Range Rover Sport 2023 เปิดตัวรถลุยสไตล์เรียบหรูพร้อมงานวิศวกรรมแน่นคัน 

แบ่งปันเรื่องนี้

Land Rover เปิดตัว Range Rover Sport 2023 โฉมใหม่ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ชูจุดเด่นขุมพลังหลากหลาย และระบบเสริมการขับขี่เต็มคันเริ่มทำตลาดในยุโรปและอเมริกาเหนือแล้ววันนี้

Range Rover Sport 2023 มาพร้อมงานออกแบบมาในสไตล์ผสมผสานกันระหว่าง Range Rover และ Evoque ช่วยให้ตัวรถดูสะอาดสะอ้านและล้ำสมัยมากขึ้น ทั้งจากไฟหน้าทรงเพรียวเล็กและมือเปิดประตูแบบซ่อนรูป ด้านหลังมาแสริมด้วยไฟท้าย LED และแถบสีดำพร้อมกันชนหลังเสริมช่องใส่ทะเบียน และช่องท่อไอเสียเสริมโครเมียมที่เล็กลง

ภายในห้องโดยสาน มีการขยายที่วางขาให้กว้างขึ้น, พร้อมเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าได้ 22 ทิศทางเสริมระบบนวด, แอร์เสริมตัวกรองอากาศ, จอมาตรวัดขนาด 13.7 นิ้ว, จอสัมผัส 13.1 นิ้ว Pivo Pro สั่งงานด้วยเสียงผ่าน Amazon Alexa, โดยมีออพชันเสริมเป็นลำโพง Meridian hifi 29 จุด กำลังขับ 1,430 วัตต์ พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation

หากเทียบกับโฉมก่อน ตัวรถรุ่นใหม่จะมีฐานล้อยาวขึ้น 54 มิลลิเมตรเป็น 2,977 มิลลิเมตร และด้วยความที่ตัวรถสร้างบนพื้นฐาน MLA-Platform จึงทำให้ตอนนี้มันรองรับการติดตั้งขุมกำลังที่หลากหลายรูปแบบมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Mild-Hybrid, PHEV ที่มีให้ลูกค้าได้เลือกซื้อกันแล้วในตอนนี้ หรือ BEV (ไฟฟ้า 100%) ที่กำลังจะตามมาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

โดยขุมพลังของ Range Rover Sport 2023 ก็มีให้เลือกตามรุ่นย่อยดังนี้

  • D300 เครื่องยนต์ ดีเซล 6 สูบเรียง ทำงานร่วมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Mild-Hybrid ความจุ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 300 PS แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร เคลมอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 6.3 วินาที
  • D350 เครื่องยนต์ ดีเซล 6 สูบเรียง ทำงานร่วมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Mild-Hybrid ความจุ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 350 PS แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร เคลมอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 5.6 วินาที
  • P400 เครื่องยนต์ เบนซิน 6 สูบเรียง ความจุ 3.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์ ทำงานร่วมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Mild-Hybrid กำลังสูงสุด 400 PS แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร เคลมอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 5.4 วินาที
  • P440e เครื่องยนต์ เบนซิน 6 สูบเรียง ความจุ 3.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์ ทำงานร่วมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Plug-in Hybrid กำลังสูงสุด 440 PS แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร เคลมอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 5.5 วินาที
  • P510e เเครื่องยนต์ เบนซิน 6 สูบเรียง ความจุ 3.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์ ทำงานร่วมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Plug-in Hybrid กำลังสูงสุด 510 PS แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร เคลมอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 5.2
  • P530 เครื่องยนต์ เบนซิน V8 ความจุ 4.4 ลิตร พ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์ กำลังสูงสุด 530 PS แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร เคลมอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 4.3 วินาที

และอย่างที่เราได้ระบุไว้ในใข้างต้นว่าตัวรถรุ่นนี้ มาพร้อมกับขุมกำลังพลังงานลูกผสมแบบ PHEV เป็นครั้งแรกด้วย ดังนั้นอีกสิ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่องของระยะทางในการวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยหากเป็นตัวรถรหัส P440e ระยะทางการวิ่งในจุดนี้ จะถูกเคลมเอาไว้ที่ 114 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ส่วนตัวรถรหัส P510e ก็จะสามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลสุด 113 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP

ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการขายฝันจนเกินไป ทาง Land Rover ระบุว่าพวกเขาขอเคลมระยะทางการวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าต่ำสุดว่าจะไม่น้อยไปกว่า 88 กิโลเมตรแน่นอน ขณะที่ความไวในการชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ ก็จะอยู่ที่ 0-80 เปอร์เซนต์ ในเวลา 40 นาที ด้วยหัวชาร์จแบบ DC กำลังขับสูงสุด 50 กิโลวัตต์

โดยทุกรุ่นย่อยจะใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะจาก ZF และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Intelligent All-Wheel Drive system อันเลื่องชื่อของ Land Rover ทำงานร่วมกับช่วงล่างที่เป็นแบบถุงลม เสริมระบบป้องกันการพลิกคว่ำควบคุมด้วยไฟฟ้าที่นุ่มกว่า Range Rover Sport SVR อีกทั้งติดตั้งระบบควบคุมเบรกและแรงบิดขณะเข้าโค้ง และ Diff-Lock ไฟฟ้า ขณะที่ระบบล้อหลังหักเลี้ยวได้ เพื่อการควบคุมรถในพื้นที่แคบที่คล่องตัวกว่าเดิม ยังเป็นเพียงออพชันเสริม

อีกจุดเด่นหลักที่น่าสนใจของ Ranger Rover Sport รุ่นล่าสุด ก็คือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ที่สามารถทำงานบนสภาพถนน Off-Road ได้ ด้วยข้อมูลที่ดึงจาก IMU เซนเซอร์ เข้ามาผนวกกับเรดาร์เซนเซอร์ เพื่อที่ตัวรถจะได้สามารถประเมินทั้งอุปสรรคและความลาดชัน แล้วแปรผันความเร็วที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางขณะนั้นได้ และยังมี Waze Mode ที่สามารถบอกความสูงของน้ำขณะขับรถลุยน้ำได้ โดยขีดจำกัดความลึกสูงสุดอยู่ที่ 900 มิลลิเมตร

ด้านราคาสำหรับการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Range Rover Sport ตัวใหม่ล่าสุด ก็ได้มีการเผยตัวเลขนี้เอาไว้แล้วสำหรับการวางจำหน่ายในบ้านเกิด อย่างสหราชอาณาจักร นั่นคือ 79,125 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือราวๆ 3.4 ล้านบาทไทย นั่นเอง

ข้อมูลจาก Carscoops

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments