MG Extender Grand X  …  ขับสบายได้ความคุ้ม

ถ้าจะซื้อรถสักคันในงบประมาณ ไม่เกิน 9 แสนบาท นอกจากรถอเนกประสงค์ ที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้ รถกระบะ 4 ประตู ขับ 2 ยกสูง ยังเป็นรถอีกกลุ่ม ยืนหนึ่งในใจคนไทย มาช้านาน ปัจจุบันรถกลุ่มนี้มีขายเกือบทุกรุ่นทุกยี่ห้อ

MG  เปิดตัวกระบะ MG Extender  ใหม่ มาเมื่อปีกลายอย่างสวยงาม หลังราคาขายออกมา บางคนบ่นว่า แพง หลังจากผมลองขับรถรุ่นนี้ตัวขับเคลื่อนสี่ล้อ ก็เริ่มเข้าใจว่าทำไม พวกเขากล้าเซทราคาขายมาใกล้เคียงเจ้าตลาด จนลูกค้าไม่อยากจะเชื่อว่า  MG   กล้าจะทำราคาขายขนาดนี้ ทั้งที่เป็นหน้าใหม่ วันนี้เราจะมาลองดูกันอีกครั้งกับรุ่นที่น่าจะเชิดหน้าชูตา ในตัวขับสองยกสูง ที่ใช้ชื่อรุ่นว่า   Grand

MG Extender เปิดตัวมาด้วยโจทย์สำคัญ บุกตลาดกระบะเมืองไทย อันที่จริงตอน   MG   มาเปิดตัวขายในช่วง 3 ปี แรก เราได้ยิน ว่า แบรนด์เสี้ยนอยากจะลงมาเล่นตลาดกลุ่มนี้ ถึงไม่เป็นตัวเอกในท้องเรื่อง ขอเป็นตัวประกอบบ้างก็ยังดี ด้วยตลาดกระบะในประเทศไทยใหญ่มาก จนติดอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา

MG  มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ทว่าการแจ้งเกิดในตลาดกระบะไม่ง่าย จะเห็นได้จากความพยายามของแบรนด์อินเดีย   Tata   มาจนถึง แบรนด์ Foton   ที่เคยลองเข้ามาทำตลาด แล้วขอพับโครงการลาจากไปแบบเงียบ ๆ

พวกเขา เริ่มทำการบ้านตลอดจนหาบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เข้ามารับช่วงทำให้รถกระบะประสบความสำเร็จ หลายคนต่างรู้ดีว่า นี่จะเป็นการเปลี่ยนตราสลับร่างจาก Maxus  มาสู่   MG  ยังไงเสียไม่ว่าจะช้าหรือเร็วรถรุ่นนี้ก็จะเข้ามาขายในไทย

Maxus T70 เป็นรถคันดังกล่าว มันสานงานต่อจากรุ่น ก่อน  T60   ซึ่งขายในเมืองจีน มาตั้งแต่ปี 2016 และใช้เครื่องยนต์ที่ค่อนข้างเก่าและมีขนาดใหญ่ แนวคิดของ  SAIC ก็เฉกเช่นหลายแบรนด์ พวกเขาต้องแข่งกับมาตรการไอเสียที่มีความเข้มงวดสูง และต้องการสร้างรถที่โดนใจลูกค้า

ทางแบรนด์เริ่มโครงการกระบะใหม่ ปรับให้ทันสมัย ในช่วง ปี 2018 มีเป้าหมายพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ และศักยภาพในการขับขี่ดีขึ้น ก่อนจะออกโชว์ตัวในงาน  Auto Shanghai  ปี 2019  ทาง   MG   ประเทศไทย ได้หอบนักข่าวจำนวนหนึ่งไปร่วมงานดังกล่าว รวมถึง ทดสอบประสิทธิภาพว่าที่กระบะสั้นๆ เป็นคำยืนยันว่า กระบะคันนี้น่าจะเข้าประเทศไทยแน่ๆ จน กระทั่งเปิดตัวขายในไทย

…..

เจอหน้า จับ MG Extender รีวิว งวดนี้ ผมตัดสินใจลดตัวจากการเอาสายลุยมาขับ เพราะ อุทยานแห่งชาติทุกที่ปิด จะขับรถข้ามเมืองข้ามจังหวัด ยังไม่รู้ว่า จะทำได้หรือเปล่า รุ่น  Grand X   ขับสองยกสูง ท๊อปออพชั่น  มีทุกอย่าง คล้ายรุ่นขับ 4 แตกต่างเพียงมันไม่พร้อมลุยทางป่าเขาลำเนาไพร

ใบหน้า  MG Extender   เจอกี่ครั้ง คนจำนวนไม่น้อย น่าจะคิดแบบผมว่า หน้าตามันแปลก กระบะคันนี้ มีหน้าตาบึกบึน ดูแกร่ง แต่เหมือนไม่ลงตัวในความรู้สึก โดยเฉพาะตอนหามุมถ่ายรูปมาทำรีวิว ผมต้องเล็งอยู่นาน กว่าจะเจอมุมหล่อของเขา

Review MG Extender Grand X

ให้พูดตามตรงกระจังหน้าค่อนข้างใหญ่ไปสักหน่อย ที่ดูแปลกตาอีกย่าง คือเส้นกระจังหน้ากับฝากระโปรงดูไม่ลงตัว ในหลายมุมคล้ายรถปิดฝากระโปรงไม่สนิท น่าจะทำให้ลูกค้าประหลาดใจเหมือนกัน

ตัวรถมาพร้อมไฟหน้าโคมโปรเจคเตอร์ มีไฟ  Day Time running Light  ในตัว การส่องสว่างยังใช้ไฟฮาโลเจน มีระบบปิด-เปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ติดปลายนวมมาให้

เส้นสายงานออกแบบทางด้านข้างให้มัดกล้ามที่ซุ้มล้อดูโป่งออกมา จบลงที่ช่วงประตู ตรงประตูทั้ง 4 บาน มีเส้นไหล่ลากยาวไปถึงกระบะท้าย ให้ความแข็งแกร่ง  มันเติมความพรีเมี่ยมด้วยกระจกมองข้างโครเมี่ยมปรับพับไฟฟ้า เช่นเดียวกับมือจับประตู  รถติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60/R18 ด้วยความใหญ่ของตัวรถ ทำให้ล้อดูเล็กไปเหมือนกัน

Review MG Extender Grand X

ด้านท้ายนำเสนอภาพความแข็งแกร่ง กระบะถูกออกแบบให้มีเส้นซุ้มล้อคล้ายด้านหน้า ฝาท้าย ออกแบบให้มีเส้นสายรายละเอียดดูมีความดุดันดูแกร่ง ไม่ใช่ภาพของกระบะสปอร์ต หรือ ดูติ๋มไม่น่าใช้งาน ไฟท้ายหลอดปกติ ไม่ได้ตามเพื่อนเขาเป็น  LED   ยังดี กันชนท้าย ถูกตีเนียนเข้ากับท้ายกระบะดูเข้าที  สำหรับผม มองรวมๆ กลับรู้สึกว่า มันกระบะ ที่มีท้ายสวยรุ่นหนึ่งในตลาด ดีกว่าทางด้านหน้าที่รู้สึกว่าไม่ลงตัว

และทั้งหมดนี้ มาในความยาว 5,365 มม. กว้าง 1,900 มม. สูง 1,820 มม. มีระยะฐานล้อ 3,155 มม. มีระยะต่ำสุดจากพื้นถึงท้องรถ 216 มม. ตัวกระบะท้ายเอง มีความยาว 1,485 มม. กว้าง 1,510 มม. และสูง 530 มม.

มองตัวรถ จากมิติตัวถัง ถือว่าเป็นกระบะรุ่นหนึ่งที่นำเสนอตัวถังที่มีความกว้างพอสมควร จนไม่แปลกที่เรารู้สึกว่ามันตัวใหญ่ และถ้ามองให้ดี คุณจะเห็นว่าการประกอบตัวถังรถ มีความเนี๊ยบพอตัว ไม่มีขอบยางระหว่างชิ้นส่วนทางด้านข้างและ บนหลังคา จุดนี้ช่วยเพิ่มการเก็บเสียงในห้องโดยสาร มีประสิทธิภาพมากขึ้น

รับกุญแจ Keyless ไม่มีลูกเล่นอะไรพิสดาร ใช้เปิด-ปิดรถ ได้ตามปกติ เปิดประตูมองภายในห้องโดยสาร   MG   นำเสนองานออกแบบสไตล์สปอร์ต ภายในตบแต่งด้วยสีดำทั้งหมด เบาะนั่งหุ้มหนังทั้งคันเดินด้ายแดง ลามมาจนถึงพวงมาลัยและหลายจุเดสัมผัสแต่งด้วยหนังบุนุ่ม Soft Touch

Review MG Extender Grand X

 

เบะนั่งคูหน้าปรับด้วยมือตามปกติ ด้านคนขับสามารถปรับสูง-ต่ำได้ตามต้องการ คนนั่งไม่มีลูกเล่นมาก น่าเสียดายมันไม่ได้เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ทั้งที่ตัวขับสี่ใจปล้ำ ติดตั้งมาให้

ตรงหน้าคนขับ พวงมาลัยทรงคุ้นเคย มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและระบบ  Cruise  Control ติดตั้งมาให้  ผมแปลกใจเล็กน้อยเรื่องการจัดวางชุดปุ่ม มันสลับกับบรรดารถญี่ปุ่น จับเอา   Cruise  Control มาไว้ทางซ้าย แล้วเอาปุ่มคุมเครื่องเสียงวางไว้ทางขวา

ผมลองคิดเล่นๆ ในความจริง เราอาจจะใช้ปุ่มเครื่องเสียง บ่อยกว่า   Cruise Control   และนั่นเป็นความจริงที่เราไม่สามารถ ปฏิเสธได้เลย

ตรงหน้าจัดวางเรือนไมล์ เผินๆคิดว่า เป็นเข็มเหมือนมาตรวัดปกติ  เอาเข้าจริง มันเป็นเรือนไมล์ จอ TFT  ที่ออกแบบมาเป็นอย่างนั้นทำงานร่วมกับชุดเข็ม ดูทันสมัย ยิ่งเหลียวมองตรงกลาง ระบบเครื่องเสียงจอสัมผัส ขนาด 10 นิ้วใหญ่เบิ้ม ถูกใจลูกค้าอย่างไม่ต้องสงสัย หน้าจอนี้ยังใช้ในการสั่งการระบบ i -Smart  ด้วย หรือจะใช้งานจากแอพพลิเคชั่นก็ยังได้ ถัดลงมาเป็นระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

ห้อมล้อมด้วยของต้องใช้ในการขับขี่ อาทิโหมด  Power  หรือ  Eco  แอบแปลกใจว่าไปวางไว่ตรงฝั่งคนนั่งไกลไม้ไกลมือ ปุ่มปิดระบบควบคุมการทรงตัว มาจนถึง ระบบช่วยลงทางลาดชัน จัดวางไว้ตรงนี้

ส่วนตัวผมชอบหัวเกียร์มีขนาดกว้างราวกับคุณจับคันบังคับเครื่องบิน มีการตบแต่งโครเมี่ยม เพิ่มลุคหรูที่ฐานคันเกียร์

หันเหลียวไปมองด้านหลัง ที่นั่งโดยสารจัดว่ากว้างใช้ได้  เบาะนั่งตอนหลังเท่าที่เคยนั่งเอนหลังเล็กน้อย ยังอยู่ท่าเกือบตรง ที่วางขาเหลือเฟือ ตรงกลางมีพนักเท้าแขนมาให้ หลังคอนโซลกลางติดตั้งช่องแอร์ พร้อมช่องชาร์จ 12V  เอาอะไรมาเสียบใช้งานก็ได้ตามต้องการ

Review MG Extender Grand X

ถ้าพูดกันตามตรง มันไม่ใช่กระบะที่ดูมีความหวือหวาอะไร แต่ภายใต้ความดูดี เรียบง่ายกลับมีออพชั่นครบ และบางอย่างดีกว่าเจ้าตลาดถูกซุกซ่อนเอาไว้ เช่นกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ , เสาวิทยุติดภายในรถ เป็นต้น

 

การวิศวกรรม

ใต้เรือนร่าง   MG Extender ถึงจะเป็นเอ็มจี ก็ไม่ใช่งานวิศวกรรมกระจอกงอกง่อย อันที่จริง SAIC บริษัทแม่ของทั้ง   Maxus และ   MG   แอบจับมือ General  Motor หรือ  GM  ผู้ทิ้งทุนแบรนด์   Chevrolet เตรียมโบกมือลาตลาดในปลายปีนี้

ความร่วมมือ SAIC – GM   เกิดขึ้นที่เมืองจีน ตอนที่เชฟวี่เข้าไปบุกตลาดแดนมังกร ทาง  SAIC จึงขอแรงเชฟวี่ช่วยวิศวกรรมเครื่องยนต์ให้ใหม่ จากเดิมใช้เครื่องยนต์ 2.5 และ 2.8 ลิตร ใจดีภายใต้ความร่วมมือครั้งใหม่  GM  ลงมือคิดค้นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร  โดยมีมือที่ 3 เซี่ยงไฮ้เครื่องยนต์ดีเซล หรือ  Shanghai Diesel Engine Company  ต่อจากนี้ ขอย่อว่า   SDEC  เข้ามาช่วยในการสร้างด้วย

ถึงแม้คนไทยจะไม่รู้จักบริษัทพัฒนาเครื่องยนต์จากจีนมากนัก แต่ SDEC  ก็ไม่ใช่บริษัทไก่กาอาราเล่ เจ๊กขายเครื่องยนต์ดีเซลทั่วๆ ไป พวกเขาฝากผลงานเครื่องยนต์ดีเซลไว้มากมาย เดิมทีก็ใช้กระบวนการแบบจีนๆ ไปจับมือกับผู้ผลิตดีเซลรายอื่นในยุโรป เช่น VM Motori บริษัทเครื่องยนต์ดีเซลภายใต้กลุ่ม FCA (Fiat-chysler)  หรือไปจับกับ  AVL  บริษัทเครื่องยนต์ดีเซลจากออสเตรีย เรียกว่า มีประสบการณ์และชำนาญการไม่น้อย

SDEC ทำหน้าที่ช่วยจัดหาและวิศวกรรมเครื่องยนต์ดีเซล บล็อกใหม่ โดยเอาองค์ความรู้ที่ตัวเองมี มาต่อยอด อาทิระบบหัวฉีดเจนเนอร์เรชั่น 3 จาก Bosch  สืบทอดต่อมาจากการพัฒนาเครื่องรุ่นเดิม ระบบเทอรโบชาร์จแปรผันจาก Garette  รุ่น  AR 0.49  ปรับการทำงานด้วยเวสเกตไฟฟ้า ช่วยในการสร้างกำลังแรงบิดในรอบต่ำ เปลี่ยนขนาดกระบอกสูบเป็น 83.0 มม. มีระยะช่วงชัก 92.0 มม.

เครื่องยนต์บล็อกนี้ทำกำลังสูงสุด 161 แรงม้า สูงสุดที่ 4,000 รอบต่อนาที และทำแรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,500 -2,400 รอบต่อนาที ให้กำลังบูสต์ 2.7 บาร์ และปล่อยก๊าซไอเสีย จากข้อมูลการทดสอบ  Eco Sticker   198 กรัม ต่อกิโลเมตร เป็นรองเพียง   Isuzu  1.9 ลิตร ที่มีขนาดเล็กกว่าและติดตั้งระบบหยุดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติช่วยด้วย

ขุมพลังตัวนี้ทางจีน วางให้มันสามารถผ่านมาตรฐานไอเสีย ระดับ 6 ได้ทันที พัฒนาครั้งเดียวหวังใช้ยาวๆ รุ่น  Grand X   มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้ความสบายในการขับขี่มากขึ้น ด้วยตำแหน่งเกียร์ Over Drive 2 ตำแหน่ง ในเกียร์ 5 และ 6

ทางด้านระบบช่วงล่างเป็นหน้าที่ของระบบปีกนกอิสระ 2 ชั้น ด้านหลังเลือกใช้ระบบยอดนิยมแหนบหลายแผ่นซ้อน เหมือนกระบะหลายรุ่น จุดต่างชัดจากกระบะอื่นๆ อยู่ที่โช๊คอัพ เลือกคบค่าย  Sachs  บริษัทลูก  ZF   ยักษ์ใหญ่ในเรื่องอะไหล่รถยนต์ระดับโลก

การบังคับเลี้ยวเป็นพวงมาลัยปกติผ่อนแรงด้วยไฮโดรลิก ไม่ได้เป็นไฟฟ้าอย่างที่สื่อไทยไปสัมผัสที่จีนได้บอกกล่าวเล่าเรื่อง นั่นอาจจะเพื่อควบคุมต้นทุน และเก็บไว้เล่นตอนปรับโฉมเล็ก และสำคัญที่สุดมันให้ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ แม้จะไม่ใช่รายแรก แต่เป็นกระบะรายเดียวในเวลานี้

 

สบายใจขับในเมือง

เมื่อมองงานวิศวกรรมที่ให้มาในรถคันนี้จะเห็นว่า  MG  มีความตั้งใจดีแจ้งเกิดตลาดรถกระบะในประเทศไทย พวกเขาทั้งให้บอดี้ใหญ่ และงานวิศวกรรมขั้นสูงใช้แต่ของดี เพียงแต่ไม่ได้นำมาชูเป็นจุดขายก็เท่านั้นเอง

ตอนนี้ผมยืนรอเซ็นเอกสารก่อนพาเจ้ากระบะเอ็มจี ไปท่องทั่วหล้า ตอนยืนรอรถคันนี้ถูกติดเครื่องเอาไว้เพื่อจะได้ขับสบาย แอร์เย็นๆ ไม่ต้องมานั่งอยู่ในเตาอบ สังเกตว่าเสียงเครื่องไม่ดังจนเกินงามนัก

กระบะเอ็มจี

พอวนออกท่องกรุงเทพ สัมผัสแรก กระบะเอ็มจี ผมให้เครดิตทันทีในเรื่องระบบกันสะเทือนที่มีความสบาย เอ็มจีเซทช่วงล่างรถทุกรุ่นออกมากำลังดี ไม่แข็งกระด้างเกินไป หรือย้วยอ่อนระทวยนั่งสบาย แต่คนขับไม่มั่นใจ

เจ้ากระบะคันนี้ได้อานิสงค์เรื่องนี้เช่นกัน ช่วงล่างของมันซับแรงกระแทกดี จนรอยต่อถนน ฝาท่อ กทม. แม้แต่รางรถไฟพาดผ่านไม่เป็นปัญหา ให้คนนั่งรำคาญใจ มันดันให้รู้สึกถึงความสบายในการขับขี่ใกล้เคียงขับรถเก๋ง แถมดีกว่าตรงทีคุณอยู่สูงจากพื้นทัศนวิสัยกว้างไกล  เช่นเดียวกับกระบะหลายรุ่น มันมุมบอดสายตาที่เสา  A  เวลาจะเลี้ยวต้องระวังให้ดีมองให้ถี่ถ้วน

การบังคับเลี้ยวแม้ไม่ได้ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่สามารถปรับอ่อนแข็งได้ตามความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ เจ้าพวงมาลัยไฮดรอลิกก็ไม่น้อยหน้า เซทน้ำหนักกำลังดี ไม่ต้องใช้แรงมาก ระยะฟรีพวงมาลัยมีบ้างเล็กน้อย ขับในที่แคบหรือเข้าซองจอดรถ อาจจะต้องความสามารถในการสาวสักหน่อย ตามสไตล์พวงมาลัยแบบนี้

การขับขี่ในเมือง เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ไม่ได้ขี้เหร่อย่างที่คิด คุณอาจไม่มีจังหวะกระแทกคันเร่งถึง 4,000 รอบ รีดแรงม้าสูงสุดนักหรอก แต่การให้แรงบิดสูงในรอบต่ำ ช่วยให้รถออกตัวดี รถคันใหญ่ไม่ได้ขับอืดอย่างที่คิด บางทีเผลอกดคันเร่งเต็มบาทา มีออกตัวเอี้ยดอ๊าดเรียกแขก ให้เป็นสายตาบนถนนบ้างในบางจังหวะ

กระบะเอ็มจี

เวลารถติด สามารถใช้   Walking Speed   เอากำลังเครื่องยนต์เดินเบาไหลเอื่อยๆ ไปเรื่อยๆ ตามภาวการณ์จราจร คุณรู้สึกสบายๆ ไม่เคร่งเครียด ว่าเครื่องจะซดน้ำมันหรือไม่ เสียดาย ถ้า  MG   ตืดตั้งระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติมาให้ จะช่วยเพิ่มความประหยัดในกระบะคันนี้มากขึ้น

ถึงวันนี้จะยังไม่มีตัวช่วยใดๆ ช่วยให้ประหยัดน้ำมัน จากที่เราขับรถคันนี้ ในเวลา 2-3 วัน รวมทั้งสิ้น 152 กิโลเมตร เติมน้ำมัน  14.8 ลิตร ดีดเครื่องคิดเลข ออกมาได้อัตราประหยัด 10.27 ก.ม./ลิตร  ถือว่าไม่แย่เท่าไรนัก

