Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer หนุ่มสำอาง ที่เป็นทุกอย่างให้เธอ

ความลับบางอย่างก็ดูจะเป็นสิ่งที่เราอยากจะรุ้ สำหรับชายวัยอกสามศอก ผมเองเคยตั้งคำถามว่า ผู้ชายแบบไหนที่ผู้หญิงอยากคบ ผู้ชายที่พร้อมเพย์ ผู้ชายที่มาดแมนอกแน่น ซิกแพ็คเพียบ หรือ จะเป็นชายที่เป้นคนดี ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ รักเธอคนเดียว 

บางทีก็เป็นเรื่องน่ารู้สำหรับหลายคน แต่ในมุมของผู้ชายที่มากมาย มุทะลุห้าวเป้งในสังคม ไม่บ่อยนักที่เราจะเจอผู้ชายเจ้าสำอาง ที่ดูเหมือนจะนุ่มนิ่ม ตุ้งติ้งราวกับจะเริ่มกลายๆ คล้ายจะแปลงเพศ ทั้งที่จริงแล้ว เขาคือคนที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ผสมกลมกลืนระหว่าง ความเป็นชาย และความเข้าใจในผู้หญิง

รีวิว Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer
ด้านหน้า ปรับงานออกแบบใหม่ เป็นแบบ Kodo Design

รถกระบะ พูดถึงรถประเภทนี้ ส่วนใหญ่คนที่ซื้อ ก็มักจะเป็นท่านชาย ที่อยากได้รถสักคัน ที่มันพร้อมจะไปด้วยกันทุกที เจอหลุม เจอเนิน ถนนปะผุ ไม่สู้ดี ก็สามารถรูดไปได้ ราวกับนั่งพรมวิเศษ 

ด้วยสภาพถนนเมืองไทยไม่น่าแปลกใจเลย ที่รถกระบะจะขายดี จนครองความเป็นรถยนต์อันดับ 1 ตลอดกาล ตั้งแต่รุ่นพ่อมาจนรุ่นปัจจุบัน ทุกแบรนด์รถยนต์ต้องมีกระบะ  1  รุ่น ไม่ว่าจะเป็นพระเอกสร้างยอดขาย หรือ เป็นพระรองคอยแย่งยอดขายมาในมือบ้าง 

ถ้าถามว่า มาสด้า อยู่ตรงไหน ของตลาดกลุ่มนี้ เราก็ต้องยอมรับกันอย่างเปิดอก ว่า พวกเขาอยู่ตรงตำแหน่งตลาดกระบะมวยรอง ทุกคนต่างรู้ดีว่า มาสด้าไม่ได้เก๋ง รถกระบะ เหมือนในรถเก๋งหรือรถอเนกประสงค์ ที่สร้างยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ อย่างที่ผ่านมา และนั่นทำให้ มาสด้า ต้องคิดถี่ถ้วนในการเดินหมากใหม่ ต่อไปในตลาดกระบะ 

รีวิว Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer

หลายปีที่ผ่านมา ตลาดกระบะมาสด้า ถูกอิทธิพล ของฟอร์ดครอบงำ หลังจากตัดสินใจ ร่วมมือในการพัฒนารถกระบะ มากว่า  2  รุ่น การพัฒนามาในรุ่นท้าย สุด   Mazda BT-50  Pro  ตอนปรับโฉม เริ่มส่งสัญญาณบางอย่าง เช่นเครื่องยนต์ไม่ถูกอัพเกรด ตามเพื่อนพ้อง นั่นทำให้มีกระแสข่าวลือรั่วมาว่า มาสด้ากับฟอร์ดเตียงหัก ร้าวฉานไม่ไปต่อ แต่กว่าโลกจะรู้ข่าวนี้ชัดเจน ก็ในปี   2016   นั่นหลัง จากที่ อีซูซุ ออกมา เปิดปากชัด้จน ว่าจะร่วมมือกับมาสด้า ในกระบะรุ่นต่อไป 

ในช่วง  2  ปี นับตั้งแต่ อีซูซุเผยความร่วมมือกับมาสด้า ก็มีข่าวออกมาต่อเนื่องให้ติดตามกัน จนกระทั่ง  Isuzu   เปิดตัว   Isuzu  D-max  ในปี 2019  ที่ผ่านมา หลายคน รู้ดีว่า นี่คือพื้นฐานว่าที่กระบะมาสด้า แม้ว่าจะใช้เวลาอีกปี กว่ามาสด้า จะเผยออกมาเอาใจลูกค้า หากก็ไม่ได้ทำให้สาวกชาวมาสด้าที่เฝ้ารอผิดหวัง 

Mazda BT-50  ใหม่ เปิดตัวด้วยหน้าตาใหม่ เน้นความดุดันบึกบึนน่าใช้ในการขับขี่มากขึ้น ที่แน่ๆ หลังจากหลายปีที่มาสด้าเริมใช้หน้าตา   Kodo Design  ในที่สุด มันก็พัฒนามาสู่ร่างกระบะแบบที่สาวกเฝ้ารอ และอยากให้เป็น  ที่จริงมันสมควรจะออกหน้าตานี้มานานแล้วด้วยซ้ำ 

ภายใต้เรือนร่างใหม่ที่ขัดเกลา ผ่าตัดหน้าจากคู่แข่ง ทางมาสด้ามีแนวทางการออกแบบที่เรียกว่า   Built  For Dress and Jean   หรือ จะพูดแบบภาษาไทย ง่ายๆ ว่า จะหรูก็ได้ลุยก็ดี อะไรทำนองนั้น

หน้าตา มาสด้า บีที 50   เห็นมานาน ตั้งแต่ไปขับรถครั้งแรกในสนามทดสอบ แถมสระบุรี จนกระทั่งทางมาจนถึงคราววันงานเปิดตัว สิ่งที่สะกดใจผมมากจริงๆ เห็นจะเป็นหน้าตาความหล่อเหลา ไม่ว่าผ่านไปทางไหน ก็ใช้งานได้อย่างสะดวกโยธิน

รีวิว Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer

อันที่จริง กระบะปัจจุบันเกือบทุกรุ่น เปลี่ยนไปในแนวทางเอาใจท่านชาย ด้วยหน้าตา ดูโหด ดุ พร้อมลุย แทบทุกยี่ห้อ จนกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในวันนี้ 

มาสด้ากลับมองเรื่องนี้ต่างออกไป ในขณะที่ทุกคนแต่งหน้าแต่งตัวให้ทะมัดทะแมงพร้อมลุย มาสด้าเดินทางเดิม ในฉบับกระบะเจ้าสำอาง ดูพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะพร้อมลุยในวันว่าง หรือ จะขับไปที่ทำงาน ไปงานเลี้ยงสมาคม ก็พอไหว 

เห็นหน้าค่าตาอีกทีก ต้องยอมรับว่าหน้าตา ของ  Mazda BT 50  ทำออกมาได้ลงตัวมากๆ มองเผินๆ จะเห็นว่ามันแอบคล้าย   Mazda CX-8 อยู่เหมือนกัน กระจังหน้า  5  เหลี่ยม ทรงใหญ่  มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ให้ความโดดเด่น มาแต่ไกล ชุดไฟเลีย้วและไฟตัดหมอก ถูกย้ายลงมาไว้ทางด้านหลัง ให้เสน่ห์ ในการออกแบบที่แตกต่างแปลกตา  

รีวิว Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer
Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer สีขาว

ช่วงซุ่มล้อถูกเพิ่มความบึกบึน ดุมีมัดกล้ามมันรับ เข้ากับฝากระโปรงหน้าของตัวรถ เส้นไหล่ทางด้านข้าง ถูกลากต่อเนื่องจาก ด้านหน้าไปทางด้านหลัง  

ทางด้านล่าง มาสด้าให้บันไดข้าง เพิ่มความดูดีเข้ากับตัวรถมากขึ้น  เช่นเดียวกับเพิ่มราวหลังคาทรงเตี้ยไว้ทางด้านบน เผื่อจะต้องใช้งานเพื่อการบรรทุก ที่เตะตาที่สุด ดูจะเป็นล้ออัลลอยขนาด 18  นิ้ว ที่ออกแบบมาเป็นทรง   5  ก้านคู่ พร้อมฝาครอบล้อ ส่วนตัว ผมไม่เห็นล้อสไตล์นี้มานานมาก  มันเป็นทรงที่ได้รับความนิยมในอดีต ที่วันนี้ถูกกลืนมลายหายไป 

ขณะที่ด้านหลังทางมาสด้าให้ไฟท้ายที่ดูยังไง ก็คล้ายกับไฟท้าย   Isuzu D-max  รุ่นก่อน แค่เพียงเปลี่ยนหน้ากราฟฟิกไฟท้าย โดนัท ฝาท้ายค่อนข้างมีน้ำหนักมาก เมื่อไม่มีตัวช่วยผ่อนแรง

Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer สีขาว
Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer สีขาว

จนมองด้านท้าย รู้สึกว่า มาสด้าน่าจะทำการบ้านเรื่องงานออกแบบท้ายรถ มาดีกว่านี้อีกหน่อย น่าจะทำให้เจ้ากระบะคันนี้ดูเพอร์เฟคมากขึ้น 

ก่อนเปิดประตูเข้าห้องโดยสาร Mazda BT50 1.9 SP Hi Racer   มาพร้อมกับ กุญแจ   Keyless  และมีระบบ   Remote Engine Start   

ระบบนี้ช่วยสั่งการ สตาร์ทเครื่องยนต์ติดแอร์เปิดทิ้งไว้รอพร้อมสำหรับการเดินทาง ยิ่งเมืองไทยอากาศร้อนระดับนรกยังเรียกพี่ ออพชั่นดีๆแบบนี้ มีไว้ได้ใช้แน่นอน 

Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer ภายในห้องโดยสาร

กดเปิดประตูมาปุ๊ป   Mazda BT 50  ใหม่ รุ่น   1.9 SP Hi Racer   เรียกว่า ตบแต่งทุกย่างราวกับตัวท๊อป รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ไม่ว่าจะภายในหุ้มหนังสีน้ำตาล  ช่วยให้ความพรีเมี่ยมมากขึ้น  

เบาะนั่งคนขับ ปรับไฟฟ้า  8  ทิศทาง มาพร้อมที่ดันหลัง   Lumbar Support   ช่วยเพิ่มความสบายในการโดยสารขับเดินทางไกลมากขึ้น ที่จริงทรงเบาะนั่งคู่หน้า ดูด้วยสายตาก็และจะเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน กับ   Isuzu  D-MAX   แต่พอนั่งนานๆ เริ่มรู้สึกว่า มันแตกต่างอยู่ไม่น้อย เริ่มจากตัวโครงเบาะที่ดูใหญ่กว่า ปีกเบาะที่ดูใหญ่กว่าและโอบมาถึงไหล่

Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer ภายในห้องโดยสาร

ยิ่งผมเป็นคนตัวสูงใหญ่ ตามปกติ จะมีปัญหาในการนั่งเบาะรถในหลายๆ ยี่ห้อ มาสด้ากลับลบความรู้สึกนี้ไปเสียสนิท เรียกว่า เป็นรถกระบะคันหนึ่งที่นั่งสบาย 

พูดถึงท่านั่งแล้ว ด้านหลัง ทางมาสด้าก็ยังให้พื้นที่กว้างขวางสะดวกสบาย แม้ว่า ผมจะนั่งขับตอนหน้า ก็ยังมีพื้นที่โดยสารตอนหลังให้อย่างเหลือเฟือ  มีที่เท้าแขน ช่องแอร์มาให้ด้วย เพิ่มความสบายในการเป่าตัว ครบเครื่องด้วยช่องชาร์จ ตามความเห็นผมโดยส่วนตัว รู้สึกว่า ช่องแอร์ ก็เล็ก แถมจะให้เป่าตัว ก็ปรับยาเย็น ช่องชาร์จ   USB   มีมาให้ใช้งานได้จริง จะดีกว่า ถ้าจะเพิ่มมาให้อีกสักหน่อย 

Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer ภายในห้องโดยสาร

การเป็นพวกกับอีซูซุ ทำให้ มาสด้า บีที  50   ได้ ประโยชน์ในเรื่องการเป็นเบาะนั่ง ยกที่รองพับเก็บแยกอิสระ ซ้าย-ขวา ในอัตรา   60/40  ได้ ถึงจะดูแล้วไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไรนัก  เอาเข้าจริง ถ้าพับเบาะหมด สามารถพอจะยัด จักรยาน  2  เข้ามาในรถได้ หรือ ถ้าใครเป็นสายแคมปิ้ง ระบพื้นที่ตรงนี้เป็นเพื่อบรรทุกของ ที่ไม่สามารถไว้หลังกระบะได้ อาทิ กับข้าวพวกหมูสด กระเป๋าเดินทาง เป็นต้น 

กลับมาทางด้านหน้า แม้ จะเป็นกระบะคันโต มาสด้า ยังคงการให้พวงมาลัย  3  ก้านทรงเล็ก จนบางครั้งแอบรู้สึกว่ามันเล็กเกินไปหรือไม่  บนพวงมาลัย ก้จะมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และ   Cruise Control มาให้  หน้าจอเรือนไมล์ มีจอแสดงข้อมูลตรงกลาง บอกค่าต่างๆ ที่จำเป็นในการใช้งาน 

Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer ภายในห้องโดยสาร
Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer ภายในห้องโดยสาร
Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer ภายในห้องโดยสาร

ส่วนตรงกลาง เป็นชุดจอภาพเครืองเสียงขนาด   9 นิ้ว  มาพร้อมระบบนำทางในตัว และ รองรับการเชื่อมต่อ ทั้ง   Apple Car Play   และ   Android Auto    ขับกล่อมด้วยลำโพง  8  ตำแหน่งในห้องโดยสาร ให้ความกระหึ่มในระดับที่น่าพอใจ 

ความสบายยังเพิ่มเติมด้วยระบปรับอากาศ อิสระซ้าย/ขวา ไม่ต้องไปทะเลาะกับภรรยาเจ้าที่เจ้าทางฝั่งซ้ายให้วุ่นวายใจ 

ช่วงคันเกียร์ดูรวมๆ คล้ายกับ เพื่อนร่วมก๊วน อยู่บ้าง จนบางทีก็รู้สึกว่า มาสด้า ควรจะเปลี่ยนการตบแต่งอีกนิดในห้องโดยสารน่าจะดีกว่า  ให้สื่อความเป็นมาสด้า ชัดเจนยิ่งขึ้น 

การวิศวกรรม

ตั้งแต่เปิดตัว ออกมา มาสด้า ยกเครดิตการวิศวกรรม เป็นงานของ อีซูซุ แม้แต่ ตอนมาทดสอบกลุ่ม พี่เอก ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ของมาสด้า มีโอกาส คุยกับผมสั้นๆ ว่า มาสด้าไม่ได้ยุ่งอะไรกับงานวิศวกรรมเลย ออกมาจากโรงงานแบบไหน ก็มาให้ขับแบบนั้น แม้แต่น้ำมันเครื่อง ก็เรียกว่ายังเป็นเกรดเดียวกันด้วยซ้ำไป

กระบะมาสด้าเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว นั่นเพราพวกเขาต้องการเอาเวลาไปโฟกัสกับสิ่งที่จำเป็นมากกว่า ในด้านตัวรถก็เลยไม่ได้แตกต่าง ไม่ว่าจะ เครื่องยนต์ ดีเซล 1.9  ลิตร 4  สูบเทอร์โบเดียว  ให้กำลังสูงสุด   150   แรงม้า สูงสุด ที่   3,600   รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด อยู่ที่ 350   นิวตันเมตร มาต่อเนื่อ งตั้งแต่   1,800-2,600   รอบต่อนาที 

เครื่องยนต์รองรับการใช้น้ำมัน   B20  ผ่านมาตรฐานไอเสียในระดับยูโร 4  ส่งกำลัง ลงชุดเกียร์ออโต้    6 สปีด อัตราทดเกียร์ ผมลองสำรวจเทียบกับ  Isuzu  D-Max   แล้ว ก็พูดตามตรงว่าไม่เห็นมีจุดไหนต่างอย่างชัดเจน โดยมีอัตราทด 

เกียร์  1 – 3.600 

เกียร์  2 – 2.090

เกียร์  3 – 1.488

เกียร์  4 -1.000

เกียร์  5 – 0.687

เกียร์  6 -0.580

อัตราทดเฟืองท้าย 4.100

นั่นยังรวมถึงระบบช่วงล่างด้านหน้า ปีกนกอิสระ  2  ชั้น คอยย์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง  ด้านหลังแหนบหลายแผ่นซ้อน จำนวน แผ่นแหนบ เท่ากับอีซูซุเป๊ะ นั่นรวมถึงชุดพวงมาลัย แร็คแอนด์พิเนียน ทำงาน ด้วยระบบไฮโดรลิก ปกติ 

เรื่องโครงสร้างรถ ก็ดูแล้วเหมือนกัน ไม่มีความแตกต่าง จนเรียกว่า น่าจะแค่ลูบหน้าทาปาก แล้วมาขายได้เลย 

การทดลองขับ Mazda BT 50 1.9

สิ่งที่ผมสนใจใน   Mazda BT-50   มาโดยตลอด คือ มันต้องมีอะไรแตกต่างจาก อีซูซุบ้าง แม้ว่า คนของมาสด้าจะพูดว่า มันไม่ต่างเลยครับ เหมือนกันทุกอย่าง ยกเว้นเราเติมความเป็นมาสด้าเข้าไป

แต่ให้ตายเถอะครับ มาสด้า ทุกรุ่น จะมีความแพงกว่า   Isuzu  อยู่เล็กน้อย ยกตัวอย่างในรุ่น 1.9 SP Hi-Racer 6 AT   ราคา อยู่ที่  1,070,000 บาท นั่นแพงกว่า เพื่อนพันธมิตรอยู่กว่า  40,000  บาท จะว่าจ่ายค่ายออกแบบที่ดูหล่อเหลา และแบรนด์มาสด้า ก็ดูจะน่าจะแปลกใจ แถมอัตราประหยัดยังดีกว่า  อีซูซุเล็กน้อย จนเคลม เป็นกระบะประหยัดที่สุดในตลาดวันนี้ด้วย

Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer การทดลองขับ

ย้อนไปตอนกลางเดือนธันวาคม ก่อนเปิดตัว ทางมาสด้าได้ชวน เราไปลองขับรถรุ่นนี้ในสนาม บทสรุปในเวลานั้น ผมยังจำได้ กลับออกมา พร้อมคุยกับเพื่อนนักข่าวที่เป็นเซียนอีซูซุ ว่ามันต่างไหม คำตอบ คือมีความแตกต่าง แต่คงไม่มาก สำหรับที่คนทั่วไป จะแยกออกได้ 

ผมกับเพื่อนคนนี้ เห็นพ้องต้องกันว่า การตอบสนอง ช่วงล่าง ,การเก็บเสียง และ การตอบสนอง เซทติ้งเกียร์ มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจน

เรื่องนี้มายืนยันอีกครั้ง ตอนที่เราไปลองขับทดสอบกลุ่มในเสน้ทาง กทม. สวนผึ้ง ยิ่งขึ้นทางชันอาการเกียร์ยิ่งออกชัดเจน การเข้าโค้งก็ดูมั่นใจกว่าพันธมิตร 

หลังจากผ่านไป 2  ครั้ง ผมเริ่มมั่นใจว่ามันต้องมีความแตกต่าง และผมยินดี จะพาเพื่อนๆ ไปร่วมค้น หาความแตกต่างนี้ด้วยกันในหนนี้ 

เจอกันงวดนี้เป็นครั้งที่  3  กับ  Mazda BT 50   ผมเลือกรุ่น  1.9 SP  Hi Racer  กลับมาขับอีกครั้ง เนื่องจากส่วนตัวมองว่านี่คือ รุ่นครบคุ้มของมาสด้า ให้ออพชั่นต่างๆ ดั่งรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 3.0  ลิตร  เพียงไม่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และใช้เครื่องยนต์  1.9   ลิตร เท่านั้น 

ถ้ามานั่งมอง ไลน์อัพของมาสด้าให้ดีจะพบว่า ทางมาสด้า พยายามรุกเก็บแต้มตลาดกระบะขับเคลื่อน  2  ล้อ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ และลูกค้ามาสด้า ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นกลุ่มนี้ คงน้อยนักที่จะเป็นขาลุยโหด บุกป่าฝ่าดงขึ้นดอยลงลำธารอย่างสุดขั้ว 

Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer การทดลองขับ

ขึ้นขับครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีโอกาส ขับบนเส้นทางในเมืองจริงจัง อันที่จริง มาสด้าพยายามพูดเสมอ ว่า กระบะของพวกเขา เป็นกระบะคนเมืองตัวจริง และพร้อมสำหรับการเดินทาง 

ปัจจุบันกระบะมีขนาดใหญ่ขึ้น เรียกว่า โตทุกมิติ จนบางทีใช้งานในเมืองลำบาก กระบะมาสด้า มีความยาว เพียง   5,280   มม (รวมกันชนท้าย) กว้าง 1,870 มม. และสูงเพียง 1,715  มม.​ (รวมราวหลังคา แต่ไม่รวมเสาอากาศ)  

ขนาดที่เล็กกว่ากระบะยอดนิยมอย่าง  Ford Ranger   ทำให้ กระบะมาสด้า เป็นมิตรในการใช้งานในเมืองกว่ามาก การเลี้ยวกลับรถ ถือว่าดีงาม ด้วยวงเลี้ยวแคบเพียง   6.1  เมตร หรือกินเพียง  2 เลน เท่านั้น พวงมาลัยเองก็น้ำหนักถือว่าค่อนข้างเบา ถ้านับว่า มันเป็นพวงมาลัยไฮโดรลิก ทีไม่ได้มีระบบแปรผัน แต่ถ้าให้ผมเลือกว่ามันแปรผันน้ำหนักได้ ผมว่าน่าจะดีกว่านี้  

ยามแล่นในไปในเมืองความสูงของตัวรุ่น   Hi Racer   ที่มีระยะความสูงจากพื้นถึงท้องรถ   240   มม.  ก็เรียกว่าดีงามไม่ใช่เล่น ความสูงเทียบเท่าตัวขับสี่ ทำให้มองได้ ไกล ทัศนวิสัย ทางด้านข้าง จะมีบดบังสายตาในบางมุมบ้างที่เสา A  ก็น่าจะต้องกล่าวกันตามตรงว่าเป็นปกติธรรมดา ของกระบะที่มีห้องโดยสารขนาดใหญ่

ท่ามกลางชีวิตคนเมือง การรจราจรคับคั่ง การขับเครื่องยนต์ 1.9  ลิตร ไปๆ มาๆ โดยใช้ระบบ   idling Stop   ตามปกติ เดี๋ยวติดเดี๋ยวดับ ก็ต้องยอมรับว่า รำคาญมันบ้างเป็นทางที ถ้าคิดในแง่ดีก็หวังว่ามันจะช่วยประหยดชัดเงินในกระเป๋าได้บ้าง

ความหวังนี้ ต้องมาวัดดวง กันตอนเติมน้ำมันก่อน ทดสอบอัตราประหยัด  Bonn Test Mode  วันรับรถมา เป็นวันที่วิ่งงานไปๆมาๆ เยอะ เดี๋ยวราชประสงค์บ้าง ศรีนครินทร์บ้าง แต่ขับรวมๆ ในเมือง ไป   84.3  กิโลเมตร เด็กปั้มจิ้มหัวจ่ายในถัง ผมสั่ง น้องเต็มถังอย่างคุ้นเคย  ผลปรากฏ หัวจ่ายตัดที่ 10.47   ลิตร คิด อัตราประหยัดมาแอบตกใจเล็กน้อย ได้เพียง  8.05   กิโลเมตรต่อลิตร

Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer การทดสอบ อัตราประหยัด

ที่ได้เท่านี้เข้าใจว่า มาจากการขับขี่ขับๆ เบรกๆ ในเมือง ซึ่งจะว่าไป อัตราทดเฟืองท้าย รุ่นเกียร์ออโต้ 1.9 ถือว่า ค่อนข้างสูง อยู่ที่ 4.100  แถมกำลังเครื่องก็ไม่ได้มากมายนัก จนหลายครั้งอาจจะรู้สึกออกตัวไม่ทันใจ ต้องกดคันเร่ง ลงไปค่อนข้างลึก จึงจะรู้สึกว่ารถออกตัวดี  

ทั้งหมดนี่ที่พูดถึง คือการขับในเมืองคนเดียว แต่ถ้าคุณโชคดีไม่เจอรถติดแบบผมอาจจะ ได้อัตราประหยัดที่ดีกว่านี้

เฉกเช่นเดิมมาตรฐานการทดสอบของเรา จะต้องมีการทดสอบอัตราประหยัดเฉลี่ยรวม ขับในเมืองและนอกเมือง วิ่งผสมปนๆ กันไป งวดนี้เราวิ่งตามเส้นทางเดิม แล้วกลับมาเติมยังหัวจ่ายเดิม ณ ปั้มเอสโซ่ เจ้าประจำ ระยะทางวิ่งทั้งหมด 68.5 ก.ม. เราเติมน้ำมันจนหัวจ่ายตัด ที่  5.422   ลิตร ดีดอัตราประหยัด จบที่ 12.63  ก.ม./ลิตร ตามภาวะการณ์ขับขี่จริง ในเมือง ไม่เกิน  80   ก.ม/ช.ม.​นอกเมืองไม่เกิน  120  ก.ม./ช.ม. 

จะว่าไป มันเริ่มไม่ประหยัด เพื่อเอาให้ชัวร์เช็ค ให้แน่ วันต่อมา ผมลองวัดการขับทดสอบเดินทางไกล ด้วยความเร็ว   100-120  ก.ม./ช.ม.​ ช่วงที่คนธรรมดาทั่วไปใช้ เน้นขับวิ่งแช่ยาวๆ ให้รอบเครื่องทำงานนิ่ง โดยไม่ล็อคครูซคอนโทรล ไม่มีของบรรทุกข้างหลัง

ผลจากระยะทางขับทดสอบรวมทั้งหมด   192.3  ก.ม.​เติมน้ำมันคืน  12.97   ลิตร คิดอัตราประหยัดมาได้ 14.82  ก.ม./ลิตร ถือว่าเป็นไปตามความคาดหมาย และทำได้ดีกว่ากระบะหลายรุ่น ที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่

สรุปอัตราประหยัด Maazda BT 50 1.9 SP Hi Racer

  • ในเมือง 8.05 ก.ม./ลิตร
  • นอกเมือง 14.82 ก.ม./ลิตร
  • Bonn Test Mode 12.63 ก.ม./ลิตร

ความประหยัดแบบนี้ ก็แลกมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของการเซทติ้ง บางย่างที่ผมพอจะเริ่มจับทางได้ใน   Mazda BT 50   อย่างแรก ชุดเกียร์ จะเน้นการขับแบบไหลยาวๆ ไม่ค่อยเปลี่ยนเกียร์ เท่าไรนัก จะเน้นการดันรอบเครื่องยนต์ และทดทอนลงไปแค่เกียร์  5  ที่ยังเป็นตำแหน่งทด   Over Drive   เท่านั้น 

เว้นคุณกระทืบคันเร่ง เหมือนตบกบาลกล่อง   ECU   ว่า เฮ้ย มีเท่าไรใส่ให้หมด เมื่อนั้นแหะล มันถึงจะยอมลง  4  เพื่อรีดกำลังให้ออกมาประจันตามต้องการ 

ที่จริง ตอนไปทดสอบกลุ่มในเส้นทางสวนผึ้ง ผมเริ่มจับทางเรื่องนี้ได้ จากตอนขึ้นทางชัน เกียร์มาสด้าจะลากจนเครื่องยนต์เหนือยกันไปข้าง จึงค่อนทอนลง ผิดกับของ อีซูซุ เมื่อครั้นขับไปที่เพชรบูรณ์ ตอนนั้น รถดูจะรีบทอนเกียร์ลงเมื่อเจอทางลาดชันมากกว่า อาจจะด้วยวิธีคิดของอีซูซุ ที่มองว่า ยังไงเสียลูกค้าก็คงจะอยากได้การตอบสนองมากกว่าความประหยัด โดยเฉพาะลูกค้า อีซูซุ มีมากมายทั่วทุกภาคของประเทศ ต้องมีจำนวนไม่น้อยที่ขึ้นเขา ลงห้วย ทำให้พวกเขาดูจะเข้าใจเรื่อง วีการต่อเกียร์อย่างดี 

การทดสอบกลุ่มในงวดที่แล้ว เป็นการเดินทาง บนถนน เสน้ทาง กรุงเทพ มหานคร สวนผึ้ง

มาสด้าอาจจะเสียเปรียบในเรื่องชุดเกียร์ กลับกันพวกเขากลับทำได้ดีในเรื่อง การตอบสนองของพวงมาลัย ที่ดูแล้วมีระยะฟรีน้อยกว่าอีซูซุ มันดูเฉียบคมขึ้น แม้จะเพียงเล็กน้อย ก็ตอบโต้การเปลี่ยนเลนอย่างมั่นใจ ไม่ต้องบิดพวงมาลัยมากนัก ช่วยลดความรู้สึก ในการปัดมือไปมา เวลา คุณต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นสายมุดไปตามการจราจรเชื่องช้า 

ด้านช่วงล่างก็เซทมาตอบสนองเร็วเก็บอาการดีมาก โดยเฉพาะยามวิ่งถนนทางเรียบๆ ในเมือง และมอเตอร์เวย์ เรียกว่า ยืนหนึ่งในกระบะเลยก็ว่าได้ เรื่องราวจะกลับตาลปัตร ทันที หากคุณเริ่มเข้าสู่ทางชาวบ้าน โช๊คอัพที่ตอบสนองไว อาจจะทำให้รู้สึกนั่งไม่สบายอย่างที่ควรจะเป็น  คนนั่งหลังอาจมีบ่นถึงอาการสะเทือน จนไม่สบายแผ่นหลังบ้าง ก็ห้ามกันไม่ได้ 

ที่แน่ๆ การเข้าโค้งของมาสด้า ดูจะมั่นใจกว่าอีซูซุที่จะนิ่มนวลมีติดย้วยบ้างนิดๆ ถ้าเข้าด้วยความเร็ว มาสด้า ขับแล้ว รู้สึกได้ถึงความมั่นใจมากกว่า  การเปลี่ยนเลนเวลาขับรถด้วยความเร็ว ก็แอบดูจะนิ่งกว่านิดหน่อย มันดีพอจนสามารถเข้าโค้งแรงๆ เร็วๆ ได้ 

Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer รีวิว

อาจพูดได้เต็มปากว่า เหมือนมีกลิ่นอายของมาสด้า จางๆ ที่มาสด้าไม่ยอม หรือไม่แน่ใจว่า เป็นข้อตกลงว่า ห้ามพูดนะ ว่ารถ  2 คันต่างกันอย่างไร 

ถึงแม้จะมีดีมากมาย ในเรื่องความประหยัดเวลาเดินทาง , ความมั่นใจในการขับขี่ แต่ถ้า เรื่องสมรรถนะเป็นสิ่งที่คุณมองหาในการซื้อรถกระบะ อยากแนะนำว่า ให้คุณไปจบที่เครื่อง   3.0   ลิตร จะดีกว่า 

เครื่องยนต์ 1.9  อาจเด่นเรื่องความประหยัด จนยังไม่น่าจะมีกระบะรุ่นไหน เทียบเคียงได้ แต่เราก็ไม่สามารถละเลยความจริงว่า การใช้รถกระบะ จะต้องมีการบรรทุก ไม่ว่าจะผู้โดยสาร หรือ ข้าวของที่คุณ อยากจะเอาไปด้วย เช่น อุปกรณ์แคมปิ้ง จักรยาน , สายโหดหน่อย อาจจะเป็น มอเตอร์ไซค์วิบาก  เมื่อรวมกับคน ก็มีน้ำหนักเพิ่มเติมหลายกิโลกรัม

Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer รีวิว
Mazda BT 50 1.9 SP Hi-Racer รีวิว

ด้วยการเป็นรถกระบะ และปัจจุบันมีขนาดใหญ่มโหราฬ น้ำหนักเปล่าตัวรถก็เรียกว่าเอาเรื่องพอตัว เมื่อรวมกับน้ำหนักคน และของเข้าไป มันก็เพิ่มเข้าไปอีกเป็นกระบุง เครื่องยนต์ต้องรับภาระเรื่องนี้ไปเต็มๆ จนต้องยอมรับว่า การออกตัว จะค่อนข้างเชื่องช้าไม่ทันใจ

ถ้ามาว่ากันที่เรื่องสมรรถนะของตัวเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว ก็ต้องยอมรับ ตามตรงว่า เครื่องยนต์  1.9 ลิตร ไม่ได้ออกตัวหวือหวา เมื่อกดคันเร่งเต็มออกตัวจากไฟแดง การตอบสนองคันเร่งรู้สึกเร็วกว่า D-max  เล็กน้อย ที่จริงอาการนี้ผมคุ้นๆ คล้ายอาการเซทติ้ง   Isuzu  Mu-X  ที่เพ่งผ่านมือมา ได้ความรู้สึกตอบสนองคันเร่งแบบเดียวกัน ไม่ผิดเพี้ยน

การทดสอบอัตราเร่งของเรายิ่งยืนยันว่า Mazda BT 50 1.9   เป็นรถที่ทำสำหรับขับชิล จากการออกตัวบนถนนลาดยาง นั่ง  2  คน เปิดแอร์ ชิลๆ 

อัตราเร่ง 0-100  ก.ม./ช.ม.​ได้  ดังนี้ 

ครั้งที่ 1 : 14.0

ครั้งที่ 2 : 14.0

ครั้งที่ 3 : 14.0

อัตราเร่ง 80-120   ก.ม./ช.ม. ได้ 

ครั้งที่ 1 : 10.0

ครั้งที่ 2 : 10.0

ครั้งที่ 3 : 10.0

นั่นทำให้ ภาพรวมของ กระบะคันนี้ คือกระบะขับสบาย ใช้งานมั่นใจ แต่อย่าหวัง เรื่องสมรรนถะจากเครื่องยนต์มากมายก็เท่านั้นเอง

Mazda BT 50 1.9 SP Hi Racer  หน้าหล่อสายชิล มีดีเรื่องประหยัด 

หลังจากขับเจ้านี่มาหลายวัน การใช้ชีวิตกับ กระบะ  Mazda BT 50   ให้ความชัดเจนว่า มันเป็นรถกระบะที่เน้นความชิลในการขับขี่ เป็นรถขับสบายมั่นใจ  สำคัญสุด คงเป็นความประหยัดน้ำอย่างเหนือชั้น 

ความจริงในการซื้อรถกระบสักคัน คนส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการกระบะเพื่อบรรทุก หลายคนมองมันเหมือน มีสวิส อาร์มมี่ ครบครันทุกเรื่องใช้ได้ทุกด้าน มีเครื่องดีเซลจอมพลัง และให้ความประหยัดน้ำมัน อยู่เป็นทุนเดิม 

