นักวิชาการ เสนอติด DPF ดีเซลเก่า ปั้นรถดีเซลใหม่ ยูโร 65ช่วยแก้ PM 2.5

แบ่งปันเรื่องนี้

หลายปีทีผ่านมา ประเทศไทย ประสบปัญหาการเกิด ภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึง่มาจากรถยนต์เครื่องดีเซล ที่มีการปล่อยไอเสียประเภทฝุ่นเยอะ และคนไทยยังนิยม โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะ จนต้องหาทางแก้ในอนาคต

ล่าสุด

Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานสัมมนาออนไลน์ เผยเเพร่ผลการศึกษาโครงการ “การศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบัน ด้วยการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติ เเละ ยานยนต์ที่ได้มาตรฐานค่าไอเสียยูโร 6 ในเขตกรุงเทพฯ เเละปริมณฑล เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) 

รถใหม่ EURO 5

โดยจากระดมสมองของนักวิชาการ เห็นว่า ภาครัฐ ควรจะเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งหากทำตามแผน ส่งเสริมยานยนต์มลพิษต่ำ หรือไร้มลพิษ จะสามารถลดการปล่อยฝุ่นได้ถึงร้อยละ 90 จากการดำเนินงานปกติ ภายในปี 2050 เแผนนี้ถูกเรียกว่า การดําเนินการที่มุ่งเร่งให้การปล่อยมลพิษจากยานยนต์เป็นศูนย์ (Accelerated Zero Emission Scenario-AZS)

จากแผนดังกล่าวทางนักวิชาการได้นำเสนอ ให้หน้่วยงานภาครัญฐที่เกี่ยวข้องบังึคับ หรือวางกรอบแนวทางดังนี้

1.บังคับรถใหม่ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลยูโร 5 เป็นมาตรฐานภายในปี 2021 และหรือ ยูโร 6 ภายในปี 2022 ในทั้งรถส่วนบุคคล , รถบัส และ รถบรรทุก

2.บังคับให้โรงกลั่นปรับการผลิตน้ำมันเป็น 10 PPM เพื่อความเหมาะสมกับเครื่องยนต์ใหม่ภายในปี 2024

3.บังคับให้รถจักรยานยนต์ ที่ขายในประเทศไทย ต้องผ่านมาตรฐานยูโร 5 ในปี 2024

4.ผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า ให้มีสัดส่วนการขาย 100% ในปี 2030

นอกจากที่กล่าวมาในข้างต้นแล้ว ทางนักวิชาการนำเสนอ ให้ ทางรัฐบาลโฟกัสที่กลุ่ม รถดีเซลเก่าที่ยังใช้งานในปัจจุบันด้วย โดย เสนอให้

1.รถยนต์ดีเซลเก่าต้องติดตั้งตัวกรองไอเสีย หรือ DPF หากยังใช้งานอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้เครื่องยนต์ดีเซลเก่า มีมาตรฐานไอเสียยูโร 5

2.รถยนต์ดีเซลเก่า โดยเฉพาะกลุ่มรถบรรทุก หันไปใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติ หรือ NGV

โดยในการสัมมนา ดังกล่าวชี้ว่า การติดตั้ง DPF ในรถดีเซลเก่า สามารถขจัดฝุ่นละอองขนาดเล็กในรถยนต์ดีเซลเก่าได้ถึง 95% และ ที่จริงแล้ว รถยนต์ที่ใช้ก๊าซ NGV มีการปล่อยฝุ่นละอองน้อยกว่า รถเครื่องยนต์ดีเซล ถึงร้อยละ 90 แต่ในระยะหลังไม่เป็นที่นิยมจากบริษัขนส่ง เนื่องจากการเติมพลังงาานใช้เวลาานาน และภาครัฐลอยตัวก๊าซ

ทำให้แรงจูงใจน้อยลง รวมถึงสถานีก๊าซ ก็น้อยลงตามไปด้วย จนขาดความน่าสนใจ ทั้งที่สามารถลดมลภาวะในอากาศได้ดี

ปัจจุบัน รถกระบะ และรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลส่วนใหญ่ ยังใช้มาตรฐานไอเสียในระดับยูโร 4 ซึ่งยังไม่มีตัวกรองไอเสียแต่อย่างใด รวมถึงน่ำมัน ดีเซลที่ใช้ ก้ยังมีค่ากำมะถันสูง

อย่างไรก็ดี สื่อใหญ่ อย่าง ไทยรัฐ เคยออกมาเผยว่า การพัฒนาน้ำมันจะทำให้น้ำมันดีเซล สูงขึ้น 40 สตางค์ รวมถึง รถใหม่ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ที่มีการกรองอากาศ ตามตรฐาน ยูโร 5 หรือ ยูโร 6 จะมีราคาเพิ่มขึ้น 25,000 และ 55,000 บาท ตามลำดับ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments