Honda  Forza 350  …เปลี่ยนไปให้ความสปอร์ต

ในระยะหลังมานี้ เราจะเห็นว่า กลุ่มมอเตอร์ไซค์ บิ๊กสกู๊ตเตอร์มาแรงแซงโค้ง มอเตอร์ไซค์กลุ่มอื่น ยอดขายที่มาแรงจน ทำให้กลุ่มนี้มีผู้เล่นมากขึ้น ที่ผ่านมา ฮอนด้า ส่ง  Honda  Forza 300  มาตอบตลาด

Honda  Forza 300   อาจเป็นผู้เปิดเกมตลาดกลุ่มนี้ แต่หลายปีที่ผ่านมา พวกเขาเผชิญกับการก้าวเข้ามาของยามาฮ่า   Yamaha  X-Max 300   ดูจะกวาดยอดขายไปมาก และหนนี้ฮอนด้าพลิกเกมด้วย การปรับตัวเองสู่ความสปอร์ตมากขึ้นภายใต้ชื่อ Honda Forza 350

ตัวรถรุ่นใหม่ดูเผินๆ ทีแรกก็ไม่ต่างจากเดิมนัก เดิมผ่านที่บูธในมอเตอร์โชว์ ถ้าไม่สังเกตเข้าไปจับลูกคลำก็คงคิดว่าเหมือนเดิม เพิ่มซีซีเครื่องยนต์เท่านั้น

เอาเข้าจริงพอมาดูกันใกล้ๆ จะเห้นว่าตัวแฟรริ่งรถ เปลี่ยนใหม่เกือบหมด ตั้งแต่หัวจรดท้าย ชิ้นส่วน แฟร์ริ่งเรียกว่าไม่เหมือนกับรุ่นก่อนหน้า แม้ว่าจะยังมุ่งเน้นภาพลักษณ์หรูหราทันสมัย ก็ตามที ไฟหน้ายังคงเป็นไฟหน้า Full Led   ช่วงแฟรริ่งหน้ามีช่องลมผ่าน เพิ่มแรงกดทางด้านหน้า เมื่อขับด้วยความเร็ว ทำให้รถนิ่งมากขึ้น

กระจกบังลมหน้าไฟฟ้ายังเป็นจุดเด่น รุ่นใหม่ เพิ่มระยะมาเป็น 150 มม.สามารถบังลมได้สูงขึ้นเหมือนมากสำหรับคนตัวใหญ่

เรื่องท่านั่งยังคงเน้นความสบายด้วยเบาะนั่งสูง 780 มม. ท่านั่งสามารถเปลี่ยนได้ 2 แบบ คือ ท่าปกติ หรือ จะเท้ายันทางด้านหน้าให้ความสบายมากว่า เวลาขับขี่ทางไกล

เรือนไมล์ ยังเป็นเข็ม มีหน้าจอตรงกลางเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง อ่านง่ายใช้สะดวกเป็นจุดดีของเรือนไมล์แบบนี้ช่องเก็บถุงมือมีมาให้  ผมแปลกใจสักหน่อยเมื่อฮอนด้าให้ช่อง USB Type C มาตอบโจทย์ อารมณ์เดียวกับรถยนต์นั่งสุดหรู อย่างเบนซ์ ,บีเอ็ม

ผมถามฮอนด้าว่า ทำไมให้ช่องชาร์จแบบนี้ เขาบอกที่ยุโรปนิยม แต่กับเมืองไทย ผมว่า บ้านเรายังไม่ล้ำขนาดนั้น ให้ช่องแบบไม่มีทางลือกกับลูกค้าแบบนี้ ไม่ค่อยปลื้มเท่าไร กลายเป็นซื้อรถไม่พอ ต้องเปลี่ยนโทรศัพท์ด้วย

ใต้เบาะนั่ง ยังเหมือนเดิมให้ U Box  ขนาดใหญ่  สามารถใส่หมวกกันน๊อกได้ 2 ใบ ถ้าใครเดินทางคนเดียว สามารถเปลี่ยนใส่ เป้ หรือสัมภาระก็ได้ ไม่ต้องแบกไปให้เมื่อยแผ่นหลัง เวลาขับขี่

การเปลี่ยนแปลงตัวรถรุ่นใหม่ หลักๆ ดูจะไปเน้นสมรรถนะในการขับขี่หลังคู่แข่ง  ทำเรื่องนี้ออกมาได้ดีจนลูกค้า ชื่นชอบจับจองเป็นเจ้าของ จำนวนมาก

