลูกค้าจะเลือก รวมถึงยังมีทั้งเครื่อง 2.4 และ เครื่อง 2.8 ลิตรด้วย

วันนี้ที่มาขับเป็นรุ่นเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร  รหัส  1 GD-FTV   การเปลี่ยนแปลงทุกประการเหมือนกับที่แนะนำใน  Toyota Hilux Revo ให้กำลังสูงสุดขยับมาเป็น 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที และทำแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที ส่งผ่านเกียร์ออโต้ 6 สปีด จาก Aisin

รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ยังครบเครื่องเรื่องลุยด้วยระบบเกียร์ขับสี่ Part Time   ในนาม   Sigma 4   มีระบบช่วยเหลือในการขับขี่ ทั้ง ระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน, ระบบช่วยลงทางลาดชัน , รวมถังระบบ  Auto Limited Slip  แต่น่าแปลกใจใน  ฟอร์จูนเนอร์ไม่มี  Diff Lock   มาให้ลูกค้าได้ใช้กัน แต่มันมีระบบ  A-TRC  มาให้ใช้ในการลุย

เรื่องการควบคุมปรับปรุงใหม่มาใช้ระบบพวงมาลัยไฮโดรลิกแปรผันแรงดันหรือ  Variable Flow Control   ควบคุมการจ่ายแรงดันน้ำมัน  ทำให้พวงมาลัยหนักหรือเบาต่างกันในบางช่วงการขับขี่

เส้นทางการขับขี่ขอเราวันนี้จะเอาตัวหล่อไปพิสูจน์ความโหดของเขาระเบิด เส้นทางออฟโรดเลื่องชื่อของทางชลบุรี ก่อนขับกลับกรุงเทพ หลังจากนักข่าวก่อนหน้านี้เป็นคนดี ขับมาให้เราขับกลับกรุงเทพกัน

ไม่มีเวลาพูดพร่ำทำเพลง สตาร์ทเครื่องยนต์ออกเดินทางแทบจะทันที  Toyota Fortuner Legender   ต้องรับเราด้วยความรู้สึกเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบและเบาหูลงกว่าก่อนจนพอรู้สึกได้ ต้องขอบคุณเทคโนดลยีหัวฉีดแปรผัน i-Art   ทำให้ การสั่งจ่ายน้ำมันเปลี่ยนตามความต้องการจุดระเบิดดีขึ้น เครื่องจึงเงียบลงจนสังเกตได้

หลังกวาดพวงมาลัยออกจากจุดเริ่มต้น ผมรู้สึกว่าพวงมาลัยน้ำหนักกำลังดีไม่รู้สึกว่า ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 265/50 เป็นปัญหาในเรื่องการคัดเลี้ยวโดยเฉพาะในช่วงความเร็วต่ำ ที่ต้องวิ่งผ่านเมืองและเขตชุมชน พวงมาลัย ดูมีความมั่นใจในการบังคับทิศทางมากก่อนพอสมควร

ออกทางยาวได้เวลาพิสูจน์สมรรถนะเครื่องยนต์  204 แรงม้า จะขับสนุกขนาดไหน พลันคิดกันแปปเดียวด้านหน้าวิ่งปลิวหายไปอย่างรวดเร็ว

ขนาดและน้ำหนักตัวไม่ใช่ปัญหาในรถคันนี้อีกต่อไป ด้วยเครื่องยนต์ที่มีสมรรนถะในการขับขี่ดีขึ้น กำลัง 204 แรงม้า เรียกว่าเหลือกินเหลือใช้ อาการตีบตันตั้งแต่ 160 ก.ม./ชม. ขึ้นไปหายเป็นปลิดทิ้ง คุณสามารถเร่งได้ถึง 180 ก.ม./ช.ม. สบายๆ เครื่องยนต์ไม่มีอาการรู้สึกว่าเหนื่อยอ่อนอย่างที่เคยเป็นมา

สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดใน  Toyota Fortuner Legender  ผมยกใช้ช่วงล่างที่ขับมั่นใจทุกช่วงความเร็วเดินทาง ไม่ว่าจะขับสบายไปเรื่อยๆ กับครอบครัว หรือยามจะต้องเล่นบทโหดซิ่งวิ่งทำเวลาก็มั่นใจ

การเก็บซับแรงจากช่วงล่างดูเหมือนจะทำดีกว่าเดิม โดยรวมอาการดูแข็งขึ้นกว่าเดิมพอสมควร แต่ให้ความรู้สึกสบายในการโดยสารเหนียวแน่น

ผมถาม โตโยต้าตรงๆ ว่า ช่วงล่างเมื่อเทียบกับตัวเดิม มีการปรับปรุงหรือไม่

ได้รับคำตอบว่า   Toyota Fortuner Legender  ใช้ช่วงล่างชุดเดิมทั้งหมด ไม่มีการปรับปรุงแม้แต่เหล็กกันโครงของตัวรถ ส่วนเดียวที่มีการปรับปรุงเมื่อพูดถึงการซับแรงสะเทือนจากช่วงล่างคือ ชุดล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ที่ไม่เพียงเปลี่ยนลวดลายใหม่ให้น่าใช้งานมากขึ้น ยังปรับปรุงเรื่องความแข็งตัวล้อเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานสมบุกสมบันยิ่งขึ้น

มันมีส่วนทำให้ การซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนดีขึ้น จากคำให้การของวิศวกรผู้พัฒนา

ผมเองค่อนข้างแปลกใจเพียงล้อชุดเดียวก็เปลี่ยนแปลงขึ้นมากถึงเพียงนี้

ความรู้สึกบนถนนทางเรียบลาดยางไปจนถึง ช่วงถนนคอนกรีต แบบที่คุณจะเจอได้บมอเตอร์เวย์ รถซับแรงสะเทือนได้ดี ติดปลายนวมแข็งตามสไตล์ PPV  แต่ให้ความมั่นใจตลอดการเดินทาง หรือแม้แต่จะโยกเปลี่ยนเลนด้วยความเร็วสูงก็ไม่โยนจนน่ากลัว

หล่อลุยได้..ไปมาแล้ว เขาระเบิด

ยอมรับว่า ตอนอ่านหมายที่ได้รับมา พอเห็นคำว่า เขาระเบิด รู้สึกตื่นเต้น เพราะเคยได้ยินว่าที่นี่เป็นออฟโรดแห่งใหม่ ที่ชลบุรี  และขึ้นชื่อลือชามาก เรื่องความโหดของเส้นทางขึ้นเขาแห่งนี้ ซึ่งจุดด้านบนสุดเป็นลานร่มร่อน วิวตระการตา 180 องศา

หลังจากผ่านถนน ทางเรียบมานาน ก็มาถึงจุดเริ่มต้นทางขึ้นเขาระเบิด เส้นทางมีสภาพเป็นหินทรายเสียส่วนใหญ่ มีร่องลึกบ้างบางจุดให้ต้องใช้สมองขบคิดว่าจะทางไหนดี

การเป็นรถแต่งหล่อจัดเต็มมักจะมีปัญหาเรื่องการลุย คุณไม่สามารถซื้อรถที่ออกมาแล้วได้แบบ ทูอินวัน จะหล่อก็อาจจะลุยไม่ได้ หรือลุยได้ก็เตรียมสเกิร์ตแตก อะไรแบบนั้น ผมขับ  Toyota Fortuner Legender   ก็คิดแบบนั้น ทำใจไว้บ้างแล้วว่าลุยอาจจะต้องมีแหกกันบ้าง

น่าแปลก ตลอดเส้นทางขึ้นเขาระเบิดช่วงแรก แม้จะมีต้องผ่านร่องลึกบ้าง ก็ไม่มีเสียงกระแทกให้กังวลใจ

