Toyota C-HR HV Hi Vs Nissan Kicks e-Power  สเป็ครีวิวจาก Ecosticker

แบ่งปันเรื่องนี้

เปิดตัวออกมาอย่างสวยงามสำหรับ  Nissan kicks e power  รถอเนกประสงค์น้องใหม่จากทางนิสสัน ที่จะมาแทนที่ นิสสันจู๊คในอดีต รมาของรถคันนี้ แม้ว่าจะมีการถกเถียงและยังต้องการความเข้าใจเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อน ทว่า ในรถกลุ่มนี้ที่ดูภาษีคล้ายๆ กัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่า คือ  Toyota  C-HR ที่มีเครื่องยนต์ไฮบริด

แม้ว่าหลักการของระบบขับเคลื่อน e-Power   ยังจะเป็นที่ถกเถียงกันในโลกโซเชี่ยล ทว่าในทางภาครัฐบาล ตามที่มีข้อมูลของ  Eco Sticker ฟันธงให้รถทั้ง 2 อยู่ในพิกัดเดียวกัน เสียภาษีสรรพสามิตร ในอัตรา ร้อยละ 4  วันนี้เราจึงตัดสินจับข้อมูลจากทางภาครัฐ มาลองเปรียบเทียบรถทั้งคู่ว่า คันไหนจะดีกว่ากัน

*ในบทความนี่ เปรียบเทียบ ระหว่าง   Toyota C-HR HV Hi  และ   Nissan kick e-Power VL

ข้อมูลตัวรถ

ก่อนที่เราจะเริ่มเปรียบเทียบ ลองมาทบทวนข้อมูลสักหน่อย ว่ามันแตกต่างกันอย่างไร บ้าง

Nissan kicks e-Power Toyota C-HR Hybrid
ความยาว (มม.) 4,290 4,360
ความกว้าง (มม.) 1,780 1,795
ความสูง (มม.) 1,615 1,565
น้ำหนักเปล่า ตัวรถ (กก.) 1,350 1,460

 

ตามข้อมูลที่ออกมาจากทางผู้ผลิต รถทั้งคู่ตอบโจทย์น่าสนใจ ด้วยการเป็นรถอเนกประสงค์เล็ก เน้นใช้งานในเมือง โดย นิสสัน พัฒนา นิสสัน คิกส์ อีพาวเวอร์ ให้มีขนาดกะทัดรัด คล่องตัวยามขับขี่ในเมือง

Toyota C-HR HV Hi

กลับกัน ทางด้านเจ้าตลาด   Toyota C-HR   ออกแบบรถมาในสไตล์เดียวกัน แต่โดดเด่นกว่าด้วยงานออกแบบที่มีความเป็นลักษณ์เฉพาะตัวหลายอย่างเช่น Floating Roof , แนวห้องโดยสารกึ่งคูเป้ เป็นต้น

Nissan kicks e-Power

เมื่อเราขับเรื่องขนาดตัวรถมาส่องดุ ก็พบว่า   Toyota  C-HR   มีขนาดใหญ่กว่า Nissan kicks  ในทุกมิติ  ซึ่งทำให้เจ้าตลาดมีภาษีด้านขนาดตัวรถใหญ่กว่าเพียงแต่มันอาจะดูกระทัดด้วยดีไซน์ โดยเฉพาะประตูหลังที่มีกระจกแคบกว่ารถอเนกประสงค์รุ่นอื่นๆ ที่เราผ่านตา

 

ระบบขับเคลื่อน

ทางด้านระบบขับเคลื่อน ทั้งคูเป็นความเหมือนที่แตกต่างฝั่ง โตโยต้า ติดตั้ง เครื่องยนต์ไฮบริด เจนเนอร์ชั่นที่ 4 พกเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ทำงานแบบ  Atkinson cycle  พ่วงกับมอเตอร์ไฟฟ้าโดยเครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 98 แรงมม้า ทำแรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ส่วนมอเตอร์ ให้กำลัง 53 กิโลวัตต์ ทำแรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร ทั้งระบบให้กำลังขับรวม 122 แรงม้า ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดแรงบิดรวม

รถไฮบริด

ทางด้านคู่แข่งน้องใหม่  Nissan kicks e-Power   ตอบการขับขี่ ด้วยระบบขับเคลื่อน ในแง่ทางการตลาด นิสสันเรียกว่า ระบบไฟฟ้าที่มีเครื่องยนต์ช่วยปั่นไฟ ในทางวิศวกรรม เรียกว่า Series Hybrid   กล่าวคือ มีเครื่องยนต์ทำงานเชื่อมต่อกับอีกระบบหนึ่ง

ตามการเปิดเผยของ นิสสัน ระบบ e- Power   ตัวนี้ เป็นเวอร์ชั่นที่ 3 มีกำลังขับสูงสุด 129 แรงม้า และให้แรงบิด สูงสุด 260 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ไฟฟ้า  EM 57   โดยเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 3 สูบ 79 แรงม้า ทำหน้าที่ขับ เจนเนอร์เรเตอร์ปั่นไฟฟ้าให้แบตเตอร์รี่และจ่ายไฟไปยังมอเตอร์เท่านั้น

ทั้งคู่เหมือนกันอยู่ข้อ คือใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง  E20 เท่านั้น ในยกนี้ถ้ามอง คุณจะเห็นว่า กำลังของ   Nissan kicks e-Power   มากกว่า และชนะไป ใสๆ

 

ความประหยัดเป็นอย่างไร

ในข้อมูลจาก Eco Sticker  มีสิ่งที่น่าสนใจที่สุด คือข้อมูลความประหยัด จากการทดสอบของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งทำให้เราพอจะทราบถึงแนวทางของรถทั้งคู่ไม่มากก็น้อย

จากข้อมูลดังกล่าว   Toyota C-HR HV Hi   ทำอัตราประหยัดเฉลี่ย  4.1 ลิตร / 100 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 24.1 ก.ม./ลิตร ทางด้าน  Nissan kick e-Power   ทำอัตราประหยัดเฉลี่ยได้ 4.2 ลิตร / 100 กิโลเมตร คิดเป็น 23.8 ก.ม./ลิตร เท่ารถอีโค่คาร Nissan Almera

Toyota C-HR HV Hi

เมื่อแตกรายละเอียดย่อยไป ดูการทดสอบภาวะต่างๆ พบว่า ภาวะในเมือง   Toyota C-HR HV   ทำอัตราประหยัดได้  4.1ลิตร /100 ก.ม. เมื่อมาดูของทางนิสสัน คิกส์ กลับเห็นว่ามันประหยัดกว่าพอตัว ด้วยตัวเลข 3.7 ลิตร /100 กิโลเมตร หรือต่างกัน 0.4 ลิตร /100 ก.ม. มันต่างกันราวๆ 2.63 กิโลเมตร ต่อลิตร

กลับเมื่อมาดูอัตราประหยัดภาวะนอกเมือง   Nissan kicks e-Power   ทำได้ไม่ดีเท่าไรนัก ประหยัดเพียง 4.5 ลิตร /100 กิดลเมตร หรือ 22.22 ก.ม./ลิตร  ขณะที่  Toyota C-HR  ยังทำอัตราประหยีดได้ 4.2 ลิตร /100 กิโลเมตร หรือมีอัตราประหยัด 23.8 ก.ม./ลิตร

Nissan kicks e-Power

ตารางสรุปอัตราประหยัด

Nissan kicks e-Power Toyota C-HR HV HI
ในเมือง  (ก.ม./ลิตร) 27 24.1
นอกเมือง (ก.ม./ลิตร) 22.22 23.8
เฉลี่ย (ก.ม./ลิตร) 23.8 24.1
การปล่อยไอเสีย (กรัม/กิโลเมตร) 100 95

 

 

ดังนั้น จะเห็นว่า ข้อสรุปความสามารถของระบบ e-Power   คือประหยัดกว่าเมื่อขับในเมือง ส่วนนอกเมืองอาจจะไม่ประหยัดเท่าไรนัก กลับกันของโตโยต้าดูจะมีความสเถียรในเรื่องอัตราประหยัดมากกว่า  ตามผลกการทดสอบ นี้

 

แล้วความปลอดภัย?

