10 ปี  Toyota Hybrid  แจ้งเกิดความประหยัดทันสมัย

แบ่งปันเรื่องนี้

นับตั้งแต่โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย หันมาทำตลาดรถยนต์ไฮบริดในบ้าเราอย่างเป็นทางการ ไม่น่าเชื่อว่าจากวันแรกที่ไฮบริดรุ่นแรกลงทำตลาดในไทย มาจนถึงวันนี้เป็นเวลานานกว่า 10 ปี แล้ว และวันนี้เราจะพาย้อนรอย 10 ปี รถยนต์   Toyota  Hybrid   กัน

รถยนต์โตโยต้าไฮบริดเริม่แนะนำออกขายในเวทีโลก มาตั้งแต่ปี 1998 แต่กว่ามันจะเริ่มเข้าสู่ในเมืองไทย วางขายโดยโตโยต้าบ้านเราจริงๆ ก็ในช่วงปี 2009

ก่อนที่ทางค่ายสามห่วงบ้านเราจะให้ความสนใจนำระบบไฮบริดมาขาย ทางผู้นำเข้าอิสระทั้งหลายต่าง นำรถไฮบริดหลายรุ่นเข้ามาจำหน่ายอย่างโจ่งครึ้ม ไม่ว่ารถยนต์ไฮบริดโมเดลเฉพาะ  Toyota Prius   ไปจนถึงรถตู้สายหรู   Toyota Alphard   ระบบไฮบริดในยุคแรก ช่วงปี 2005-2009 จึงอยู่ในยุคตั้งไข่ ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าผู้มีอันจะกิน พวกเขาอาจไม่ได้มองไฮบริดเป็นเรื่องการประหยัดน้ำมัน อย่างในวันนี้

วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย เขย่าตลาดด้วยรถยนต์ไฮบริดรุ่นสำคัญ   Toyota  Camry  Hybrid  ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในประเทศ เป็นการแนะนำเพิ่มเติมจากไลน์อัพเดิมที่มีรุ่นเครื่องยนต์ 2.4 และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร สร้างความแปลกใหม่ให้วงการตลาดยานยนต์ไทย

เครื่องยนต์ไฮบริดในเวลานั้น ของ   Toyota  Camry   ติดตั้งมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สู[ ขนาด 2.4 ลิตร  รหัส 2AR-FXE  ทำงานแบบ  Atkinson Cycle ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า สูงสุดที่ 5,700 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 213 นิวตันเมตร  สูงสุดที่ 4,500 รอบต่อนาที

ระบบเครื่องยนต์พ่วงเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 105 กิโลวัตต์ ทำแรงบิดสูงในรอบต่ำ  270 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 0-1,500 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยกำลังจากแบตเตอร์รี่ ลิเที่ยมเมทัลไฮดราย ขนาด 6.5 แอมป์ฮาว

ตอนเปิดตัวในgวลานั้น โตโยต้าแนะนำรถรุ่นนี้ ออก 3 รุ่นย่อย ได้แก่

Toyota Camty Hybrid 2.5L Hybrid Navigator    ราคาจำหน่าย 1,869,000 บาท

Toyota Camty Hybrid 2.5L Hybrid DVD     ราคาจำหน่าย 1,699,000 บาท

Toyota Camty Hybrid 2.5L Hybrid CD     ราคาจำหน่าย 1,649,000 บาท

 

การแนะนำ   Toyota  Camry Hybrid   กระตุ้นให้กลุ่มรถซีดานมีความคึกคักมากขึ้น การมาถึงของรถยนต์ไฮบริด ทำให้โตโยต้าตัดใจตัดตอนรุ่นท๊อปเครื่องยนต์   V6   ซึ่งคนซื้อหากันน้อยมากในเวลานั้น ออกไป

 

ในปีต่อมา พ.ศ. 2553 ทางโตโยต้า เขย่าวงการรถยนต์เมืองไทยอีกครั้ง ด้วยรถยนต์   Toyota  Prius   ,รถไฮบริดโมเดลเฉพาะที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

การเข้ามาของ   Toyota Prius  ปลุกกระแสความน่าสนใจให้กับลูกค้าอย่างมาก เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก แม้นว่าก่อนหน้านี้จะมีค่ายอิสระนำเข้ามาขายบ้างก็ตาม

ปรากฏการณ์ไฮบริดจาก   Toyota Prius   สร้างความแตกต่างด้วยรถที่มีราคาถูกพอจะทำให้คนทั่วไปเอื้อมถึง ราคาเริ่มต้น 1.19 ล้านบาท และสูงสุดท๊อปออพชั่น 1.26 ล้านบาท ไม่ได้มีราคาแพงนัก

Toyota-Prius-History017

 

Toyota Prius 2010
Toyota Prius

ยิ่งเมื่อลูกค้ามองว่ารถรุ่นนี้มีความพิเศษโดดเด่นน่าคบหาและใช้งาน ยิ่งทำให้เจ้าพรีอุสกลายเป็นรถที่คนจำนวนมากให้ความสนใจไม่น้อย จุดเด่นด้วยทรง 5 ประตู ท้ายลาด การออกแบบตัวรถที่ทำมาอย่างดี ทั้งในแง่ค่าสัมประสิทธิเสียดทานอากาศ ตลอดจนงานออกแบบ

เครื่องยนต์มีขนาดเล็กกว่า   Toyota  Camry Hybrid   มันใช้ขุมพลัง 1.8 ลิตร แอทคินสันไซเคิล รหัส 2ZR-FXE   ให้กำลังสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที และทำแรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลัง 60 กิโลวัตต์ ทำกำลัง 207 นิวตันเมตร ใช้แบตเตอรืรี่ลิเธียมเมทัลไฮดราย เหมือนเช่นพี่ใหญ่

ความนิยมของพรีอุสเนียกว่ามาแรงในกลุ่มคนชนชั้นกลางมองหาความประหยัด ในปีพ.ศ. 2555 ทางโตโยต้าจัดการขายรุ่นปรับโฉมอย่างรวดเร็ว โดดเด่นด้วยหลังคาโซล่าร์เซลล์ จาฏรงงานในรุ่นท๊อป ราคา ปรับคัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

Toyota  Prius รุ่น 1.8 Top Option ราคา 1,369,000 บาท

Toyota Prius รุ่น 1.8 Top ราคา 1,299,000 บาท

Toyota Prius รุ่น 1.8 Standard ราคา 1,199,000 บาท

รถรุ่นนี้วางขายต่อเนื่อง 2 ปี ก็หายไปจากตลาด โดยล็อคสุดท้ายถูกนำไปทำเป็นแท็กซี่สาธารณะ โดยบริษัท  ออล ไทย แท็กซี่ สร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญวงการรถยนต์สาธารณะด้วยในอีกทาง

หลังจาก   Toyota  Prius  เข้ามาขายทางโตโยต้าไม่ได้แนะนำรถยนต์ไฮบริดเพิ่มเติม พวกเขาเหลือไว้เพียง   Toyota Camy Hybrid  สืบทอดต่อมาโดยังใช้เครื่องยนต์เดิม เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น

จนกระทั่งการเปิดตัว   Toyota  C-HR   เมื่อปี พ.ศ. 2560 สร้างกระแสสำตัญน่าสนใจอย่างมาก มันเป็นรถยนต์รุ่นที่สามที่มีเครื่องยนต์ไฮบริดในไทย และเป็น รถอเนกประสงค์ไฮบริดจากโตโยต้าด้วย

ระบบไฮบริดใน   Toyota  C-HR Hybrid  เป็นระบบไฮบริดเจนเนอร์เรชั่นที่ 4 ยกตรงมาจาก  Toyota  Prius   รุ่นใหม่ในต่างประเทศ แนะนำเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2015

ระบบไฮบริดใน Toyota C-HR   แตกต่างจากรุ่นเดิม พัฒนาศักยภาพมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอร์รี่ ให้ดียอ่งขึ้นกว่ารุ่นเดิมที่เคยแนะนำมาก่อนหน้านี้

ทางด้านเครื่องยนต์ยังคงทำงานในระบบ   Atkinson Cycle  ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า สูงสุดที่ 5,200 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที ด้านมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์ ให้แรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร ขับกำลังจากแบตเตอร์รี่ขนาด 6.5  Ah ระบบรวมลดกำลังขับลงมาเล็กน้อยเหลือเพียง 120 แรงม้าเท่านั้น

การเข้ามาของอเนกประสงค์ โตโยต้า ซีเอชอาร์ กลายเป็นการเปลี่ยแนวคิดของโตดยต้าอีกครั้ง หลังจากยกเลิกขายรถยนต์ไฮบริดขนาดเล็กไปหลายปี แถมยังทำราคาถูกที่สุดเท่าที่เคยทำตลาดมาด้วย ส่วนหนึ่งจากอานิสงค์ของภาษีตามการปล่อยไอเสียแบบใหม่ หรือ ภาษี   Co2   ในบ้านเรา  โดยวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่

Toyota C-HR HV Mid   ราคาจำหน่าย 1,069,000 บาท

Toyota C-HR HV Hi   ราคาจำหน่าย  1,159,000 บาท

และเมื่อปีที่แล้ว ทางโตโยต้า แนะนำรถยนต์   Toyota  Camry Hybrid   กลับมาขายอีกครั้ง ในงวดนี้ติดตั้งเครื่องยนต์   Dynamic Force ขนาด 2.5 ลิตร พร้อมระบบมอเตอร์ไฟฟ้า   บล็อกใหม่ที่มีกำลังสูงขึ้น ตอบสนองในการขับขี่ดีขึ้น เป็นรถบ้านไม่กี่รุ่นที่มีตัวเลขทะลุ 200 แรงม้า ตั้งแต่เกิด

กระแสความนิยมรถยนต์ไฮบริดเริ่มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จะเห็นได้จากจำนวนรถที่เพิ่มมากบนถนน จนทางโตโยต้าเปิดเผยว่า บริษัทมียอดจำหน่ายรถยนต์ไฮบริดรวมแล้วกว่า 78,000 คัน (ไม่รวมกลุ่มรถนำเข้า) ในการขายตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ในการนี้ทางบริษัทเริ่มมองถึงระยะยาวในการจัดการแบตเตvร์รี่รถไฮบริด ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ในภายหลัง โดยแนะนำเทคนิคใน การบริหารจัดการแบตเตอรี่รถยนต์ไฮบริดใช้แล้วแบบครบวงจร (3R Scheme)  มีกระบวนการสำคัญต่างๆ ได้แก่

1) กระบวนการตรวจสอบและประเมินคุณภาพอย่างรวดเร็ว (Rapid Diagnosis Process)

เริ่มจากการนำแบตเตอรี่รถยนต์ไฮบริดที่ใช้แล้ว มาเข้ากระบวนการตรวจสอบโดยเครื่องมือและโปรแกรมตรวจสอบประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีศักยภาพในการตรวจสอบประเมินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ก่อนที่จะทำการคัดประสิทธิภาพของโมดุล(เซลล์) ที่อยู่ในแบตเตอรี่ (ประสิทธิภาพตามความเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละวัตถุประสงค์) เพื่อส่งไปดำเนินการต่อในกระบวนการถัดไป

  2) การผลิตแบตเตอรี่เกรดใช้งานแล้ว ลูกใหม่ (Rebuilt)

การนำโมดุล (เซลล์) ที่ยังคงมีประสิทธิภาพในระดับสูง มารวบรวมและประกอบขึ้นเป็นแบตเตอรี่ลูกใหม่ เพื่อจำหน่ายในราคาย่อมเยา ในราคาประมาณ 1ใน3 ของราคาแบตเตอรี่ใหม่ พร้อมการรับประกันคุณภาพ เป็นทางเลือกให้กับลูกค้าเพื่อลดภาระความกังวลใจในราคาแบตเตอรี่ และสามารถตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ไฮบริดได้ง่ายยิ่งขึ้น

3) การใช้ซ้ำ (Re-use)

การนำโมดุล (เซลล์) ที่มีประสิทธิภาพในระดับปานกลาง มีความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้าได้มาประกอบขึ้นเป็นแบตเตอรี่เก็บพลังงานไฟฟ้าสำรอง (Energy Storage) สำหรับการใช้งานภายในอาคารสถานที่และโรงงาน ตลอดจนสถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้าโดยสามารถนำไปใช้ในการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่เหลือจากแหล่งพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์(Solar cell) พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลม (Wind turbine) เป็นต้น ถือเป็นการต่อยอดการนำพลังงานมาหมุนเวียนใช้ได้อย่างคุ้มค่า

  4) การหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)

การนำโมดุล (เซลล์) ที่มีประสิทธิภาพในระดับต่ำ ส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยการนำไปเผาในเตาเผาแบบ Gasification เพื่อกำจัดสารที่เป็นอันตรายในอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นเตาเผาแรกของประเทศไทยที่สามารถเผาแบตเตอรี่ได้ทั้งแบบนิเกิล-เมทัล-ไฮไดรด์ (NiMH) และ แบบลิเธียมไอออน (Li-Ion) โดยภายหลังการเผาจะถูกส่งไปสกัดแร่โลหะที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำ นิกเกิล (Ni) และ โคบอลท์ (Co) กลับมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตเป็นแบตเตอรี่ใหม่อีกครั้ง ถือเป็นการช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

 

ความตั้งใจจริงของโตโยต้าในเส้นทางรถยนต์รักษ์โลกประหยัดพลังงาน ระบบไฮบริด ในที่สุด ก็เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ด้วย การแนะนำ   Toyota Corolla   ใหม่ รถยอดนิยมของคนไทย เป็นครั้งแรกที่มีรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ตอบโจทย์การขับขี่ด้วย

ยิ่งไปว่านั้น ทางโตโยต้าสร้างประวัติศาสตร์ การแนะนำระบบ Hybrid Synergy Drive ให้มีราคาพอจะแข่งขันได้กับเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปภายในปกติ ด้วยราคาแนะนำเริ่มต้นเพียง 939,000 บาท เท่านั้น

นอกจากนี้ในส่วนของรถมือสองจาก Toyota Sure   ยังปรับขยายการรับประกันจากแบตเตอร์รี่จาก 10 ปี เป็น 15 ปี ตั้งแต่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ในรถยนต์   Toyota Camry  Hybrid   เก่า 2 รุ่น และ   Toyota Prius   ที่เคยวางขายในไทย

ตลอด 10 ปี บนเส้นทางรถยนต์ไฮบริดของแบรนด์โตโยต้า ได้สร้างชื่อเสียงไว้อย่างมากมาย โดยเฉพาะควาปมระหยัดและการรักษาสิ่งแวดล้อม เราเชื่อมั่นว่าในวันหน้า โตโยต้า น่าจะยังคงเดินหน้าในเส้นทางนี้ต่อไป และคนไทยคงจะนิยมระบบไฮลริดมากขึ้นตามลำดับ

 

เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง ติดตามพูดคุย ได้ทาง  Facebook.com

 

 



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments