น้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ทางรอดรถเครื่องสันดาป สู้  EV

ไม่กี่วันที่ผ่านมา มีรายงานข่าวเกี่ยวกับ ความพยายามของ  Porsche   ในการพัฒนา น้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ออกมาวางขายในอนาคต ฟังดูเรื่องนีต้อาจจะเป็นเรื่องประหลาด แต่นักวิเคราะห์ยานยนต์ มองว่านี่อาจจะเป็นไพ่ตายใบสุดท้ายของรถยนต์เครื่องสันดาป ในการต่อสู้กับรถยนต์ไฟฟ้า

อันที่ตริงน้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ หรือ  Synthetic Fuel   เคยตกเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว 2-3 ปี ก่อนจะเงียบหายไป น้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ แตกต่างจากน้ำมันที่เราใช้ในปัจจุบัน ที่มาจากการนำน้ำมันดิบใต้ผิวโลกมากลั่นเป็นน้ำมันชนิดต่างๆ สำหรับใช้งาน

The first batch of Audi “e-benzin” has been produced by cooperation partner Global Bioenergies.

กระบวนการทำน้ำมันสังเคราะห์ พูดให้เข้าใจง่ายๆ  มันเป็นการนำน้ำบริสุทธิ์มาแยกอะตอมไฮโดรเจน จากนั้นมาเติมสารให้พลังอย่างคาร์บอน ที่มีอยู่ทั่วไปหมด ในอากาศลงไป โดยเฉพาะในเขตอุตสาหกรรม แล้วปรับค่าอะตอมตามสูตรที่ต้องการ เพื่อใช้กับรถแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเครื่องยนต์ดีเซล หรือ เบนซิน และกำลังมีความพยายามในการคิดค้นให้ เป็นน้ำมันแบบสูตรเดียว สามารถเติมใส่ได้ทั้งรถเบนซิน และดีเซล ด้วย

เรืองนี้จริงๆ เริ่มในเยอรมัน โดย กระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงาน มองว่า น่าจะมีทางเลือกอื่น มากกว่าแค่มุ่งไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น ในการลดปัญหาไอเสียจากรถยนต์  แนวคิดพลังงานทางเลือก จนเป็น การวิจัยน้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ส่วนสำคัญต้องยอมรับข้อจำกัด ของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีในปัจจุบัน ในด้านต่าง ทั้งยังมีข้อถกเถียงถึงแบตเตอร์รี่ขนาดใหญ่ที่เราจำเป็นต้องกำจัดในอนาคตด้วย

e-diesel from air, water and green electricity

ตลอดจน รถยนต์เครื่องสันดาปจะยังไม่หายไปไหนในอนาคต แม้ว่าจะมีความพยายามผลักดันให้เลิกใช้ มีการสนับสนุนจากภาครัฐบาลในหลายประเทศ หากข้อเท็จจริงสำคัญ คือ รถยนต์ไฟฟ้ายังแพงมาก ต้องใช้กระบวนการผลิตขั้นสูง โดยเฉพาะชุดแบตเตอร์รี่ ไปจนถึงข้อจำกัดในการใช้งานอย่างระยะทาง ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมด้วย

นอกจากนี้  เราอาจจะผันตัวไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ แต่ก็ยังพึ่งการใช้เครื่องยนต์สันดาปในหลายทาง เช่น เครืองบิน , เรือ ไปจนถึง การขนส่งด้วยรถบรรทุก คงไม่มีใครยอมปรับมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีต้นทุนสูงมาก

ความกังวลเดียวต่อรถยนต์เครื่องสันดาป คือ การปล่อยไอเสียของรถ  Bosch  ในฐานะบริษัทที่อยู่เบื้องหลังโครงการ น้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ออกมาเปิดเผยว่า  การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ จะไม่เพียงเป็นการจัดหาพลังงานง่ายขึ้น ยังช่วยลดการปล่อยไอเสียจากเครื่องยนต์สันดาปได้เป็นอย่างดี จนในอนาคต เครื่องยนต์สันดาปอาจจะสะอาดเท่ารถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นไปได้

Audi is launching a strategic partnership with Global Bioenergies. The carmaker will work with the French biotechnology company to promote the development of non-fossil fuels. In addition to the Audi e-gas and e-diesel projects, the research into e-gasoline is part of Audi’s persistent efforts to find alternative fuels.
© Fraunhofer

นาย อาร์กัส คริสต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อเพลิงสังเคราะห์และเชื้อเพลิงหมุนเวียน ของ  Bosch   เปิดเผยว่า ตอนนี้ บริษัทได้พัฒนาน้ำมันดีเซลสูตร  R33   และสามารถใช้ได้ในรถดีเซลปัจจุบัน มันลดการปล่อยไอเสียถึงร้อยละ 20 และใช้ในรถบริษัทเป็นหลัก

ดังนั้นมายความว่า ด้วยหลักการเดียวกันหากทำออกมาขายโดยปรับสูตรการผลิต ด้วความรู้และเทคโนโลยีในอนาคต เป็นไปได้สูงที่ เราจะทำให้เครื่องยนต์สันดาป เป็น  Carbon Neutral   หรือไม่ปล่อยไอเสียเลย เป็นขุมพลังสะอาดปราศจากมลพิษได้ 100% สามารถลดค่าไอเสียได้ 2.8 ล้านล้านตัน จากถาคการขนส่งอื่นๆ ได้ด้วย

อย่างเรารู้ปัจจุบัน น้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ กำลังอยู่ในกระบวนการพัฒนา Bosch  ชี้ว่าปัญหาตอนนี้ อยู่ที่กระบวนการผลิต ที่ยังคงมีราคาแพงอยู่ (ในขั้นตอนการวิจัย) แต่จะมีราคาต้นทุนต่อลิตรอยู่ 1-1.4 ยูโร ต่อลิตร หรือ 36-50 บาท ในอนาคต ถ้าได้รับความนิยม

แนวทางกระบวนการจัดเก็บก็ไม่ยุ่งยาก แทบจะใช้ระบบเดิมได้เลย หรืออาจจะ จุดผลิตน้ำมันที่มีหลายแหล่งได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการกลั่นแล้วส่งจากจุดเดียวอีกต่อไป

เจ้าน้ำมันอัศจรรย์นี้มีกระแสว่าจะเริ่มเปิดตัวขายในราวๆ ปี 2025 บอช เชื่อว่า รถยนต์ส่วนใหญ่จะนิยมน้ำมันชนิดนี้ในปี 2050 จึงจะแพร่หลายทั่วโลก และลดการปล่อยไอเสียจากเครื่องสันดาปได้ 100%

ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเริ่มอยู่ในใจคนรุ่นที่ต้องการลดการปล่อยไอเสีย แล้วถ้า เครื่องยนต์สันดาปไม่ปล่อยไอเสีย เพียงแลกับคุณต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาแพงขึ้น …เล็กน้อย ก็น่าสนใจไม่น้อยใช่ไหมครับ

 

 



Comments

comments