ต้องขอบคุณชุดโช๊คอัพ ที่ซับแรงกระแทกได้ดี ตึงไม่ให้รถยุบไปกระแทกกับพื้น แต่ช่วงล่างชุดนี้พอขับทางลุยต้องปีนป่ายผ่านทางหิน กลับรู้สึกว่ามันนั่งไม่สบายนัก เพราะมันค่อนข้างแข็งมีความกระเทือนประกอบกับล้อ 20 นิ้ว ยาง 265/50 แก้มเตี้ย ไม่ได้ออกแบบมาสมบุกสมบันนัก มันค่อนข้างกระเทือนและต้องระวังมาก ถ้าเผลอกระแทกแรงต้องอาจได้มีเรียกให้คนช่วย

ใครอยากเอาล้อใหญ่ไปลุย สมควรจะระวัง เรื่องนี้ให้ดี โดยเฉพาะบางเสน้ทางที่มีเป็นทางหิน มีมีหินแหลม ทางราชบุรีจะตกกระแทกควรหย่อนอย่าซัดลงไป เดี๋ยวได้เปลี่ยนยางกัน

ไม่นานมาถึงจุดไฮไลท์เขาระเบิด จุดนี้เป็นทางระหว่างเขา 2 ลูก มีซับน้ำผ่านตรงกลาง ด้วยน้ำที่ไหลผ่านตลอดเวลา ทำให้ ดินกลายเป็นโคลน แถมยังเป็นทางลาดชันทั้ง 2 ฝั่ง การข้ามจุดนี้ถ้ารถลุยใส่ยาง  All Terrain   บอกเลยว่ากินขนมไปได้สบายมาก ค่อยๆไต่ได้เลย

แต่กลับรถที่มีเป็นยางปกติ โคลนจะติดที่ยางทำให้ การเกาะพื้นผิวน้อยลง สภาพพื้นโคลนเองก็มาได้มีการเกาะถนนมากนัก ต้องใช้แรงบิดเข้าช่วยผ่านอุปสรรค หรือ ออฟโรดอาจเรียกว่าปั่นช่วยนั่นเอง

การผ่านจุดนี้ มีทีมงานคอยช่วยบอกกำกับเส้นทาง ที่เหลือฟอร์จูนเนอร์ก็มีเครื่องมือลุยแทบจะครบเครื่องเว้นอย่างเดียวคือ  Diff Lock   ที่ไม่ให้มาเหมือนรีโว่

โตโยต้า ให้เหตุผลว่า พวกเขาคิดว่า คนขับฟอร์จุนเนอร์ไม่ใช่ลุยสายโหด ไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ผมกลับมองต่าง เหมือนที่หลายคนชอบพูดว่า มีไว้ไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี แม้ว่า ความจริงคนซื้อเลเจนเดอร์อาจเป็นเศรษฐีภูธร มีรถหลายคัน จะเข้าป่าก็ไม่จำเป็นต้องเอารถดีๆ ไปลุยให้มันเสียของก็ตามเถอะ

ในที่สุดก็ถึงคิวเราลงไปผ่านอุปสรรคตรงนี้ เราใช้โหมด  4L  และระบบ  DAC   ช่วยในการขับขี่ ในการผ่านทางลุย

การเปลี่ยนแปลงหนึง่ที่โตโยต้าบอกกับเราคือเมื่อเข้าเกียร์ขับเคลื่อนสี่ล้อเครื่องยนต์จะลดการทำงานรอบเครื่องยนต์จาก 850 รอบเหลือเพียง 680 รอบต่อนาที เพื่อให้ใช้คันเร่งน้อยลง

ตอนที่อยุ่ในอุปสรรค ผมลัยรู้สึกว่า ทำไมต้องลดรอบเครื่องลง เพราะส่วนใหญ่จุดขายรถลุยอยู่ที่การใช้แรงบิดรอบต่ำ เรียกว่า  Walking Speed ทำให้บางครั้งรถผ่านอุปสรรคได้ โดยแทบไม่ต้องใส่คันเร่งลงไปด้วยซ้ำ