สิ่งที่  Eco Sticker   บอกเราเสมอ เกี่ยวกับตัวรถแต่ละคัน ที่ทางภาครัฐ ต้องการให้คนซื้อได้รู้ หนีไม่พ้นระบบความปลอดภัยที่มีมาให้

ทั้ง 2 รุ่น ต่างให้ระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบเครื่องเหมือนกัน ทั้งระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ,ระบบควบคุมการทรงตัว รวมถึงยังให้ถุงลมนิรภัยทางด้านหน้า พร้อม ถุงลมนิรภัยทางด้านข้างและม่านนิรภัย ครบครัย

เมื่อมาดูในส่วนระบบช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ ทั้งคู่ก็ตอบโจทย์ในการใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน มีระบบเหมือนๆ กันหลายอย่าง

ตารางเปรียบเทียบ ระบบ ช่วยในการขับขี่

Nissan kicks e-Power Toyota C-HR HV HI
ระบบ ช่วยออกตัวในทางลาดชัน มี มี
ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อม Brake Hold มี มี
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ มี มี
ระบบเตือนมุมอับสายตา มี มี
ระบบเตือนรถสวนทางขณะถอยหลัง มี มี
ระบบเตือนการหลุดเลน มี
กล้องมองรอบทิศทาง พร้อมระบบตรวจจับวัตถุ มี
ระบบเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ มี มี
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ มี มี
ไฟสูงอัตโนมัติ มี
ระบบเตือนการชนทางด้านหน้า มี มี

 

สรุป  Toyota  C-HR VS. Nissan  Kicks e-Power  ใครเด่นกว่ากัน

 

หลังจากสำรวจรายละเอียดคร่าวๆ ทั้งคู่ เราพบว่า รถทั้ง 2 แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ สร้างรถอเนกประสงสงค์ตอบคนเมือง

Toyota C-HR HV Hi

Toyota  C-HR   ผู้ขายมานานแรมปี ตั้งใจให้ดีไซน์ เป็นตัวชูโรงของรถรุ่นนี้พร้อมกับ เทคโนโลยีไฮบริดในระดับแถวหน้า จากข้อมูล  Eco Sticker   เห็นชัดว่าระบบมีความสเถียรทั้งในเมือง และนอกเมือง รวมถึงยังปล่อยไอเสียต่ำเพียง 95 กรัม/ กิโลเมตร เท่านั้น แต่ถึงรถขนาดใหญ่กว่าทุกด้าน บางคนก็อาจจะไม่ชอบดีไซน์ของมันก็ไม่น่าแปลกใจนัก

 

ส่วนทางด้าน  Nissan kicks e-Power  โดดเด่นเรื่องการออกแบบรถให้พร้อมใช้สอย ขนาดเล็กกว่า ก็ย่อมหมายถึงคล่องตัวกว่า สิ่งที่  Eco Sticker   ชี้ให้เราเห็น โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับเจ้าตลาด คือ e-Power  จะมีประสิทธิภาพการขับขี่ดี เมื่อขับในเมือง เห้นจากตัวเลขอัตราประหยัดภาวะในเมืองต่ำกว่า ถึง 3.7 ลิตร / 100 กิโลเมตร

แต่ตัวเลขนอกเมืองกลับมากกว่า ในอัตราที่เท่ากันนั่นน่าจะมาจาก เวลาขับในเมือง มีโอกาส ที่รถจะได้รับการชาร์จแบตเตอร์รี่มาก และความจริงขับในเมืองใช้กำลังขับมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นช่วงๆ ตามจังหวะจราจร สัญญาณไฟแดง ช่วยให้ระบบมีประสิทธิภาพสูงกว่า การขับออกเดินทาง

ส่วนดีของรถทั้งคู่ คือการมีระบบความปลอดภัยครบเครื่อง มากมายหลายรายการ จนสบายใจได้ในการขับขี่ทุกเส้นทางของคุณ

ทั้งนี้เราไม่ต้องการชี้ว่า รถคันไหน ดีกว่าคันไหน แต่คุณคงตัดสินใจได้ว่า 2 คันนี อะไรเหมาะกับคุณ ถ้าให้แนะนำ เน้นขับในเมืองนานๆ ออกต่างจังหวัดทีไป e-Power   น่าจะเป็นคำตอบที่ดี แต่ถ้าอยากได้รวมๆ ขับแล้วประหยัดก็ต้อง   Toyota C-HR  ครับ

 

 



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments