ORA Good Cat Pro 400 เหมียวพลังไฟฟ้า เหมาะมากถ้าขับในเมือง

แบ่งปันเรื่องนี้

ต้องยอมรับว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา รถยนต์ไฟฟ้าหรือ Electric vehicle ย่อสั้นๆ แล้วกันว่า EV ได้รับความสนใจอย่างมาก จากบรรดาคนที่มองหารถยนต์คันใหม่ เดิมทีตัวเลือกรถกลุ่มนี้มาจากทางแบรนด์รถยนต์ยุโรป จนกระทั่งมาสู่รถยนต์ญี่ปุ่น แต่ที่สร้างกระแสได้จริงๆ กลับเป็นรถยนต์จากจีน โดยเฉพาะคันล่าสุด ORA Good Cat ที่ทำยอดจองและสนใจซื้อกว่า 4,200 คัน ใน24 ชั่วโมง แม้ว่าจะยังไม่มีใครทราบราคามันมาก่อน

ORA Good Cat Pro Coral Blue

ORA Good Cat ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่คนไทยจับตา การมาจำหน่ายยาวนาน แทบจะทันที ที่ค่ายรถยนต์ Great Wall ตีธง เข้ามาขายรถยนต์ในประเทศไทย หลังจากเปิดตัวมอเตอร์โชว์ ส่งรถมาลงโชว์รูม ในที่สุดเราก็มีโอกาสมาสัมผัสรถคันนี้ตัวเป็นๆ กันจริงในรุ่นรองท๊อป ORA Good Cat Pro ที่มีระยะทางต่อการชาร์จมากถึง 400 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ที่จริงผมมีโอกาสเห็นตัวรถแล้วหลายรอบ ผมกล้าพูดว่า ORa Good Cat เป็นรถที่คุณควรจะดึงภรรยาให้ห่างไกลอย่างยิ่ง เพราะทรวดทรงของมันดึงดูดใจสาวๆ ให้สนใจและอยากจะจับจองมาก

หน้าตามองมันมองบางครั้ง อาจจะทำให้นึกถึงเจ้า Volkswagen Beetle ตัวรุ่นที่ 2 ในอดีต ด้วยไฟหน้าทรงกลมรี , ทรวดทรงด้านหน้า ที่ออกแบบมาให้มีความทันสมัยเข้าท่ามากๆ ไฟเลี้ยวอยู่ในตำแหน่ง เดียวกับ Day Time Running Light ทางด้านหน้า ในรุ่น Pro ให้ล้อ ขอบ 18 นิ้ว

ORA Good Cat Pro Coral Blue
ORA Good Cat Pro Coral Blue

ด้านหลังออกแบบให้มีทรงบั้นเอว จุดนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นที่ชาวจีนเรียกมันว่าแมว เนื่องจาก ถ้าคุณมองท้ายรถ แล้วหันมองเจ้าเหมียวที่บ้าน มันจะดูคล้ายๆ กัน ฝาท้ายมาพร้อมกระจกหลังบานไม่ใหญ่มาก ในบานยังมีไฟเบรก ส่วนไฟเลี้ยวอยู่ทางด้านล่าง ตรงจุดที่ติดตั้งทับทิมสะท้อนแสงในยามคำคืน ในความคิดเห็นส่วนตัวผมมองว่ามันค่อนข้างต่ำ ถ้ารถขับตามๆ กัน อาจจะมองไม่เห็น อาจโดนด่าได้

ทรวดทรงสไตล์แฮทช์แบ็คเปิดเข้ามา จะพบกับ งานออกแบบทันสมัยสุด ทาง ORA ให้งานออกแบบที่มีเสน่ห์ ด้วยหน้าจอ ขนาด 17.25 นิ้ว เป็นชิ้นเดียว โดยรถคันนี้แบ่งชุดจอ เป็น 2 จอ ได้แก่ จอ 7 นิ้ว เอาไว้ให้ข้อมูล การขับขี่ และ 10.25 นิ้ว เป็นข้อมูลระบบ และการเชื่อมต่อรวมถึงวิทยุ เครื่องเสียงความบันเทิง

ใต้จอจะเป็นแผงแอร์ และ ปุ่มควบคุมระบบปรับอาากศ ใช้งานง่าย ตรงกลางเป็นคันเกียร์ไฟฟ้า สั่งการ โดยการหมุน ซ้าย-ขวา ตามต้องการพร้อมเบรกมือไฟฟ้า และช่องเก็บของเท่านั้น

ภายใน ORA Good Cat Pro

กวาดสายตาโดยรอบจะแปลกใจ ว่าไม่เห็นมันมีปุ่มสตาร์ท ORA Good Cat ใช้การสั่งการสตาร์ทเครื่องยนต์ โดยการกดเบรก เท่านี้รถก็สตาร์ท พร้อมเดินทาง ไม่ต้องกดปุ่มให้วุ่นวาย

ทางด้านเบาะนั่ง วันนี้ที่มาลองสัมผัส เป็น ORA Good Cat Pro ฝั่งคนขับให้เบาะนั่งแบบปรับไฟฟ้า ช่วยให้หาท่านั่งง่าย เบาะนั่งออกแบบมาให้มีขนาดพนักพิงหลังค่อนข้างใหญ่พอสมควร ส่วนฝั่งคนนั่ง เบาะทั้งหมดปรับด้วยมือ ในรุ่น Pro ทุกสี จะได้ภายในสีดำหุ้มด้วยหนัง สีการเดินด้ายสีน้ำเงิน ตัดเย็บแบบ Daimond cut ที่แผงประตู

การปรับพวงมาลัย ทำได้เพียงขึ้นลงเท่านั้น ไม่สามารถยืดหดได้ดั่งใจ แถมการวางตำแหน่งพวงมาลัย ส่วนตัวมองว่า ค่อนข้างจะสูงพอสมควร อาจมาจากความรู้สึกการออกแบบพวงมาลัย 2 ก้าน เป็นเหตุให้รู้สึกแบบนั้นด้วย และเฉกเช่นเดิม ไฮไลท์ของ ORA คือ การเซทค่าต่างๆ ทั้งหมด จะถูกจัดวางไว้ในชุดจอภาพ ตรงกลาง ยังดี คุณหาเมนู ต่างๆ ง่าย เนื่องจากมันเป็นภาษาไทย ทว่าจากที่ลองเล่นตลอดการทดลองขับ พบว่า บางครั้งจอมีเอ๋อ เป็นบางเวลา ซึ่งอาจจะดีขึ้น ถ้ามีการอัพเดทระบบในอนาคต

ส่วน เรื่องที่นั่งโดยสารตอนหลัง มีดีตรงพื้นห้องโดยสารเป็นแบบ Flat Floor และ มีพื้นที่วางขากว้างมาก เรื่องพื้นที่สัมภาระอาจจะไม่ได้ใหญ่มาก เมื่อเทียบกับรถญี่ปุ่นที่มีขนาดตัวพอๆ กัน ที่สำคัญเราแปลกใจที่มันไม่มีปัดน้ำฝนหลังมาให้ ทำให้ เรื่องทัศนวิสัยทางด้านหลัง เวลาฝนตก ย่อมบดบังทัศนวิสัยกระจกมองหลังบ้าง ถึงจะเปิดไล่ฝ้าหลัง ก็ยังอาจไม่พอเพียง

การวิศวกรรม และการขับขี่

เจ้าแมวไฟฟ้าคันนี้ นับว่า เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของทาง ORA ด้วยการนำเสนอโครงสร้างตัวรถที่ถูกพัฒนาขึ้นด้วย Lemon E Platform เป็นโครงสร้างแบบ Modular ใหม่ล่าสุด ที่พัฒนา ให้มีคุณสมบัติใการขับขี่ที่เหมาะกับรถยนต์จริงๆ

