ต้องยอมรับว่าวันนี้ เราจะซื้อรถใหม่ สักคันทั้งที มันต้องมีสักชั่วขณะหนึ่ง ที่เราอาจจะรู้สึก อยากตามกระแส ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า กับเขาบ้าง

รถยนต์ไฟฟ้า กลายเป็นกระแสใหม่มาแรง ที่ทำให้ หลายคน กำลังสนใจ ด้วยเสียงลือเสียงเล่าอ้าง เรื่องความประหยัด ความสามารถในการขับขี่ ไปจนถึง ราคาขายที่ค่อนข้างถูก อย่างน้อยที่สุดก็ในช่วงนี้

จนมาวันหนึ่ง ผมก็ได้รับ คำถามจากเพื่อนคนสนิท ที่มีน้องสาว ไต่ถามมาว่า น้องจะ ซื้อรถยนต์คันแรก ในชีวิต ควรจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ไหม …

ประเด็นนี้ นับเป็นข้อคำถามที่ดีมากครับ ผมเอง ก็ไม่เคยเจอใครถามคำถามแนวนี้มาก่อนเลย โดยส่วนใหญ่ คนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า จากประสบการณ์ตัวเอง รวมถึงที่เห็น ตามโซเชี่ยล จะแบ่ง เป็น 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มคนเปลี่ยนรถยนต์คันเดิม เป็นรถยนต์ไฟฟ้า กับ กลุ่มคนซื้อรถเพิ่ม โดย รถยนต์ไฟฟ้า อาจจะเป็นคันที่ 2 หรือมากกว่านั้น

แล้วมันเหมาะไหม ถ้าจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เป็น รถคันแรก ???

ยิ่งในตอนนี้ รถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่น มีราคา ต่ำลงมาอยู่ในระดับ 4-5 แสนบาท อยู่ในระดับ พ่อแม่ สามารถซื้อให้ลูกไปใช้ได้สบายๆ หรือใครที่บ้านไม่ได้มีงบประมาณเยอะ จะเก็บดาวน์เองผ่อนเอง ก็ทำได้ไม่ยาก แถมยังได้รถทันสมัย เทคโนโลยีใหม่

มาถึงตรงนี้ ผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่า มีคนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะ คนรุ่นใหม่ เล็ง รถยนต์ไฟฟ้าเป็นรถคันแรกของตัวเอง หรือ หมายมั่นปั้นมือว่า จะต้องซื้อให้ได้ในอนาคต

เพื่อให้ เข้าใจ ตรงกัน ผม จะขอพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า ในระดับ ราคา 5-7 แสนบาทเท่านั้น เชื่อว่าเป็นกลุ่มที่คนจำนวนมากสนใจ

ปัจจุบัน จะมี อยู่ 2-3 รุ่น ที่ได้รับความนิยมหลักๆ คือ

  • Neta VII ราคา 549,000 บาท
  • BYD Dolphin Standard Range ราคา 559,900 บาท
  • MG 4 Standard Range ราคา 709,900 บาท

ทั้ง สามรุ่นที่กล่าวมา น่าจะเป็นรุ่นที่คนจำนวนมากหมายตา อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะ บางรุ่นมีการขยับราคาลงมา จนอยู่ในระดับน่าซื้อหา ยิ่งโปรโมชั่นใหม่ อยากวิ่งเข้าใส่ ฉันต้องได้ขับรถยนต์ไฟฟ้า สักที

ถ้ามองในมุมทางด้านราคา ใช่ครับ ราคารถยนต์ไฟฟ้า ในระดับนี้ ไม่ว่าใครก็คงสนใจ อยากซื้อหา เป็นเจ้าของ แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มตัดสินใจทำอะไรลงไป ลองพิจารณา ให้ถี่ถ้วน ว่า เราควร ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเป็นคันแรกจริงหรือ

1.เทคโนโลยีตกรุ่นไว

ข้อแรก ต้องยอมรับกันก่อนว่า รถยนต์ไฟฟ้า มีการตกรุ่นเทคโนโลยี ค่อนข้างไว โดยเฉพาะ แบตเตอร์รี่ที่มีการพัฒนา ความสามารถอยู่ตลอดเวลา แบตเตอร์รี่ใหม่ มักจะมีความสามารถมากขึ้นตามลำดับ เพื่อตอบสนองต่อการใช้งานมากขึ้น

ไม่เพียงแบตเตอร์รี่ การพัฒนา มอเตอร์ และ ซอฟท์แวร์ ก็มีส่วนทำให้ ประสิทธิภาพ การใช้งานดีขึ้นตามลำดับด้วย