 

 

ขับสบายทางไกล … วางใจได้ทุกทาง

หลายปีทีผ่านมา มีความพยายามทำให้กระบะขับสบายขึ้น แต่ไม่มีใครทำได้สำเร็จจริงๆ ปัญหาของกระบะ คือระบบช่วงล่างที่ยังต้องใช้ระบบแหนบหลายแผ่นซ้อนเพื่อรองรับการบรรทุก ยกเว้น   Ford Ranger Raptor   ใช้ช่วงล่างกึ่งอิสระ   Watt Link   หยิบระบบจาก   Ford Everest มาใช้ในพื้นฐานกระบะแกร่งตัวลุย

MG ไม่ได้นำเสนอระบบช่วงล่างอะไรพิเศษกว่าค่ายอื่นนัก สิ่งเดียวที่ทำให้มันต่าง คือการเลือกใช้โช๊คอัพแก๊สจาก  Sachs  มันช่วยลดความกระด้างลงไป เมื่อเทียบกับโช๊คน้ำมัน และการตอบสนองงรวดเร็วของโช๊คอัพแก๊ส ทำให้การเกาะถนนดีขึ้น และให้ความนุ่มนวลในการโดยสารไปพร้อมกัน

เท่าที่ลองเล่นบทโหดกับ   MG Extender  ไม่ว่าจะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เช่น ในโค้งม้วนเกลียวจาถนนราชพฤกษ์ มุ่งไปปากเกร็ด ที่ความเร็ว 80 ก.ม./ช.ม.หรือสาดโค้งความเร็ว 110-120 ก.ม./ช.ม. ในโค้งกว้างๆ ระบบช่วงล่างเอาอยู่สบายๆ เกาะโค้งแน่น เป็นตุ๊กแก

เมื่อใช้ความเร็วเดินทางขึ้นมาสักหน่อย ช่วงล่างจะแข็งขึ้นเล็กน้อยให้ความมั่นใจ เวลาขับเร็วผ่านหลุมบ่อ คอสะพาน จะมีอาการสะเทือนอยู่บ้าง เช่นในจังหวะถนนปะยาวๆ คอสะพาน การซับแรงกระแทกค่อนข้างรวดเร็วและเป็นไปในจังหวะเดียว จนผมยกให้เป็นกระบะขับสบายรุ่นหนึ่งในปัจจุบัน

Review MG Extender Grand X

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ใช้งานในเมือง ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ ถ้าขับออกต่างจังหวัดหลายคนคงรู้สึกว่า กำลังวังชาของมันน้อยไป ยิ่งเทียบกับตัวเลือกกระบะหลายรุ่นปัจจุบัน กำลัง 180 แรงม้า กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ไปแล้ว

น่าแปลกผมกลับไม่รู้สึกว่าเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เล็กเกินไปเมื่อขับทางไกล รอบเครื่องยนต์ที่ความเร็วเดินทางปกติ ถือว่าค่อนข้างต่ำมาก จากที่ผมสังเกต

  • ความเร็ว 110 ก.ม./ช.ม. รอบเครื่องจะขับอยู่ที่ 1,800 รอบต่อนาที
  • ความเร็ว 120 ก.ม./ช.ม. รอบเครื่องจะขับอยู่ที่ 2,000 รอบต่อนาที

นั่นหมายความถึง ในความเร็วเดินปกติ จ่าไม่จับ ใช้รอบเครื่องยนต์ต่ำมาก ด้วยอานิสงค์ของระบบเกียร์ออโต้ 6 สปีด ที่มีอัตราทด  Over Drive   2 จังหวะในการเดินทาง ในเกียร์ 5 และ 6 ถ้าขับใช้ความเร็วไปเรื่อยๆ ถือว่าสบายๆ  ในทางกลับกันมันยังทำให้ห้องโดยสารมีความเงียบด้วยอีกต่างหาก

อย่างไรก็ดี ในจังหวะจำเป็นต้องเร่งแซง เมื่อป้ายเท้าลงบนคันเร่งเกินกว่า  20%   ชุดเกียร์จะเริ่มปัดอัตราทดเกียร์ลงไปเกียร์ 5 เพื่อรีดกำลังรอบเครื่องให้เร่งทันอกทันใจขึ้น ถ้าย่ำมากกว่าครึ่งคันเร่งการคิกดาวน์จะกระชาก ลงไปยังเกียร์ 4 ให้รอบเครื่องไปถึงรอบเร่งสูงสุด 4,000 รอบต่อนาทีอย่างรวดเร็ว

Review MG Extender Grand X

ที่น่าตกใจ คือ  MG   เซทเครื่องดีเซล เร่งเข้า  Red Line   นิดๆ ตอนแรกที่เห็นยังไม่เชื่อสายตา ส่วนหนึ่งก็มาจากรอบเครื่อง 4,000 รอบอยู่ตรงหน้าเส้นแดงพอดี ทำให้เครื่องยนต์ต้องเร่งรอบมหาศาลผ่านเข้าไปบ้างเป็นบางครั้งบางคราว

การใช้รอบเร่งเยอะในบางจังหวะที่ต้องการเร่งแซง ส่งผลต่ออัตราประหยัดบ้าง จากที่ขับไปกลับกรุงเทพ-ลพบุรี วนผ่านทางสระบุรี  ด้วยความเร็ว 100-120 ก.ม./ช.ม .ผมวัดอัตราประหยัดได้ 10.59 ก.ม./ลิตร

นี่เรายังไม่พูดถึงเรื่องการขึ้นเขา หรือการบรรทุกสัมภาระเต็มพิกัด  ซึ่งจะต้องใช้รอบเร่งมากกว่านี้ในหลายจังหวะ และมันย่อมจะส่งผลต่ออัตราประหยัดแน่นอน

 

 

สรุป   MG Extender Grand X  ….ขับดีสบายใจ ในราคาคุ้มค่า

การ รีวิว MG Extender ครั้งนี้ ผมใช้ชีวิตกับมัน นานถึง 7 วัน เพื่อเข้าถึงเข้าใจรถคันนี้ ซึ่งหลายคนกลับมองข้ามมันไปอย่างน่าเสียดาย

เท่าที่ขับขี่ในหลากหลายเส้นทาง เพียงไม่ได้บุกตะลุยป่า MG Extender  ตอบโจทย์ด้วยในแง่ความสบายในการขับขี่ เผินๆ มันดูเป็นเพียงกระบะคันหนึ่งที่ไม่มีอะไรมากไปกว่ารถใช้งานทั่วๆ ไป ในโบว์ชัวร์ไม่ได้เขียนออพชั่นอะไรหวือหวามากมายอลังการงานสร้างนัก

เหมือนสาวเจ้าธรรมดาบ้านๆ ที่พออยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี ไม่ได้เหมือนบางคน แต่งตัวแซ่บมาตั้งแต่แรก อยู่ด้วยต้องเอาอกเอาใจสารพัน นี่เป็นสิ่งที่คนใช้รถกระบะหลายคนมองหา รถต้องใช้งานทนทาน ขับดีในระดับที่น่าพอใจ ราคาขายไม่แพงมาก เรื่องหลังการขาย   MG   วันนี้ก็มีเครือข่ายศูนย์บริการเติบโตอย่างต่อเนื่องและที่ดีกว่ารถกระบะอีกหลายรุ่น คือมันเปี่ยมด้วยความปลอดภัยต่างมากมาย

Review MG Extender Grand X

มีให้ครบเครื่อง ทั้งระบบ เบรกป้องกันล้อล็อค, ระบบควบคุมการทรงตัว ,ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และป้องกันการลื่นไถล , ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน , ระบบช่วยลงทางลาดชัน แถมท้ายยังมีระบบตรวจสอบลมยางติดมาให้ด้วย

ด้านเครื่องยนต์ ส่วนตัวผมว่าไม่ขี้เหร่ แม้ว่าจะมีกำลังน้อยกว่าดีเซล 2.0 ลิตร อีกเจ้า แต่ถ้านำ รถกระบะขับ 2 ยกสูง ที่มีราคาไม่เกิน 9 แสนบาท มาเปรียบเทียบ จะพบว่า ค่ายมะกันไม่ได้ให้เครื่อง 2.0 ลิตร รุ่นใหม่ ขณะที่แบรนด์ยอดนิยมคนไทย เครื่อง 1.9 ลิตร ก็มีกำลังน้อยกว่า  มีเพียง มิตซูบิชิ เท่านั้น ให้เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร กำลังแรงม้า และแรงบิดมากกว่า หากก็ยังขาออพชั่นความสบายหลายรายการ