ตัวโครงสร้างนี้ ออกแบบให้ใช้เหล็ก Ultra High Tensile และออกแบบให้มีความแข็งแรงจากการชนสูง ถึงแม้ว่ารถจะเล็กก็มีความปลอดภัยในการขับขี่ค่อนข้างมาจากที่ทาง Great Wall ได้ ให้เราดู การทดสอบจำลองการชนจากคอมพิวเตอร์ ตัวรถ จะยังสามารถรักษาพื้นที่ห้องโดยสารส่วนใหญ่เอาไว้ เพื่อทำให้ปลอดภัย ต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

เจ้าแมวไฟฟ้า ORA Good Cat Pro ที่มีระยะทางต่อการชาร์จ 400 กิโลเมตร นั้น จะใช้แบตเตอร์รี่ Lithium iron Phosphate ขนาด 47.78 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จแบตเตอร์รี่ 30-80% ได้ในเวลา 32 นาที เท่านั้น ตัวแบตเตอร์รี่มีการทดสอบการ เพื่อความมั่นใจในการใช้งาน ทั้ง IPX9K อันนี้ทดสอบการกระแทกที่อาจจะสร้างความเสียหายกับตัวแบต รวมถึงมีการทดสอบการป้องกันน้ำเข้า ในมาตรฐาน IP67 ด้วย

ช่องชาร์จของน้องแมว วางไว้ตรงด้านข้างฝั่งซ้าย เป็นหัวรับแบบ Type 2 และชารจ์เร็วแบบ CCS Combo 2 ส่วนตัวแบตเตอร์รี่จริงวางไว้ใต้ห้องโดยสาร เพื่อช่วยให้รถมีศูนย์ถ่วงในการขับขี่ที่ดีมากขึ้น

ความสามารถในการชาร์จ รองรับการชาร์จเร็ว ด้วยไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 60 กิโลวัตต์ และการชาร์จไฟบ้าน(AC) สูงสุด 6 กิโลวัตต์

ด้านการขับขี่เป็นหน้าที่ของมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังขับ 143 แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร อาจฟังแล้วไม่มากมาย แต่ถ้าเทียบกับเครื่องยนต์สันดาป มันพอๆ กับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ซึ่งปกติอยู่ในรถระดับคอมแพ็คคาร์ทั้งหลาย เมื่อมันมาอยู่ในรถยนต์ขนาดเล็กแบบ น้องแมวก็ย่อมเร้าใจในระดับหนึ่งพอสมควร

ORA Good Cat Pro

ยิ่งการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทันอกทันใจ ทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความคล่องตัวในการขับขี่อย่างมาก มีรูตรงไหนแทรกได้ มุดได้สบายมาก ขนาด 4.2 เมตร ขับจริง อาจรู้สึกว่า มันเล็กกว่านั้น เนื่องจากรถไปได้ดังใจคิด

ที่จริงแล้ว รถคันนี้มีโหมดการขับขี่ทั้งหมด 4 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Eco , Auto , Sport ส่วนอีกโหมด คือ Eco + จะใช้อัตโนมัติ เมื่อรถพบว่าแบตเตอร์รี่อยู่ในระดับต่ำมาก

ในโหมดเริ่มต้นจะเป็น โหมด Auto เน้นการตอบสนองตามความต้องการของผู้ขับขี่ ปรับแนวทางไปตามตอบสนองคันเร่ง รวมถึงการหน่วงเก็บพลังงาน หรือ KERS

Kers เองก็มี 3 ระดับ สามารถตั้งค่าได้จากหน้าจอ และยังมีออพชั่นระบบ One Pedal ขับรถแป้นเดียว โดยใช้ทั้งเบรกและคันเร่ง ในการตอบสนองเช่นเดิม ต้องตั้งค่า โดยการจิ้มจอ

เส้นทางวันนี้เป็น กทม.-ฉะเชิงเทรา ด่านแรกที่เราต้องเจอทันที หนีไม่พ้นการเดินทางในเมือง ซึ่งถนนในเมืองตอนนี้ส่วนใหญ่ จะมีการซ่อมสร้างรถไฟฟ้าไปหมด สภาพถนนดี กลายเป็นอุกาบาต เดี๋ยวขุด เดี๋ยวหลุม โลกดาวอังคารยังเรียกพี่

ช่วงล่างของ Good Cat ค่อนข้างออกแบบมาติดแข็งติดกระด้าง โช๊คสั้น ช่วงล่างตอบสนองไว เข้าใจว่า มาจากความต้องการให้รถเกาะถนนดี อีกอย่างที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ คือ รถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น มีน้ำหนักมาก เนื่องจากน้ำหนักแบตเตอร์รี่ เท่าที่มีข้อมูล เจ้า แมวเซาคันนี มีน้ำหนักตัวราวๆ 1.5 ตัน มันมากกว่ารถ ซับคอมแพ็คคาร์ทั่วไป ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป

ORA Good Cat Pro
การขับขี่บนถนนทางเรียบ ถือว่าสอบผ่านและทำได้ดี แต่ถ้ามีหลุมบ่อ จะค่อนข้างกระเทือนอยู่พอสมควร เป็นช่วงล่างวัยรุ่นชอบ ส่วนผู้ใหญ่ส่ายหน้า

สาเหตุหลักมาจากแบตเตอร์รี่ของรถ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้รถมีน้ำหนักมากกว่ารถสันดาปทั่วไป การเซทช่วงล่างจึงต้องเซทเน้นแข็งเป็นหลัก รถบางรุ่นอาจมีช่วงล่างนิ่มบ้าง แต่เท่าที่ผ่านมือรถยนต์ไฟฟ้ามา ส่วนใหญ่จะติดแข็งมีความกระด้างในการขับขี่

ทางด้านการตอบสนองของพวงมาลัย ตัวพวงมาลัยจะมี 3 โหมดคล้าย Haval H6 ทาง Great Wall เหมือนจะปรับการตอบสนองของตัวรถให้มีการตอบโจทย์ที่ดีขึ้น กับการขับขี่ในเมือง ได้แก่

  • โหมดสบาย ค่านี้เป็นค่ามาตรฐานทุกครั้งเวลาที่เราสตาร์ทรถ อาการ พวงมาลัย จะค่อนนข้างออกมาในทาง มีระยะฟรีประมาณหนึ่ง แต่มีน้ำหนักกำลังดี ไม่มากไป หรือน้อยไป
  • โหมดเบา โหมดนี้จะมีการปรับระยะฟรี ให้ตอบสนองดีขึ้น แต่น้ำหนักพวงมาลัยจะลดลง เน้นความคล่องตัว ซึ่งเหมาะแก่การใช้ขับขี่ในเมือง
  • โหมด สปอร์ต จะมีระยะฟรีเท่าเบา แต่น้ำหนักพวงมาลัย บิดซ้าย-ขวา แล้วจะแน่นมากขึ้น

การขับในเมือง ในโหมดมาตรฐานกับเบา ถือว่า เหมาะมาก เนื่องจากน้ำหนักกำลังดี ทว่าหากขับในโหมดนี้ซิ่งๆ จะพบว่า รถมีการโคลงตัวค่อนข้างมาก ซึ่งก็มาจาก ตัวรถที่ออกแบบมาให้ หน้าสั้นท้ายสั้น แถมหลังคาดันสูงชะรูด 1.6 เมตร

เวลาเราสะบัดพวงมาลัยเร็วๆ จะพบว่า ต้องคุมการให้ตัวของรถพอสมควร การเหวี่ยงตัวของรถ อาจทำให้คนข้างๆ มองตาเขียวได้ ถ้าคุณไปกับภรรยา วิธีแก้อาการนี้ง่ายมาก คือ ขับธรรมดา ห้ามซ่า กับ สอง ฝึกหัด ใช้พวงมาลัยรถอย่างนิ่มนวลนั่นเอง

ด้วยกำลังเครื่องมาก และ ความเล็ก ทำให้รถมีความคล่องตัว ค่อนข้างมาก

ขับมาไกล พอออกนอกเมือง ช่วงล่าง ORA Good Cat เริ่มให้ความมั่นใจ ที่จริง มันเป็นช่วงล่างที่มั่นใจ จนบางทีคุณมองหน้าปัดจะงง ว่า เราขับรถเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ ช่วงล่างให้สเถียรภาพค่อนข้างดีเกินความคาดหมาย จนรู้สึกว่าเราขับรถไม่เร็ว

ยิ่งตัวมอเตอร์ไฟฟ้า ทำงานดีตอบสนองไว ขับๆ บางทีเหลียวมองความเร็วเกินกฎหมายกำหนดไปแล้ว แถมการตอบสนองว่องไวของมัน ทำให้รถค่อนข้างจะคล่องตัวมากในการขับขี่ ความยาว 4.2 เมตร ไม่ใช่ปัญหา สามารถมุดตามการจราจรไปได้สบายมาก เพียงแต่ถ้าคุณใช้พวงมาลัยไว จะรู้สึกว่า รถค่อนข้างเหวี่ยงขับไม่สนุก มันจะเอนซ้ายเอนขวา จนบางครั้งอาจจะรู้สึกเวียนหัวได้

อีกอย่างที่ทำให้เราขับเร็วแบบที่ไม่คาดคิด ก็มาจาก การเก็บเสียงในห้องโดยสารที่ทำออกมาได้ดีเกินคาด ส่วนหนึ่งมาจากการออกแบบตัวรถที่มีค่าสัมประสิทธิ์เสียดทานต่ำเพียง 0.289 CDa การแหวกอากาศดี ประกอบกับเส้นหลังคาโค้งมล ตัวกลมทั้งคัน ทำให้ การเก็บเสียงในห้องโดยสารค่อนข้างดีพอสมควร

เสียงรบกวนส่วนใหญ่ จะมาจาก ล้อและยาง มากกว่า เสียงลม ในช่วงความเร็วปกติ เมื่อใช้ความเร็วมากขึ้น ก็เป็นธรรมดา ที่จะต้องมีเสียงลมมากขึ้นแต่ ก็ถือว่าค่อนข้าง ถ้าเปรียบกับรถ ซับคอมแพ็คด้วยกัน

การชาร์จไฟ ที่น่าอัศจรรย์ใจ

อันที่จริงในการทดสอบครั้งนี้ หลายสื่อคงไม่มีใครพูดถึงการชาร์จไฟฟ้า นอกจากที่พูดไปแล้วในสเป็ครายละเอียดทางเทคนิค

แต่ด้วยความอยากรู้ เราจึงหวดน้องแมว ORA Good Cat Pro ให้มันแบตเหลือต่ำๆ ราวๆ 30 % ก่อนไปทดลองใช้ Public Charge ตู้ของ PEA Volta ที่มีหัวชาร์จ CCS Combo 2 กำลัง 50 KW ให้บริการ

ทีแรกเราจะชาร์จที่สาขารังสิต แถว มหาวิทยาลัยเก่าของผม ม.กรุงเทพ แต่ปรากฏว่า ตู้เสีย!!!!

ระบบชาร์จ น้องแมว ถือว่า ค่อนข้างเร็ว ใน 15 นาที คุณ สามารถมีระยะทางการขับขี่เพิ่มขึ้นมาเป็น 100 กิโลเมตร

เลยต้องขับรถมาอีก 25 กิโลเมตร มาใช้ ตู้ที่ ปั้มบางจาก บางปะอิน อยุธยา ตอนมา นี่ก็ซีดนิดหน่อย เพราะระยะทางเหลือเพียง 81 ก.ม. โดยประมาณ ปริมาตรแบตเตอร์รี่เหลือ 22%

ทีแรกกะว่าจะชาร์จสักครึ่งชั่วโมง ปรากฏว่า ด้วยเวลา กระชั้นชิดของเรา ก็เลย จำเป็นใช้เวลาที่สถานีชาร์จเพียง 15 นาที เท่านั้น เพื่อ เดินทางไปยังปลายทางตามนัดหมาย

สำหรับใคร ที่จินตนาการไม่ออกว่า 15 นาที นานขนาดไหน ให้นึกเราใช้รถปกติ เติมน้ำมัน 500 บาท แล้ว เลื่อนรถไปเข้าห้องน้ำ แวะเซเว่นอีกนิด นั่งกินหนมอีกหน่อย สายควันก็ราวๆ ว่า ดูดไปสักตัวหนึง คอกาแฟ ก็รอ มอคค่า สักแก้วสองแก้ว

ระยะเวลานี้เป็นระยะเวลาปกติทั่วไป ในการเข้าปั้ม แต่ที่เราชาร์จในเวลาแค่นี้ ก็เนื่องจากเรามีเวลา ที่ต้องไปตามนัดกับทาง Great Wall เพื่อร่วมกิจกรรมต่อไป

หัวชาร์จ ตู้ PEA Volta CCS Combo 2 มีกำลัง 50 กิโลวัตต์ ตอนชาร์จจริง จ่ายกำลัง 48.48 กิโลวัตต์ เราเริ่มชาร์จ ตอน 15.30 โดยประมาณ และ นำออกตอน 15.46 น. ปรากฎเราชาร์จไฟมาได้ 49% จากเดิม 22% หรือ เพิ่มมา 26% ได้ระยะทางจาก 81 ก.ม. มาเป็น 195 ก.ม. เพิ่มราวๆ 110 กว่า กม. ส่วนค่าชารจ เสียหน่วยละ 4 บาท ทั้งสิ้น ประมาณ 12 เกือบ 13 หน่วย คิดเป็นค่าไฟราวๆ 50 บาทเท่านั้น

จากที่ลองชาร์จถือว่า มันตอบสนองในการใช้งานได้ดีพอสมควร 15 นาที มากพอที่จะเดินทางข้ามจังหวัดแล้ว

ORA Good Cat Pro มีดีถ้าใช้ในเมือง ถ้าอยากซิ่งให้มองข้าม

หลังจากขับน้องแมวมาทั้งวัน ORA Good CAT ถือว่า เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจ แต่ให้พูดกันตรงไปตรงมา มันเป็นรถเหมาะขับในเมือง มีความคล่องตัวสูงมาก และขับมั่นใจมาก เอาไว้ออกไปเที่ยวบ้างในวันว่าง ก็พอจะเป็นไปได้

ต้องพูดตามตรงว่า สำหรับใครบาทาโหด เน้นซิ่งขับเร็ว รถคันนี้ไม่เหมาะเลย มันค่อนข้างมีความโคลง ยิ่งถ้าคุณเป็นประเภท สะบัดพวงมาลัย ตวัดไปตวัดมา สายมุดสายแรง ถ้ามือไม่เบา ชอบกระชากพวงมาลัย คนนั่งจะเวียนหัวจนเมารถได้ นั่นมาจากทรงสูง

กลับกัน ถ้าคุณเป็นคนขับรถทั่วไป ไปเรื่อยๆ ไม่ได้ใช้ความเร็ว ขับตามเลนไหลไปตามการจราจร รถคันนี้ถือว่าเหมาะมาก คล่องตัว ขับง่ายใช้งานสะดวกลูกเล่นเยอะ รวมถึงยังตอบโจทย์เรื่องความประหยัดได้ดีเกินหน้าเกินตา และมีลูกเล่นความปลอดภัยครบเครื่องในระดับเดียวกับ Habal H6 Hybrid ทุกประการ ยกเว้น ระบบถอยหลังอัตโนมัติ

อย่างไรก็ดี งวดนี้ถือว่า เป็นน้ำจิ้มย่อมๆ ของ เจ้า ORA Good Cat Pro ซึ่งวันนี้ก็รู้จักน้องมาก เรื่องราคายังไม่มีใครทราบแน่ชัดจนกว่า จะวันที่ 29 ตุลาคมนี้ แต่ที่แน่ๆ ใครที่อยากจะมีรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก เจ้าแมวเหมี่ยว นี่เหมาะมากเลยครับ ถ้าให้คะแนนวันนี้ 8 เต็ม 10 ครับ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments