กระบะซิ่ง …เทรนด์นี้ไม่ควรส่งเสริม

ท่ามกลางยอดขายรถยนต์ที่มีการรายงานว่าดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง บริษัทผู้ผลิตเหมือนต้องหาแนวทางในการทำงานเงินใหม่ๆ เข้ากระเป๋า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รถกระบะตัวเตี้ยมียอดขายถดถอยลงจากความนิยมของรถอเนกประสงค์ แต่แล้วผู้ผลิตก็มีทางออก เมื่อคนไทยนิยมกระบะซิ่ง

กระแสกระบะซิ่งเกิดขึ้นมาสักระยะแล้ว แต่เป็นที่นิยมกันจริงๆ เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่าน เนื่องด้วยเหตุผลสำคัญคือ เครื่องยนต์ดีเซลสมัยนี้มีสมรรถนะโดดเด่นปรับแต่งจูนอัพให้วิ่งแรงได้ง่ายด้วยกล่องต่างๆ ตลอดจนบริษัทรถยนต์หลายรายเริ่มทำรถออกมาตอบโจทย์กลุ่มกระบะซิ่งเรื่อยๆ เริ่มจากการตบแต่งภายนอก จนวันนี้เราได้เห็นบางค่ายสามารถเลือกติดกล่องจูนจากโชว์รูมได้เลยถ้าลูกค้าต้องการ

รถกระบะเดิมทีในอดีตถูกวางเป็นรถยนต์ใช้งาน เป็นที่นิยมในไทยด้วยบ้านเราแอบอิงอาชีพเกษตรกรรม ต้องใช้รถขนผลผลิตไปส่งขายหรือ ส่งต่อให้ผู้รับซื้อ  จนในที่สุดรถกระบะเป็นกระแสฮิตติดลมเนื่องจากใช้งานได้หลากหลาย ลุยสมบุกสมบันก็ได้ ค่าน้ำมันก็ประหยัดด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ในช่วงหลัง เริ่มมีการทำขายรุ่น 4 ประตู จึงได้ข้อดีในเรื่องการนั่งเพิ่มเติม มีลูกเล่นหลากหลายตั้งแต่ ตัวเตี้ย ยกสูง ขับสองขับสี่ จนเป็นรถที่มีช่วงราคาขายกว้างที่สุดตั้งแต่ 5 แสนบาท ไปจนถึงระดับราคา 7 หลัก (ล้านบาทต้นๆ)

เทรนด์กระบะซิ่งเกิดขึ้นในยุคหลัง เมื่อรถกระบะดีเซลเป็นเครื่องยนต์คอนมอนเรล มันสามารถปรับจูนได้ง่าย  และเสียเงินเพียงไม่กี่หมื่นบาทเพื่อรีดกำลังเครื่องยนต์ดีเซล ที่ถูกวิศวกรรมแรงม้า-แรงบิดเพื่อการบรรทุก เอามาเป็นอาวุธความเร็ว จนได้พละกำลังน้องๆ รถสปอร์ตราคาหลายล้านบาท

ความนิยมดังกล่าวทวีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความง่ายในการปรับแต่ง รวมถึงภาครัฐไม่ได้หันมาใส่ใจในการดัดแปลงเครื่องยนต์ที่ถูกเลี่ยงบาลีโดยการปรับแต่งชุดควบคุมเครื่องยนต์ หรือ ที่เรียกว่า “กล่อง” เท่านั้น เพียงใส่ข้อมูลใหม่ลงไปในกล่องเดิม บ้างพ่วงกล่องเป็นตับ ไม่ได้ถือว่าผิดข้อหาการดัดแปลงเครื่องยนต์ เนื่องจากไม่ได้ปรับชิ้นส่วนหรือส่วนควบเครื่องยนต์ เพียงปรับการจัดการเครื่องยนต์ให้มีความสามารถเพิ่มขึ้น เราจึงได้รู้จักศัพท์ ยกหัวฉีด , ดันราง และ เพิ่มบูสต์ ทั้งหมดไม่ได้ เปลี่ยนหน้าตาเครื่องยนต์ใต้ฝากระโปรงแต่อย่างใด

ในทางกฎหมายอันล้าสมัยของประเทศไทย ไม่ได้มีการพูดถึงการดัดแปลงรถยนต์ในทางนี้ ทำให้การปรับแต่งรถยนต์ลักษณะนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลปัจจุบันสามารถปรับแต่งได้ง่าย ใส่กล่องจูนไปๆ มาๆ เผลอ มี 240 แรงม้า ที่ฝ่าเท้ากลับกัน รถกระบะไม่ได้ออกแบบช่วงล่างมาเหมือนรถเก๋ง มันใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบแหนบ เมื่อบวกกับการวางให้รถขับเคลื่อนล้อหลัง ด้วยแล้ว ยิ่งอันตรายมากเป็นทวีคูณ เมื่อมันถูกทำให้มีสมรรถนะสูงขึ้น เกินกว่าการวิศวกรรม ตามความตั้งใจของผู้ผลิตรถยนต็

หลายครั้งหลายหน โลกโซเชี่ยลมีภาพ-วีดีโอ รถกระบะซิ่งแหกโค้ง ไม่ก็หมุนคว้างจนทนเข้ากับข้างทาง นำมาซึ่งมาความเสียหายต่อทรัพย์สิน ในบางเหตุการณ์อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิตด้วยซ้ำไป

แม้นว่าในทางหนึ่งเรื่องอุบัติเหตุจะไม่ได้เกิดจากรถหรือตัวสินค้าเอง ส่วนใหญ่จะโทษไปที่ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด (ปลายเหตุของปัญหา) แต่หากเทรนด์กระบะซิ่งนี้น่าจะสมควรถูกป้องปรามโดยไม่ส่งเสริมให้ลูกค้านำ หรือซื้อรถกระบะไปแต่งขับด้วยความเร็วหรือไม่

ไม่ควรมีรุ่นพิเศษทำออกมาเพื่อพร้อมให้นำไปแต่งหรือเปล่า ด้วยเพราะสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายมากกว่า รถเก๋งที่ใช้โครงสร้างและระบบช่วงล่างคนละแบบ

ในช่วงปีที่ผ่านมา มีการแนะนำกระบะแต่งพิเศษจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มตัวเตี้ย มีการตบแต่งสติ๊กเกอร์พร้อมสรรพจากโรงงาน ถึงการตบแต่งในทางนี้จะเป็นเพียงแนวทางความสวยงาม หากก็เป็นการเล็งเห็นผลว่า ลูกค้าที่สนใจน่าจะซื้อไปเพื่อทำรถกระบะซิ่งแน่ ถ้าซื้อรถรุ่นนี้ ผิดกับในอดีต มันไม่ได้ถูกผลักดันมากขนาดนี้มาก่อน

บางค่ายเริ่มให้รุ่นพิเศษที่มากกว่าเช่นใช้วิธีการพ่นสีจากโรงงานแทนการตบแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ และล่าสุดบริษัทรถยนต์รายหนึ่ง ยอมร่วมกับผู้ผลิตกล่องโมดิฟาย แนะนำรถกระบะแรงพร้อมซิ่งรุ่นพิเศษ โดยชูสมรรถนะการขับขี่ทะลุ 200 แรงม้า ตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมชุดแต่งครบเครื่องจากโชว์รูม โดยลูกค้าซื้อกล่องได้ในราคาพิเศษ และสามารถรวมกับยอดสินเชื่อได้ด้วย ผู้ผลิตบางรายมีการจัดงานแข่งรถ เพื่อให้ลูกค้ามารวมตัวกันโชว์ศักยภาพในการแต่งรถของบริษัท สร้างความเข้มแข็ง ว่า รถของตัวเองสามารถแต่งได้เต็มที่

คำถามคือ … เราควรส่งเสริมให้คนไทย นำกระบะไปซิ่ง ทั้งที่ทุกคนต่างทราบดีอยู่แล้วว่าช่วงล่างหลังรถกระบะถูกออกแบบมาเพื่อการบรรทุก ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ความเร็ว แุถมการเป็นรถขับหลังพละกำลังสูงเมื่อปรับแต่งก็สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นไปอีก

ถึงการวิศวกรรมในวันนี้จะเปลี่ยนไปและดีกว่าเมื่อเทียบกับหลายสิบปีก่อนแต่รถกระบะวันนี้ ก็ยังคงแนวคิดพัฒนาเดิม คือออกแบบมาเพื่อใช้ในการบรรทุก และใช้โดยสารได้ (รุ่น 4ประตู) ไม่ได้ออกแบบมาให้ขับเร็ว อย่างที่หลายคนเขา้ใจ เครื่องดีเซลที่มีสมรรนถะดีขึ้นเพื่อตอบโจทย์ในการใช้งาน ไม่ได้พัฒนาให้ซิ่งซ่า อย่างที่เข้าใจกัน

