จัดอันดับ ที่สุดรถกระบะ บ้าพลัง คันไหนเครื่องแรงที่สุด

ในโลกของกระบะเราต่างเห็นแล้วว่า พละกำละงจากเครื่องยนต์ที่ดี ทำให้รถมีสมรรถนะในการขับขี่ดี และยังช่วยให้งานลากจูง หรือการบรรทุกดีขึ้นด้วย ในแง่การขับออฟโรด มันหมายถึงคุณฝ่าอุปสรรคได้ดีขึ้นด้วย  และวันนี้เราจะมาโฟกัส หลากกระบะกันที่เครื่องยนต์อย่างเดียว ว่าคันไหน โคตรแรง โคตรเร้าใจ

*บทความนี้ประเมินจาก ขนาดเครื่องยนต์ และกำลังแรงม้า – แรงบิดที่ให้ รวมถึง ชุดเกียร์ที่ติดตั้งมาด้วย

*สูตรคำนวน แรงม้าต่อลิตรเป็นสูตร  BHP

 

อันดับ 4 Isuzu D-max 3.0 Upgrade

อีซูซุ เจ้าตลาดในบ้านเรา เข้ามาเป็นคันแรกในอันดับ 4 แม้ว่าจะรั้งท้ายในกลุ่มกระบะยุคนี้ต้องแรง แต่ถ้าเทียบกับหลายปี ก่อน อีซูซุ ก็ถือว่าทำเครื่องออกมาดีขึ้นมีกำลังกว่าเดิม จนลูกค้ารู้สึกดี เมื่อต้องตัดสินใจซื้อรถ

อันที่จริง เครื่องยนต์ของอีซูซุ ยังเป็นเครื่องขนาด 3.0 ลิตร เหมือนเดิม แต่มีการปับรายละเอียดชิ้นส่วนายในเพิ่มรวมถึงชุดเทอร์โบชาร์จใหม่ ด้วย ทำกำลังสูงสุด 190  แรงม้า สูงสุดที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิดระนาบต่อเนื่อง 450 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,600-2,600 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบส่งกำลังออโต้ และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

การอัพเกรดล่าสุด ทำให้ พละกำลังของเครื่องยนต์ตอบสนองดีขึ้น แต่เหตุที่รั้งท้าย เพราะเครื่องยนต์มีขนาดใหญ่ แทบจะที่สุดในกระบะวันนี้ แต่มีกำลังแรงม้าต่อลิตร เพียง 63 แรงม้า ต่อลิตร ซึ่งต้องยอมรับว่า คุณอยากได้มากกว่านี้ จากเครื่องบิ๊กบล็อก

 

อันดับ ที่ 3 Nissan Navara  2.5 4WD

ใครมองข้ามนิสสัน นาวาร่าไป เราขอบอกเลยว่าน่าเสียดาย เพราะ นิสสัน นาวาร่า  ถือเป็นหนึ่งในรถที่มีเครื่องยนต์ทรงพลังที่สุดในตลาด อย่างน้อย ก็ 4-5 ปี ก่อน

ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ   Nissan Navara ใช้เครื่องยนต์  YD25DDi  ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า เท่าอีซูซุ  ที่ 3,600 รอบเท่ากัน แรงบิดก็เท่ากันที่ 450 นิวตันเมตร เพียงแต่ทางนิสสัน ไม่ได้ทำให้มันระนาบต่อเนื่อง (สูงสุด ที่ 2,000 รอบต่อนาที) มันมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ไม่มีรุ่นเกียระรรมดา นับเป็นข้อเสียที่ยากจะมองข้าม

nissan np 300 navara (1)

แต่ถึงแบบนั้น เมื่อคำนวณกำลังแรงม้า ต่อลิตร ที่ได้  จากเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร  เราค้นพบว่า มันมีกำลังแรงม้า 76 แรงม้า ต่อลิตร ซึ่งมากกว่าเครื่อง 3.0 ลิตร ของอีซูซุ เสียอีก

ส่วนรุ่นใหม่ที่มีกระแสว่าจะเป็นเครื่องยนต์เดียวกับ นิสสันเทอร์ร่า เครื่อง 2.3 เทอร์โบคู่ นั้น มันกำลัง 190 แรงม้า สูงสุดที่ 3,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรเท่าเดิม แต่ระนาบต่อเนื่องที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที

เมื่อคำนวณกำลังแรงม้าต่อลิตร จะทะยานขึ้นเป็น  82.6 แรงม้า ต่อลิตร และแม้จะไม่ทะลุ 200 ม้า แต่มีกำลังต่อลิตรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากฟอร์ด

 

อันดับ ที่ 2 Toyota Hilux Revo 2.8 upgrade

โตโยต้า เจ้าตลาด หมดโควิด สู้ยิบตาทันที ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร บล็อกเดิม แต่เปลี่ยนชิ้นส่วนภายในใหม่ มาแนวเดียวกับคู่แข่งตัวฉกาจ อีซูซุ โดยไฮไลท์อยู่ที่การเปลี่ยนเทอร์โบชาร์จให้ใหญ่ขึ้น และระบายความร้อนด้วยน้ำ  เช่นเดียวกับ ติดตั้งระบบหัวฉีดใหม่ เทคโนโลยี  i-Art   จาก ทาง Denso   ให้ประสิทธิภาพในความประหยัดมากขึ้นด้วย