ฮอนด้าจัดการปรับสมรรถนะเครื่องยนต์เป็นอันดับแรก เปลี่ยนจากเครื่องยนต์ กลุ่มต่ำกว่า 300 ซีซี มาสู่ กลุ่ม 350 ซีซี ขนาด ปริมาตรจริงเครื่องยนต์ 329 ซีซี ยังคงเป็นเครื่องยนต์แบบสูบเดี่ยวเหมือนเดิม

ขุมพลังตัวใหม่นี้มีการปรับปรุงหลายอย่างมากมายยาวเป็นหางว่าง เริ่มจากตัวขนาดช่วงชักกระบอกสูบ ปรับปรุงใหม่หมด ลูกสูบขยับขึ้นมาเป็น 77 มม. จาก เดิม 72 มม. ไม่พอข้อเหวี่ยงปรับปรุงใหม่ มีระยะชักเพิ่มขึ้นจาก จาก 68.6 มาเป็น 70.7 มม. เช่นกัน

การไหลเวียนน้ำมันเครื่องในระบบปรับปรุงใหม่ มีการใส่เทคโนโลยีสนามแข่ง   Honda  Oil jet  เข้ามาระบายความร้อน ฉีดพ่นใต้ลูกสูบ ในห้องเผาไหม้ ตลอดจนยังใช้ปั้มน้ำมันเครื่อแบบ 2 ห้อง แบบ ใน  Honda CRF 450R   ลดการเกิดฟองระหว่างการดูดน้ำมันเครื่องไปหล่อลื่น ทำให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

ท่อทางเดินอากาศ ตั้งแต่กรองอากาศใหม่ ขนาดใหญ่ ไปถึงเครื่องยนต์เปลี่ยนใหม่ เป็นแนวตรงขนานระหว่างกัน ทำให้ได้ ประสิทธิภาพในการดูดอากาศสูงสุด

ที่สำคัญ ฮอนด้าจบข้อครหา รถรุ่นเดิมที่วางจำหน่าย ย้ายตำแหน่งหม้อน้ำจากเดิมมาไว้ทางด้านหน้า แบบเดียวกับรถบิ๊กไบค์ชั้นนำ เปลี่ยนคำกระทบกระเทียบว่ารถอุ่นแกงเหมาะกับสายพ่อบ้าน ไปตลอดการ

การเจอกันของ  Honda Forza 350   งวดนี้ น่าจะเรียกว่าเป็นหนแรก และเราเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ขับขี่รถรุ่นนี้

ฮอนด้าดูจะให้ความสำคัญมากกับสมรรถนะ หลังคู่แข่งเล่นหนักมาแรง ในระยะหลังแล้ว มันเป็นอย่างไร

การทดสอบครั้งนี้เป็นการทดสอบในสนาม สภาพพื้นเป็นซีเมนต์ มีรอบต่อถนนค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่ที่สนามขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า

ถึงรอบของเราแล้ว สวมอุปกรณ์ ขึ้นคร่อมครั้งแรก ไม่แปลกใจเลยที่รถรุ่นนี้ออกแบบมาให้เหมาะกับคนตัวใหญ่ ด้วยขนาดพิกัด 350 ซีซี ทำให้ผมนั่งได้อย่างสบาย

ท่านั่ง องค์ประกอบถือว่าดีพอสมควร ระยะเอื้อมไปแฮนด์บาร์ ระยะสายตามองไมค์ อยู่ในจุดกำลังดี คนไซส์ใหญ่จี่เจ้านี่สบายขาแตะพื้นได้แน่ คนไทยไซน์ปกติ ผมว่า น่าจะมีเขย่งเล็กน้อย

สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยระบบอันคุ้นเคย Honda  Smart  Key  ผมไม่ค่อยชอบการบิดแบบนี้ เพราะรู้สึกประหลาดๆ แถม บิดแล้วก็ยังต้องมากดสตาร์ทแบบงงๆ  แม้จะใช้ในรถหลายรุ่นตั้งแต่  PCX   ขึ้นมา แต่ผมว่า น่าจะทำเป็นการกดสตาร์ทจังหวะเดียวน่าจะดีกว่า

พอเครื่องยนต์ทำงาน เจ้าขุมพลังสูบเดี่ยว พิกัดจริง 330 ซีซี เพิ่มขึ้นจากเดิม 50 ซีซี ผมรู้สึกว่ามันนิ่งกว่าเดิมพอสมควร

ได้เลาลอง ผมบิดคันเร่งออกแทรค ความรู้สึกแรก ไม่ต้องสงสัย การตอบสนองเครื่องยนต์ใหม่ ดีกว่าเดิมหลายขุม มันบิดติดมือกว่ามาก แถมชุดเกียร์ก็เปลี่ยนคลัทช์แรงเหวี่ยง จาก 3 ก้อน เป็น 5 ก้อน ช่วยให้รถตอบสนองดีกว่าพอสมควร

ความแรงและการตอบสนองดีขึ้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ฮอนด้าไม่ลืมจะพัฒนาระบบกันสะเทือนใหม่ ปรับปรุงให้มันแข็งขึ้นตอบสนองดีขึ้น สำหรับสายซิ่งคงถูกใจ เมื่อขับแล้วพบว่า ช่วงล่าง  Honda  Forza 350   ใหม่ มาในสไตล์แข็งตึงตัง อยู่พอสมควร ขับมั่นใจ จะสาดโค้งเทโค้ง ด้วยความเร็วแบนเยอะเอียงมากก็หาใช่ปัญหา

แน่นอน สมรรถนะดีขึ้นไม่พอ ฮอนด้าไม่ลืมจะใส่ระบบความปลอดภัยมาให้ ทั้งระบบ  HSTC  หรือ  Honda Selectable Torque Control   มีประโยชน์ ในกรณีขับไปแล้วเจอฝุ่นหรือ ทราย บนถนน รถเกิดการลื่นไถล แบบนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะไปวัดพื้นเลย

อีกระบบที่ฮอนด้าใส่เข้ามาเพิ่มคือระบบ ESS  หรือ ระบบไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน  ระบบนี้จะให้สัญญาณไฟฉุกเฉิน เมื่อขับขี่แล้วเบรกอย่างรุนแรง สัญญาณไฟเลี้ยวข้าง 2 ด้าน จะกระพริบ ช่วยให้รถที่ตามมาสังเกต ได้ง่ายขึ้น ว่าคุณไม่ได้เบรก ธรรมดาๆ ทั่วไป ต้องใช้การเบรกที่มากกว่าปกติ

หลังจากขับมา 2-3 รอบสนาม ผมหายห่วงเรื่องเครื่องยนต์ การตอบสนอง หรือช่วงล่าง ที่เป็นไปในทางสปอร์ต อันที่จริง ผมกลับชอบช่วงล่างที่ไม่แข็งตึงตึงมากไป เพราบางครั้งรถกลุมน้น่าจะมีคนซ้อนบ่อย อาจไม่ชอบช่วงล่างเอาใจสายซิ่ง นอกจากนี้ เครื่องยนต์ที่ตอบสนองดีเร็วแรง ยังเป็นหอกข้างแคร่ สำหรับคนซ้อน อาจรู้สึกว่ามันแรงไปไม่ใช่รถนั่งสบาย เร่งทีหลังแทบตกจากเบาะ เชื่อว่า แม่บ้านต้องบ่นแน่นอน

ที่ผมกังวลใจ กลับเป็นเรื่องการเบรกของรถ ในขณะที่ความเร็วและอัตราเร่งดีขึ้น ผมกลับรู้สึกว่าเบรกไม่ได้ดีตามขึ้นไป มันยังเอาอยู่ในระหว่างการทดสอบ ซึ่งไม่เคยใช้ความเร็วเกิน 100 ก.ม./ช.ม.

แต่ในสถานการณ์ขับขี่จริง ผู้ขี่อาจใช้ความเร็วมากกว่านั้น  บางทีก็แอบสงสัยว่า ถ้าความเร็วมากกว่า 100 ก.ม./ช.ม. ขึ้นไปจะสั่งหยุดได้ดีหรือไม่ เท่าที่ทราบ   Honda  Forza 350   ปรับปรุงความหนาจานเบรกจาก 2 มม. มาเป็น 4.5 มม. แต่ไม่มีรายงานเรื่องประสิทธิภาพผ้าเบรกเพิ่มขึ้น สำหรับผมเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเป็นห่วงนิดหน่อย

เพราะเครื่องยนต์แรงขึ้น รถหนักขึ้น  เบรกสมควรจะเป็นสิ่งที่ต้องมีค่าเสียดทานมากตาม ด้วยบิ๊กสกู๊ตเตอร์ สิ่งเดียวที่ห้ามทัพความเร็วได้ เปลี่ยนจาก เสีย่ยงตายเป็นปลอดภัย คือเบรกอย่างเดียว

หลังจากขับ ผมว่า  Honda Forza  350  เป็นรถที่มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น โดยเฉพาะสมรรถนะในการขับขี่ ส่วนตัวผมแอบเสียดายนิดๆ ที่ฮอนด้าไม่มองเรื่องการเพิ่มออกชั่นหรูในรถคันนี้  ทั้งที่มันคือจุดขาย แต่ถ้าคุณมองว่าจะมีที่สุดสมรรถนะ… มันตอบโจทย์ใช่เลย

Comments

comments