Suzuki ฝ่าโควิด ยอดโต 7%  Celerio- XL7  พายอดดันโตขึ้น

ในปี พ.ศ. 2563 นับเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับบริษัทรถยนต์ทุกจเ นั่นรวมถึง  Suzuki  มอเตอร์ ประเทศไทย ที่ต้องร่วมฝ่าฝันวิกฤติ หลังจากมีการปิดเมืองล็อคดาวน์ล้างไวรัส แต่หลังจากฟ้าฝนจางลงไป สรุปยอดขายปีที่ผ่านมา ปรากฏว่ายอดขายในภาพรวมโตขึ้นถึง 7%  จากเดิม

การเติบโตขึ้นของยอดขายรถยนต์ จากแบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญรถเล็ก Suzuki  นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจ นายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า Suzuki  สามารถสร้างยอดจำหน่ายรวมไปได้ถึง 25,528 คัน มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 7% และมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 3.22% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนในภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์มีตัวเลขยอดจำหน่ายอยู่ที่ 793,021 คัน ลดลง 21.29% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ผ่านมา

โดย Suzuki   มีรถยนตืที่ขายดีในช่วงปี พ.ศ. 2563 2 รุ่นสำคัญได้แก่

  • SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 4,351 คัน คิดเป็นอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 195.18%
  • SUZUKI XL7 ใหม่ รถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง มียอดจำหน่ายนับตั้งแต่การเปิดตัว อยู่ที่ 2,560 คัน

 

โดย Suzuki  Celerio ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากขึ้น เนื่องจากมีการปรับช่วงราคาขายให้เหมาะสมกับลูกค้ามากขึ้น รุ่นเริ่มต้นเกียร์ธรรมดา มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 328,000 บาท และรุ่นท๊อปสุด อยู่ที่ 437,000 บาทเท่านั้น ให้สมรรถนะการขับขี่ยอดเยี่ยม รวมถึงความประหยัดน้ำมัน

ด้าน  Suzuki  XL7  นับเป็นกลุ่มตลาดใหม่ที่  Suzuki  เพิ่งเข้ามาวางจำหน่าย ตอบไลฟ์สไตล์ และฟังชั่นในการใช้งาน  จนทำให้ได้รับความสนใจ โดยเรายังมียอดคงค้างรอการส่งมอบอีกกว่า 928 คัน ซึ่งจะเร่งส่งมอบให้ถึงมือลูกค้าในเร็วๆนี้

เมื่อมองปัจจัยความสำเร็จของ  Suzuki  ในปีที่ผ่านมา จะพบว่า ข้อสำคัญ คอการตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า และมีราคาที่ใช่

คุณ วัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า เรื่องนี้มาจากการระบาดของโควิด 19  ทำให้ลูกค้า เริ่มคิดเรื่องการใช้งานเงินมากขึ้น ลูกค้าเริ่มจะไม่เฟ้อเกินตัว ซื้อรถเท่าที่ตนพอไหว และตามความจำเป็นเท่านั้น

ในกรณีของ  Suzuki  Celerio   ที่เรามีการปรับราคาขายใหม่ ทำให้ลูกค้ามีความสนใจมาก บางคนอาจจะต้องการรถเพื่อเดินทางเลี่ยงรถสาธารณะ และลดการเสี่ยงการติโรคของตัวเอง อีกกลุ่มก็คือ คนที่เดิมที่คิดว่าไม่ต้องการถยนต์ใช้งาน เมื่อมีการระบาดก็กลายเป็นสิ่งจำเป็น ขึ้นมา เป็นภาพที่เราเห้นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ

ด้าน  Suzuki XL 7 เป็นการต่อยอดจับกลุ่มตลาดใหม่ ซึ่งเราได้รับความสนใจจากลูกค้าเดิม รวมถึงความต้องการรถประเภท ครอสโอเวอร์ที่เป็นกระแสนิยมในตลาดปัจจุบัน

เมื่อพูดถึงการขายที่น่าสนใจมากที่สุดในปี พ.ศ. 2563 คือคนไทยเริ่มใช้วีการซื้อรถผ่านทางระบบออนไลน์มากขึ้น แต่ยังไม่ใช่ในรูปแบบการคลิ๊กเพื่อซื้อ หากจะเป็นการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อพูดคุยสอบถามและเจรจามากขึ้น จากที่เก็บข้อมูลจากพนักงานขายและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ มีการเข้ามาสอบถาม ถึง 88,000 ครั้ง (จากที่มีข้อมูล) เทียบกับปี พ.ศ. 2562 มีเพียงราวๆ 40,000 กว่า ครั้ง หรือมีการสอบถามเพิ่มขึ้นกว่า 181%

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา Suzuki   ได้รับความนิยมขายดีขึ้นในตลาดภาคใต้ โดยเฉพาะกลุ่ม 3 จังหวัดล่าง คุณวัลลภ เผยว่า เรื่องดังกล่าวมาจาก ผลกระทบจากไวรัสโควิด 19 ที่น้อยในภูมิภาคดังกล่าว ยกเว้นจังหวัดภูเก็ต ที่มีการล็อคดาวน์เช่นกัน ในปีนี้ 5 อันดับ ตัวแทนจำหน่ายขายดี 4 ใน  5 มาจากตัวแทนทางภาคใต้

สำหรับการตั้งเป้าขายในปีพ.ศ. 2564 ทาง  Suzuki  มองว่า จะมียอดขายรวมทั้งสิ้น  30,000 คัน ตลอดปี  เติบโตจากปีที่แล้ว 17.5% โดยปีนี้ จะมีการเปิดผลิตภัณฑ์  Suzuki  Swift  ใหม่ รุ่นปรับโฉม หลังจากทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2018

โดยกลยุทธ์สำคัญปีนี้ คือการรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ และให้ความร่วมมือกับสถานบันการเงินมากขึ้น ตลอดจนจะพัฒนาให้พนักงานขายเข้าถึงการขายผ่านทางระบบออนไลน์มากขึ้น

ส่วนทางด้านบริการหลังการขาย เตรียมที่จะขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายเพื่อดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เกินกว่า 140 แห่ง ภายในเดือนมีนาคมปี 2565 นี้

สำหรับซูซูกิ มอเตอร์ประเทศไทย เรายังคงมุ่งมั่นที่จะตอบแทนสังคมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยที่ผ่านมานอกจากความร่วมมือกับทางผู้จำหน่ายทุกราย จัดทำโครงการแครี่ ปันสุข และ บริการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในรถฟรีสำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ซูซูกิ เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในช่วงโควิด-19 แล้วนั้น ซูซูกิยังเตรียมเริ่มโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” เพื่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้าและงานบริการในยุคที่การสื่อสารและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด ทั้งนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวกได้อย่างทันท่วงทีและมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน รวมถึงส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในสินค้าและบริการของซูซูกิสู่ลูกค้าต่อไป โดยโครงการนี้ซูซูกิกำหนดให้ผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศดำเนินการเป็นแนวทางการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการอยู่คู่เคียงข้างชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย

 

 



Comments

comments