ขณะที่ชาวไทย กำลังรอกำหนดการขายจริงของ Toyota Hilux BEV กันอยู่ ทางแบรนด์เองก็ได้มีการเผยโฉมรถกระบะ Hilux อีกร่างหนึ่งซึ่งมาพร้อมกับอีกทางเลือกขุมกำลังที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือขุมกำลัง FCEV

Toyota Hilux FCEV แท้จริงแล้ว อาจไม่ได้เป็นของเล่นใหม่อะไรนัก เพราะทางค่ายได้มีการเผยโฉมมันออกมาครั้งแรกตั้งแต่เมื่อปี 2022 และต่อมาในปี 2023 ก็ยังมีการทำตัวรถร่างโปรโตไทป์วิ่งทดสอบในสหราชอาณาจักร

ล่าสุด Toyota ก็ได้มีการประกาศข้อมูลตัวรถทดสอบที่ใช้ขุมกำลัง FCEV เพิ่มเติม โดยระบุว่าพวกเขาจะทำตัวรถร่างโปรโตไทป์ออกมาเพิ่มอีก 10 คัน เพื่อวิ่งทดสอบในสหราชอาณาจักรเพิ่มเติม โดยแบ่งเป็น 5 คัน สำหรับการทดสอบภายใน และอีก 5 คัน สำหรับการทดสอบโดยลูกค้า หรือการทดสอบโดยสื่อฯที่ได้รับเชิญ

ซึ่งในคราวนี้ จะมีความแตกต่างจากตัวรถ Hilux FCEV ที่โชว์ตัวในบ้านเราเมื่อปี 2023 อยู่พอสมควร หรือแม้กระทั่งตัวรถที่เผยโฉมครั้งแรกในสหราชอาณาจักรเมื่อปลายปี 2022 เอง ก็ยังแตกต่างกันอยู่เล็กน้อยเช่นกัน

เพราะมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Hilux Revo รุ่นตัวถัง Double Cab และมีการแต่งหน้าทาปากใหม่เพื่อสร้างความแตกต่างจากตัวรถร่างปกติ แต่จะยังคงสร้างขึ้นบนพื้นฐานของตัวรถรุ่นตัวถัง Smart Cab เหมือนกับร่างที่ใช้วิ่งทดสอบในสหราชอาณาจักรล็อตก่อนหน้า ทว่าในคราวนี้มันจะมาพร้อมกับชุดล้อกระทะ และใส่ยาง M/T ที่ดูพร้อมลุยมากขึ้นแทน

และแม้ภายนอกตัวรถ อาจจะดูไม่ต่างจาก Hilux Revo ตัวถัง Double Cab ยกสูง ที่ถูกจับมาใส่ล้อกระทะรัดด้วยยาง A/T แต่ภายในตัวรถ ก็มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดชุดเบาะโดยสารคู่หน้าใหม่ ให้ดูมีความสปอร์ตมากขึ้น อาจจะเพื่อให้ผู้ทดสอบมั่นใจมากขึ้น ในการนั่งโดยสารบนเบาะ เมื่อถึงเวลาต้องขับทดสอบรถด้วยความเร็วสูง

และยังมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดคอนโซลกลาง นั่นคือ คันเกียร์ที่เปลี่ยนเป็นสวิทช์ปรับตำแหน่งเกียร์ไฟฟ้า กับเพิ่มปุ่มลูกเล่นควบคุมการขับเคลื่อนเข้ามา, เพิ่มปุ่มสวิทช์ตัดไฟสีแดงที่ทางด้านซ้ายของกรอบมาตรวัด ถัดจากพวงมาลัยไปเพียงเล็กน้อย เผื่อในยามเกิดเหจุฉุกเฉินโดยเฉพาะในกรณีเกิดไฟลุกไหม้ (ซึ่งเข้าใจได้ เพราะยังเป็นรถทดสอบ)

และมีปุ่มสัญลักษณ์ “H2O” ซึ่งหมายถึง “น้ำเปล่า” แต่ไม่มีการระบุข้อมูลใดๆว่ามันเป็นปุ่มที่มีไว้เพื่อระบายน้ำส่วนเกิน หรือสร้างน้ำ ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาของเซลล์เชื้อเพลิง กับก๊าซไฮโดรเจนกันแน่ ?

ไม่เพียงเท่านั้น ใต้ท้องรถของมัน ยังมาพร้อมกับถังจุก๊าซไฮโดรเจนที่ยกมาจาก Toyota Mirai อีก 3 ถัง ซึ่งจะสามารถจุก๊าซไฮโดรเจนรวมกันได้สูงสุด 7.8 กิโลกรัม ส่วนใต้ฝากระโปรงหน้าซึ่งแต่เดิมเป็นห้องเครื่องยนต์ ก็จะถูกแทนที่ด้วยแพ็คเซลล์โพลีเมอร์อิเล็กทรอไลท์จำนวน 330 เซลล์ สำหรับสร้างกระแสไฟฟ้าจากก๊าซไฮโดรเจน และนำกระแสไฟที่ได้ไปจุในแพ็คแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ซึ่งอยู่ในกระบะท้ายอีกที

โดยหากตัวรถ มีก๊าซไฮโดรเจนอัดเต็มความจุทั้ง 3 ถัง มันจะสามารถวิ่งได้ไกลสุดราวๆ 380 กิโลเมตร ต่อครั้ง และตัวมอเตอร์ที่ให้มา ก็จะเป็นมอเตอร์เดี่ยว สำหลับขับเคลื่อนชุดล้อคู่หลังเท่านั้น โดยมันจะสามารถให้กำลังสูงสุดได้ 182 PS และมีแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร

ซึ่งทาง Toyota ระบุว่า ด้วยการเซ็ทอัพขุมกำลังในลักษณะนี้ จะทำให้มันสามารถรองรับน้ำหนักบรรทุก และน้ำหนักในการลากจูงที่ดีกว่าตัวรถซึ่งใช้ขุมกำลังไฟฟ้าล้วนอย่าง Toyota Hilux BEV แน่นอน โดยที่ยังสามารถให้ระยะทางในการใช้งานที่เหนือกว่าอีกด้วย

และแม้หากมองโปรเจ็กท์การทดสอบรถ Toyota Hilux FCEV คันนี้โดยผิวเผิน หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเหมือนมันเป็นแค่การเอาระบบขุมกำลังของ Toyota Mirai มาใส่ลงไปในตัวถังรถกระบะเล่นๆเท่านั้น ไม่น่าจะมีการต่อยอดอะไรใดๆมากนัก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือส่วนหนึ่งของโปรเจ็กท์การทดลองรูปแบบและวีธีการจัดเก็บเชื้อเพลิงไฮโรเจน สำหรับระบบขุมกำลังแบบ FCEV ในรถยนต์แต่ละรูปแบบ ซึ่งทางค่ายระบุว่า เมื่อถึงเวลาขายจริง (ซึ่งยังไม่ได้บอกว่า จะเป็นตัวรถรุ่นไหน รูปแบบใด) มันจะมาพร้อมกับขีดความสามารถในการรองรับระยะทางในการใช้งานที่ไกลขึ้นอีก 20% และจะช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้มากกว่า 1 ใน 3 ของต้นทุนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลดีทั้งในแง่ของการผลิต และการขาย รวมถึงการใช้งานของทางฝั่งลูกค้าด้วยนั่นเอง

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่