เท่าที่ขับเครื่องบล็อกนี้ไม่ขี้เหร่ มันใช้อะไหล่ระดับโลกไม่แพ้ค่ายอื่น เช่น หัวฉีดน้ำมัน จาก  Bosch   เทอร์โบแปรผันจาก  Garrette  แถมงานวิศวกรรมจาก SDEC  หรือ เซี่ยงไฮ้ดีเซล ก็มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาเครื่องยนต์พอสมควร ทาง  SAIC   ยังได้ความรู้เพิ่มจากทาง  GM  จนบางครั้งยังแอบคิดเพลินๆว่า ถ้า  Chevrolet  ไม่ออกจากตลาดไทยไปในปลายปีนี้ เครื่องยนต์ในว่าที่ Chevrolet Corolado  ใหม่ เผลอๆ จะเป็นขุมพลังตัวนี้ก็ได้

Review MG Extender Grand X

มันอาจไม่แรงมากมายนัก แต่เพียงพอต่อการใช้งาน สิ่งที่ดีที่สุดในรถคันนี้ คือได้ชุดเกียร์ที่ค่อนข้างฉลาดรู้จักจะตบลง-หรือขึ้น ตามจังหวะขับ การตบเกียร์ลงบ่อย ลากรอบเร่ง ให้อยู่ในช่วงแรงบิดสูงสุด ทำให้อัตราประหยัดไม่สู้ดีนัก

ส่วนเรื่องอัตราเร่ง   MG Extender 2.0 Grand  คันนี้ 0-100 ก.ม./ช.ม. ทำได้ในเวลา  12 วินาที  80-120 ก.ม./ช.ม. ใช้เวลา 10 วินาที ถือว่าค่อนข้างจะนานไปหน่อย แต่ยังพอรับได้ (อาจจะมากกว่าถ้านั่งและบรรทุกสัมภาระเต็มพิกัด )

สำหรับผมสิ่งที่โดดเด่นที่สุด คือ ระบบกันสะเทือน มันนิ่มนวลนั่งสบายขับมั่นใจ อย่างน่าเหลือเชื่อ การตอบสนองช่วงล่างซับแรงกระแทกลดการสะเทือนที่เกิดขึ้นได้ดี ให้ความสบายตลอดการเดินทาง กลายเป็นสิ่งที่ผมหลงรักมาที่สุดในกระบะน้องใหม่เจ้านี้ ถึงเหมือนผมจะชมเปราะเจ้ากระบะคันนี้ก็มีประเด็นเล็กๆน้อยในการใช้งาน เช่น

  • ประตูหลังทั้ง 2 บานปิดยาก มักจะไม่สนิทในครั้งแรก ถ้าไม่ออกแรงผลักแรงๆ
  • วิทยุไม่ดับทันทีหลังดับเครื่อง จะดับเมื่อคุณกดล็อคประตู ซึ่งผมว่าไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรนัก

 

ผมมานึกย้อนถึง วันเปิดตัวเมื่อปีกลาย แล้วโดนตัดสินว่า มันแพงเกินไป หลังขับ ผมว่าหลายคนคิดผิด  MG ยังคงแนวรถครบเครื่องในราคาคุ้มค่า เหมือนหลายรุ่นที่ผ่านมา

ถ้ามองเปรียบเทียบกับเจ้าตลาด จะมีกระบะกี่รุ่นให้ระบบความปลอดภัยครบเครื่อง ให้ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ  เครื่องยนต์เองมีการพัมนาและเลือกใช้อะไหล่ระดับโลกในหลายชิ้นส่วนหลัก ทั้งหัวฉีด Bosch  ,เทอร์โบ  Garette และโช๊คอัพจาก  Sachs จนผมกลับรู้สึกว่า   MG  พยายามจะให้ของดี ในราคาไม่ไกลเกินเอื้อม

เพียงแค่คุณลองเปิดใจ..ไม่ยึดติดแบรนด์  กระบะเอ็มจี ก็มีดีออพชั่นคุ้มอีกคัน 

 

ติดตามเราได้อีกช่องทางผ่านทาง Line Official Ridebuster

เพิ่มเพื่อน

Comments

comments