การปรับแต่งเครื่องยนต์พร้อมจูนอัพใหม่ ทำให้ เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ของโตโยต้า (นำเสนอเฉพาะในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อและร๊อคโค่) ทำกำลังสูงสุด 204  แรงม้า สูงสุดที่ 3,400 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที การขับเคลื่อน ใช้เกียร์ออโต้ 6 สปีด

นับเป็นค่ายกระบะรายที่ 2 ที่ทำรถออกมาทะลุตัวเลข 200 แรงม้า ต่อจากฟอร์ด ที่เคยฝากผลงานเอาไว้ในเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร 5 สูบรุ่นก่อน

เมื่อนำกำลังเครื่องยนต์มาคำนวณหาแรงม้าต่อลิตร จะพบว่า มีกำลังแรงม้าต่อลิตรเพียง 74 แรงม้าเท่านั้น นั่นยังน้อยกว่า นิสสันนาวาร่าที่ทำกำลังต่อลิตรมากกว่า แต่ด้วยตัวเลขรวม 200 แรงม้า เราจึงให้มันเหนือกว่า  นาวาร่า

 

 

อันดับที่ 1 Ford Ranger 2.0 Biturbo

เจ้าพลังไม่มีใครเกินก้คงต้องยกให้ค่ายนี้ ฟอร์ด หลังจากปล่อยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรรุ่นใหม่ออกมาขาย ก็ดูเหมือนว่า ทางฟอร์ด จะได้รับความสนใจอย่างมากไม่น้อยเลยทีเดียว

Review Ford Everest

อันที่จริง ฟอร์ด เป็นกระบะค่ายแรกที่ให้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เช่นเดียวกับที่มันติดตั้งระบบเทอร์โบชาร์จคู่  Bi Turbo   ออกมาตอบตลาด เพียงค่ายเดียวในเวลานี้  มันทำกำลังสูงสุด 213 แรงม้า สูงสุด ที่ 3,750 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร สูงสุด 1,750-2,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด สามารถปรับกระโดดข้ามเกียร์ได้ด้วย เวลาขับขี่จะได้ไม่ต้องไล่จาก 1-10 ให้เหนื่อยใจ

กำลังของฟอร์ด เรียกว่า มากที่สุดในตลาดปัจจุบัน อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยขนาดเครื่องยนต์เล็กกว่ากำลังมากวก่า เมื่อเราลองมาหาค่า อัตรากำลังแรงม้าต่อลิตร พบว่า  มันมีกำลังสูงถึง 106.7 แรงม้า ต่อลิตร  ซึ่งมากกว่า อันดับ 2-3-4 ถึง 30-40 แรงม้า  ถึงเวลาขับจะรู้สึกว่า มันไม่ได้แรงมากอย่างที่คิด สืบเนื่องจากการทดเกียร์ แต่เชื่อเราเถอะ ว่ามันแรงใช่ย่อย

ปัจจุบัน เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ของฟอร์ด ติดตั้งเพียงในกระบะ  Ford Ranger Wild Trak   และ  Ranger Raptor   เท่านั้น

 

บทส่งท้าย

ท้ายสุด การจัดอันดับครั้งนี้เราจะเห็นว่า ฟอร์ด คือผู้นำทางด้านพละกำลังในรถกระบะอย่างแท้จริง มันมีบล็อกเล็กที่สุด แรงที่สุด ในตลาดวันนี้

ขณะที่ทางด้านกำลัง 200 แรงม้า ถ้ามองก็มีอีกค่าย คือ โตโยต้า ซึ่งมีหลายรุ่นมากกว่า และมีกำลังแรงบิด 500 นิวตันเมตรเท่ากันด้วย

แต่เมื่อวัดประสิทธิภาพที่ได้จากเครื่องยนต์ทั้งหมด นิสสัน เป็นกระบะที่ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน มันทำกำลัง 76 แรงม้า ต่อลิตร นัวนนี้ และถ้าเครื่อง 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่มาลงเมื่อไร จะขยับเป็น 82 แรงม้า /ลิตร นั้นมากกว่า โตโยต้าและอีซูซุเสียอีก แถม เมื่อมันมา นิสสัน จะเป็นค่ายที่ 2 ที่ใช้ ระบบเทอร์โบชาร์จคู่ และเป็นค่ายแรกจากญี่ปุ่น ที่แนะนำระบบเทอร์โบบชาร์จคู่เข้าสู่ตลาด

สำหรับความสามารถเครื่องยนต์ในกระบะไม่ได้มีไว้เพื่อขับซิ่งวิ่งเชง แต่มันถูกทำให้มีกำลังเพื่อตอบสนองการบรรทุก และเดินทางไกลง่ายดาย เวลาเร่งแซง รวมถึงใช้เพื่อการลากจูงยามจำเป็น ตลอดจนฝ่าอุปสรรคทางออฟโรดได้ดี กว่าเครื่องยนต์ที่มีกำลังไม่มากมายนัก

 

 

 



Comments

comments