พอลดรอบเครื่องพอผ่านอุปสรรค อย่างโคลน ซึ่งบางครั้งมีแรงต้าน ทำให้ ต้องเดินคันเร่ง และบางครั้งกลายเป็นเดินคันเร่งมากเกินไป ทั้งทีเดิมทีแค่แต่ๆ ก็ผ่านไปได้สบายมาก เพราะรอบเดินเบา 850 รอบ เร่งนิดเดียวก็ใกล้กับ ช่วงแรงบิดสูงสุดแล้ว

ผมเข้าใจว่า ที่ลดรอบเครื่องเพื่อทำให้มีช่วงจังหวะมากขึ้น เพราะแรงบิดลงมาอยู่ต่ำกว่าเดิม ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเรื่องนี้

ยิ่งอยู่ในโคลน และอุปสรรคแบบนี้การคุมคันเร่งเรื่อยๆ ดูจะยิ่งยาก แต่ในภาพรวมก็สามารถผ่านไปได้สบายๆ  ใช่ปัญหา

 

สรุป  Toyota Fortuner Legender หล่อครบเครื่อง..น่าซื้อถ้าชอบ

ผมลงเตรียมสลับผู้ขับขี่ กับน้องจากอีกสื่อให้ขับพาเรากลับบ้าน ส่วนตัวผมยอมรับว่า  Toyota Fortuner Legender  เป็นรถที่น่าสนใจ แต่ถ้าผมจะซื้อคงซื้อตัวขับเคลื่อน 2 ล้อ เอาไว้ขับหล่อๆ ดีกว่า

จุดขายของ  Legender 2.8   คือเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ช่วงล่างพิเศษซับแรงกระแทกดี  ขับมั่นใจ มันทำให้ผมยิ้มร่า เมื่อขับมันบนถนนทางเรียบเ เดินทางไกลสบายเบาะนั่งขนาดใหญ่ คนนั่งก็สบาย อุปกรณ์ความสะดวกครบครัน  แถมตัวรถก็หล่อ ยิ่งสีแดงสะกดสายตาทุกคู่มองตาเป็นมัน น่าเสียดาย มันมีแค่ 3 สีเท่านั้น ดูเหมือนตัวเลือกจะน้อยไปหน่อย

แต่เมื่อมาลุยเขาระเบิดความชอบผมกลับหายไป มันนั่งไม่สบาย ช่วงล่างแข็ง และขาดของเล่นที่ควรมี ทั้งที่รุ่นน้อง  Revo   มีมาให้ การวางรอบเครื่องต่ำเมื่อลุย ทำให้ขับยากกว่าเดิม โดยเฉพาะพื้นผิวที่เจอแรงต้าน อย่างทางโคลน ตัวรถพิกัด 2 ตัน จะผ่านทางแบบนี้ต้องเดินคันเร่งสู่ จากเดิมทีแตะๆ ก็ไปได้สบายมาก  มาวันนี้ต้องเดินเยอะหน่อย จนยาวจังหวะกลายเป็นพลาดไลน์ต้องตั้งลำใหม่ ซึ่งนี่แค่เขาระเบิด ถ้าเจอทางที่ยากกว่านี้ จะเป็นอย่างไรบ้าง ก็น่าขบคิดไม่น้อย

แน่นอนจุดขายของ  Toyota Fortuner Legender  คงไม่มีใครปฏิเสธได้ในความหล่อ ความแรง และความสบายในการขับขี่ แต่ถ้าคิดว่าจะซื้อคันนี้มาสมบุกสมบัน ผมว่าให้คิดดีๆ บางทีตัวฟอร์จุนเนอร์ปกติน่าจะดีกว่า … ครับ

 

 



Comments

comments