ตลอดจนยิ่งเมื่อพูดถึงระบบความปลอดภัยในรถกระบะก็หาได้สู้ดีเท่ารถเก๋ง  อาทิ ระบบเบรกยังเป็นหน้าดิสก์หลังดรัมเสียส่วนใหญ่ จะปราบพยศกำลัง 200 แรงม้า หลังปรับแต่งได้หรือ

เครื่องยนต์แรงมุทะลุ แรงบิดมหาศาล แต่กระบะหลายยี่ห้อยังกลับไม่ให้ระบบควบคุมการทรงตัวและป้องกันการลื่นไถลมาเป็นมาตรฐาน เพื่อป้องกัน อาการหมุนที่เกิดขึ้น (ยกเว้นรถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวตั้งแต่ 2018 เป็นต้นมา) โดยเฉพาะบนถนนที่มีความลื่นมาเป็นพิเศษ อาทิในยามฝนตก รวมถึงโครงสร้างหลัก  Body On frame   จะไม่ให้ตัวดีเท่าโครงสร้างแบบ   Monoque   ในรถเก๋ง เมื่อต้องการความยืดหยุ่นจากโครงสร้าง

ดังนั้นการจะนำรถกระบะแต่งซิ่งทำความแรงรีดความเร็ว อาจจะต้องเรียกว่า เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องและไม่ควรจะส่งเสริม ด้วยประการทั้งปวง

นอกจากนี้ที่สำคัญที่สุดในขณะที่รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหา   PM 2.5   ที่ดูเหมือนวันนี้จะยังขว้างงูไม่พ้นคอ และรู้ดีแล้วว่าตัวการสำคัญมากจากกลุ่มรถยนต์เครื่องดีเซล ปัญหาการปล่อยไอเสีย มีหลายประเด็น ทั้งจากรถบรรทุกที่มาทำงานในโครงการก่อสร้างต่างๆ ปัจจุบันยังใช้เพียงมาตรฐานไอเสียยูโร 2 , ไปจนถึงการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่กรุงเทพมหานครจากการก่อสร้าง

หากรัฐก็ไม่ควรมองข้ามสิงห์ควันดำสายซิ่ง ที่มีมากมายเกลื่อนถนนขับกันให้ว่อน พ่นควันดำไปทั่วถนน บางสำนักมีปุ่มสวิทช์ปิดควันดำได้ด้วย เพื่อเลี่ยงปัญหากับตำรวจ แถมตำรวจก็ยังพุ่งเป้าที่รถบรรทุกมากกว่า กระบะซิ่ง ที่เห็นได้แทบทุกวัน

ควันดำสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม ,  เป็นสารพิษที่มีส่วนประกอบของสารก่อมะเร็งมากมาย  ทั้งเป็นอันตรายต่อเพื่อนร่วมทาง ,เมื่อรถกระบะเหล่านี้ปล่อยควันดำออกมาก็บดบังทัศนวิสัยการขับขี่เพื่อนร่วมทาง สามารถก่อให้เกิดภาวะอันตรายในการขับขี่จนอาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้

รวมถึงด้วยการวิศวกรรมที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับการขับขี่ด้วยความเร็ว หรือมีกำลังมากกว่าที่ทีมวิศวกรวางเอาไว้ รถกระบะซิ่งไม่ต่างอะไรจากขีปนาวุธทางเรียบ ที่อาจสร้างหายนะได้ทุกเมื่อ เป็นอันตรายท้งต่อขาซิ่งและเพื่อนร่วมทาง

รถกระบะ มันถูกสร้างมาให้ใช้งานอย่างเหมาะสมอยู่แล้ว แต่ด้วยความหัวหมอคนไทยกลุ่มหนึ่งจึงนำพวกมันไปปรับแต่งแข่งซิ่งกันอย่างโจ๋งครึ้มไม่สนใจว่า ควันดำเหล่านี้จะสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือก่ออะไรตามมาในอนาคต  วันนี้ช่างน่าขัน ที่บริษัทรถยนต์ที่มีแนวนโยบายพยายามลดการปล่อยไอเสีย กลับสร้างรถส่งเสริมให้คนไปแต่งซิ่ง พ้นควันดำ กลายเป็นส่งเสริมเทรนด์นี้ ไปโดยปริยาย … โดยอาจไม่รู้ตัว 

เรื่องโดย ดินน้ำมัน

Comments

comments