ความเป็นจริง คนไทยไม่ได้ซื้อกระบะพร้อมลุยทุกคน ส่วนใหญ่ จะซื้อเพียงกระบะขับสอง ยกสูง เอาเพียง ผ่านหลุมบ่อ ฝ่าน้ำท่วมได้สบายๆ เท่านั้น 

ข้อโดดเด่นของมาสด้า ถ้าไม่นับเรื่องดีไซน์ ที่ออกมาในสไตล์รูปหล่อ พ่อรวย ไม่ใช้สายดุสายโหด คงเป็นการขับขี่ที่กระเดียดไปในทางสปอร์ตมากกว่า ถึงมาสด้า จะพยายามพร่ำบอกผมว่า มันเหมือนกัน แต่หลังจากขับ  3  ครั้ง ผมว่า ไม่เหมือนกันหรอกครับ 

1.9  ของมาสด้า อาจมีกำลัง แรงม้า แรงบิด ทดเกียร์เท่ากัน แต่สิ่งที่ไม่ได้บอกคุณคือ การตอบสนองของพวกมัน อาทิ การจูนคันเร่งไฟฟ้า , โปรแกรมชุดเกียร์ สำหรับช่วงล่าง เรียนตามตรงว่า ส่วนตัวรู้สึกว่าต่างบ้างในแง่การเก็บอาการ และการโคลงตัว บางทีก็แอบนึก หรือ มาสด้าจับ   GVC   มาใส่ในกระบะหรือเปล่า ดูมันขับดีกว่า อีซูซุนิดหน่อย ถึงจะบอกว่า ก็พื้นฐานเดียวกัน 

ผมถามคุณคำเดียวว่า เชื่อ หรือว่า มาสด้าให้คุณจ่ายเพิ่ม   4  หมื่น บาท เพียงเพ่อการออกแบบ ที่ดูหล่อเหลา และภายใน เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มันดูไม่สมเหตุสมผล 

ยิ่งกว่านั้นที่ผ่านมา กระบะมาสด้า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการบังคับควบคุมที่ดีมีความมั่นใจ มากว่ากระบะทุกยี่ห้อ ผมเองมองว่า พวกเขาไม่น่าทิ้งจุดนี้ไป และจากที่ขับก็ดูจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ติดเพียงแค่ งวดนี้มาสด้า ไม่ยอมบอกว่าต่างอย่างไร 

ดังนั้น ใครที่มองกระบะ มาสด้า บีที  50  อยู่ จึงวางใจได้ มันไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนหน้าทาปาก แล้วจับมาขายแน่ๆ ถ้ามีโอกาส ทดลองขับแล้วจะเข้า กระบะมาสด้า ต่างอย่างไร บางอย่างผมก็ไม่สามารถบรรยายทุกอนูของความรู้สึกเนรมิตขึ้นมาเป็นตัวอักษร ให้คุณเข้าใจได้  

มองในแง่ดีของมัน เป็นกระบะที่ประหยัดกว่า ขับดีกว่า อ้อ เกือบลืม ห้องโดยสาร ก็ดูจะเงียบกว่าด้วย แถมงวดนี้ใช้รถไปยาวๆ ก็ไม่ต้องกังวล ด้วยความเป็นพี่น้อง อะไหล่หลายตัว คงจะใช้ร่วมกันได้ ดูแลรักษาง่าย นี่ถ้าเข้าศูนย์อีซูซุ ได้ จะยิ่งสุดยอดขึ้นไปอีก 

แต่ถ้าให้ผมพูดเปรียบกับรุ่นที่แล้ว ก็ต้องยอมรับว่า มันมีขนาดเล็กลงบ้าง แต่พืนที่ห้องโดยสารไม่ได้เล็กลงตามไปด้วย ส่วนที่เล็กลงจริงๆ คือ มิติความยาวของตัวรถ ทำให้ใช้งานในเมืองได้สะดวกกว่ามาก แต่ถ้าเทียบยความกระฉับกระเฉง รุ่น 1.9 กับ 2.2 ผมว่า 2.2 ดูมีภาษีกว่า ในความรู้สึกส่วนตัว

ดังนั้น ถ้านาทีนี้จะซื้อกระบะสักคัน มองไปบนแผง แล้วเบื่อพวกกระบะหน้าดุ ดูโหด ต้องการ กระบะสักคัน ที่เรียบๆ ดูดี ลองชายตามองมาสด้า ครับ จะพบความจริงว่า กระบะขับดี ขับสบาย หน้าตาเป็นมิตรทุกโอกาส นั้นมีอยู่จริง

ศึกษาข้อมูล ตัวรถ Mazda BT 50 เพิ่มเติมได้ที่

บทความ และข้อมูล การรีวิวนี้ เป็นของ ทีมงาน Ridebuster.com ห้ามนำข้อมูล ภาพ และผลการทดสอบไปใช้ใน บทความ หรือ สื่ออื่นใด โดยไม่รับอนุญาติ มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ

ขอบคุณ มาสด้า ประเทศไทย เอื้อเฟื้อรถทดสอบ Mazda BT 50 1.9 SP Hi Racer มา ณ โอกาสนี้

Comments

comments