ผมขอยกตัวอย่าง รถยนต์ไฟฟ้า อย่าง Nissan Leaf 2017 นั่นคือ รถเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ในเวลานั้น ยังไม่มีใครคิด ทำ แบตเตอร์รี่ระบายความร้อนด้วยน้ำ ออกมาจำหน่าย ที่มีก็ไม่เยอะมาก

มาวันนี้ แบตเตอร์รี่ระบายความร้อนด้วยน้ำ กลายเป็นมาตรฐานในรถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบัน ทำให้ รถเพียง 7 ปี ก็ล้าสมัย และดูจะมีโอกาสที่ เทคโนโลยีจะไปไวขึ้นในอนาคต

นั่นอาจหมายถึง คุณแทบจะไม่มีทางใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ยาวๆ นานๆ มากๆ แบบรถยนต์ในอดีต จน มีกล่าวว่า มันคือ สินค้าไอทีติดล้อ

2.ราคาผันผวน

ข้อต่อมา เราต้องยอมรับกันตรงนี้ว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาที่ค่อนข้างผันผวนอย่างมาก บทผู้ผลิตครึ้มใจ ก็ลดราคาเอาเสียดื้อๆ บางครั้งหายไปเป็นแสนบาท จากราคาตั้งต้นที่เราซื้อ

ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ซื้อรถแถมดอย มาให้ จนผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าบางกลุ่ม เริ่มรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม ในการเสนอขายบ้างแล้ว จนตกเป็นข่าวคราวอยู่หลายครั้ง

ราคาที่ผันผวน มันไม่ต่างจากการทำเงินหล่นหาย ใครจะติดว่า วันหนึ่งตื่นขึ้นมา จะพบว่ารถที่จอดอยู่ที่บ้านเราคาจะเสื่อมลงไปแสนกว่าบาท

ในมุมคนซื้อรถเพิ่ม หรือ เปลี่ยนรถใหม่ มันมีผลกระทบต่อความรู้สึกบ้าง แต่ในมุมคนซื้อรถคันแรก อาจจะรู้สึกมีผลกระทบมากกว่า

บางคน เก็บเงินจากการทำงาน เพื่อมาซื้อรถที่ตัวชอบและต้องการ แต่วันหนึ่งมูลค่ารถ ก็ลดฮวบไปเสียดื้อๆ เหมือนโพสอันโด่งดังในเฟซบุ๊ค

สำหรับ ผู้เขียนเข้าใจเลยว่า คนโพส มีความรู้สึกอย่างไร เวลาเก็บเงินซื้อรถเอง มันมีความภูมิใจ จากความตั้งใจ พอซื้อรถได้ก็แอบรรู้สึกดี แต่วันหนุ้ง รถของตัวเอง ราคาหายไปเป็นแสนบาท มันก็ต้องเสียความรู้สึกเป็นธรรมดาครับ

3.ไปต่อยาก

ทุกคนมี ” รถยนต์คันแรก ” แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีรถคันต่อไป เมื่อคุณจะซื้อรถใหม่ หรือเปลี่ยนรถใหม่ ในอนาคต รถยนต์คันเก่า อาจจะเป็นต้นทุนให้คุณได้

ในอดีต การเทิร์นรถเก่า ไม่ใช่เรื่องแปลก ยามคุณอยากได้รถใหม่ ก็ไปหาเต๊นท์ ให้เขารับซื้อ ได้เงินเร็ว ออกรถใหม่ไว จบง่ายไม่ต้องวุ่นวายขายเอง

ปัจจุบัน เท่าที่มีข้อมูล เต๊นท์รถส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับ ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีการเสื่อมราคาเร็ว และอีกปัจจัย มาจากราคาที่ค่อนข้างผันผวน ซื้อวันนี้ พรุ่งนี้ลดเป็นแสนบาท

ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

ทำให้ในวันนี้เรายังไม่เห็นภาพว่า ในวันหน้าถ้า เราใช้รถยนต์ไฟฟ้าแล้ว วันหน้าต้องการขาย ไม่ว่าจะเปลี่ยนรถใหม่ หรืออย่างไร เราแทบจะไม่มีเงินก้อน ที่จะให้ไปต่อ

ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ MG4 ที่บ้าน ราคาซื้อมา 969,000 บาท ผ่านมาปีเดียวราคารุ่นใหม่ ประกอบไทย ตอนนี้ เหลือ 809,900 บาท ถ้าจะขายก็ต้องมีราคาถูกกว่ารถใหม่ หมายความว่า อย่างดีสุด 7 แสนบาทกลางๆ สำหรับรถสภาพดี

แต่ความจริงเราต้องขายถูกกว่านั้น เพื่อปล่อยรถออกไปง่ายขึ้น และยังมีเรื่องของสภาพตัวรถและปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้องในการจูงใจ คนซื้อ

ดังนั้น ราคาที่เหมาะสม จะอยู่เพียง 6 แสนบาท กลางๆ ถึงปลายๆ เท่านั้น หากจะขายมันในวันนี้ กับรถ อายุเพียง ปีเศษๆ เท่านั้น

4.ต้องวางแผนการเดินทาง

อย่างไรก็ดี ชีวิตวัยรุ่นมันมีหลายอย่างต้องทำ และผมอยากจะบอกว่ าถ้าคิดจะใช้รถยนต์ไฟ้า ชีวิตต้องวางแผนมากขึ้นนะครับ

รถยนต์ไฟฟ้ามีระยะทางการขับขี่ที่ค่อนข้างจำกัด จะขับไปดุ่มๆ ไปไหนก็ไปแบบรถสันดาป และรถไฮบริดไม่ได้ ครับ จะไปไหนต้องคำนึงก่อนว่า จะไปแวะชาร์จที่ไหนอย่างไร

ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

เมื่อแวะชาร์จ ก็ต้องรอ ไม่ได้เติมเสร็จเร็วแบบรถน้ำมัน ไม่มีคิวรอก็อาจเสียเวลาไม่นาน ถ้ามีคิวรอก็ต้องใช้เวลาสักหน่อย ก่อนจะได้ชาร์จ

ไม่เพียงแค่นี้ ถ้าติดตามในบรรดากลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า จะพบว่า มีดราม่ารายวัน ให้เห็นประจำ จนบางที ขับรถประสาทเสียกับการจราจร ยังต้องมาเสียกับดราม่าคนโซเชี่ยล

5.อะไหล่แพง รออยู่

ท้ายสุด ในขณะที่ทุกคนถูกทำให้เชื่อว่า รถยนต์ไฟฟ้าไม่ต้องดูแลรักษา ใช้ๆไปเลยครับผม ไม่เหมือน รถสันดาปทั้งหลายต้องมาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

แต่คงเห็นแล้วใช่มั้ยครับ ราคาแบตเตอร์รี่ รถยนต์ไฟฟ้า แพงเอาเรื่อง เป็นปลายทางที่รอทุกคนอยู่ ยิ่งใครแจ๊คพอท เจอแบตพัง ไม่ว่าจะอุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดฝันใดๆ

ระเบียบใหม่ คปภ.​ระบุให้การชดใช้ค่าเสียหายแบตเตอร์รี่ลดลงทุกปี ปีละ 10% และสูงสุดถึง 50% หมายความว่าในอนาคต คุณต้องรับความเสียหายส่วนหนึ่ง แน่ๆ

โดยเฉพาะในกรณี แบตเตอร์รี่ได้รับความเสียหาย จากอุบัติเหตุ และมีในหลายกรณีที่แบตเตอร์รี่เสียหาย แต่ยังไม่คืนทุนประกัน

ไม่เพียงแค่นี้ ในหลายกรณี มีระยะเวลารอคอยอะไหล่นาน ซึ่งพบเห็นได้เป็นประจำตามคำร้องเรียนในกลุ่มผู้ใช้

จาก ทั้ง 5 ข้อ ที่กล่าวมา ถ้าจะถามว่า ควร ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า มาเป็น รถคันแรก ไหม ผมกล้าตอบเลยว่า “ไม่เหมาะครับ” รถยนต์ไฟฟ้า ยังมีข้อจำกัดต่างๆมากมาย ที่ทำให้เกิดประเด็นต่างๆ มากมาย

ถ้าให้เลือก ผมมองว่า รถยนต์ไฮบริด ยังเหมาะกับ การใช้งานในภาพรวมมากกว่า และถ้าคุณกังวล รถสันดาปดีๆ สมัยนี้ก็มีให้เลือกมากมายครับ ไว้รอดูให้เทคโนโลยีมันนิ่งกว่านี้สักหน่อย จะดีกว่า แล้ว วันนั้น เมื่อคุณต้องเปลี่ยนรถคันต่อไปอาจค่อยพิจารณาเลือกรถยนต์ไฟฟ้า

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่