ทอร์ชั่นบีม … ข้อดี ข้อเสีย ช่วงล่างหลังยอดนิยมยุคนี้

กลายเป็นที่ฮือฮาอีกครั้งหลังจากทางโตโยต้า เปิดตัวรถ   Toyota Corolla Cross   อเนกประสงค์ใหม่ที่มาพร้อมช่วงล่างหลังแบบ ทอร์ชั่นบีม อีกครั้งที่รถราคาแสนปลายๆไปถึง ล้านต้นๆ มาพร้อมช่วงล่างหลังที่ทุกคนต่างรู้ว่ามันเคยมากับในรถเล็ก ขณะที่สังคมมองว่าเป็นการลดต้นทุนเพิ่มกำไร แล้ว มันมีประโยชน์ในด้านอื่นหรือเปล่า

 

เข้าใจระบบ ทอร์ชั่นบีม

ทอร์ชั่นบีม ( Torsion Beam)   เป็นระบบกันสะเทือน แบบ กึ่งอิสระ โดยใช้คอยย์สปริง วางแยกออกจากกัน บนชุดเหล็กปั้มขึ้นรูปแบบคานแข็ง วางแนวขวางกับตัวรถ

ตัวคานทำหน้าที่รับแรงกระแทกจากพื้น  โดยมีสปริงซับแรงที่เข้าสู่ตัวถังรถ ขณะที่โช๊คทำหน้าที่จำกัดแรงกระแทกที่เกิดขึ้นไปยังชุดสปริง การมีคานแข็งทำให้ช่วงล่างแต่ละล้อทำงานไม่เป็นอิสระจากกัน แรงด้านหนึ่งสามารถส่งผลได้ถึงอีกด้านหนึ่ง ผ่านชุดคานด้านล่าง

ระบบนี้เดิมทีเป็นที่นิยมในรถยนต์นั่งขนาดเล็กประภทซิตี้คาร์ ซึ่งไม่ต้องขับด้วยความเร็วสูง หรือ ผ่านทางโค้งนัก มันติดตั้งง่าย ประหยัดพื้นที่  ก่อนจะขยายมาสู่รถยนต์ประเภทอื่นๆ อย่างทีเราเห็นในปัจจุบัน

 

ข้อดี

1.เรียบง่าย อย่างที่เราได้อธิบายหลักการของระบบทอร์ชั่นบีม หากดูภาพตามจะเห็นว่า ตัวช่วงล่างแบบนี้เรียบง่ายมากในการพัฒนา มันเป็นผลดีกับผู้ผลิตใน 2 เรื่อง คือขั้นตอนการพัฒนา และยังลดต้นทุนในการผลิตอีกด้วย

2.ลูกยางน้อยกว่า  ลูกยางช่วงล่างหรือ บุชชิ่ง เป็นสิ่งที่ต้องสวมไว้ระหว่างจุดเชื่อมต่อช่วงล่างต่างๆมากมาย ในระบบมัลติลิงค์ ลูกยางจำนวนมหาศาล เป็นปัญหาในการดูแลรักษาระบบกันสะเทือนให้ทำงานดีมีประสิทธิภาพ กลับกันทอร์ชั่นบีมมีลูกยางน้อยกว่า ทำให้คุณดูแลระบบกันสะเทือนง่ายกว่า ในระยะยาว

3.ทนทานกว่า อย่างที่เราบอกว่า ลูกยางน้อยกว่า และที่เหลือก็เป็นชิ้นส่วน อย่างคาน สปริง และ โช๊ค ทั้งหมดนั้นทำให้ช่วงล่างแบบทอร์ชั่นบีมมีความทนทานมากกว่า เนื่องจากไม่ต้องดูแลลูกยางชิ้นส่วนที่อ่อนแอที่สุดในระบบช่วงล่างบ่อยๆ  สิ่งที่เป็นจุดอ่อนสำคัญในระบบนี้ และต้องดูแลบ่อยครั้งกลับเป็นโช๊คอัพมากกว่า  เนื่องจากจะเป็นตัวหลักรับแรงกระแทก

4.เบากว่า การมีชิ้นส่วนมากมายซับซ้อนของระบบกันสะเทือนมัลติลิงค์ ทำให้ระบบทอร์ชั่นบีมนั้นมีน้ำหนักเบากว่าประมาณหนึ่ง การมีน้ำหนักเบา ช่วงลดน้ำหนักมวลรวมของตัวรถ และส่งผลให้รถมีความประหยัดมากขึ้นด้วย ซึ่งดีต่อในแง่การพัฒนารถยุคใหม่ในสมัยนี้

5.ลดชิ้นส่วนบางตัวไปได้ ถ้ายังจำได้ในช่วงต้น ผมพูดว่าระบบทอร์ชั่นบีม เป็นลักษณะ คานเหล็กปั้มขึ้นรูป มันดีอีกข้อคือ ลดชิ้นส่วนบางตัวไปได้ทันที โดยเฉพาะเหล็กกันโคลงหลัง เป็นชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป รวมถึงตัวมันเองยังเป็นต้ำโช๊คหลังในตัวด้วย

ดังนั้นใครไปหาซื้อค้ำล่างมาติด ช่วงล่างแบบนี้ บอกเลยครับว่า เก็บเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่าครับ

6.ลดพื้นที่การติดตั้ง ด้วยการออกแบบวิศวกรรมชิ้นส่วนเดียวที่ติดตั้งกับตัวรถ คือ โช๊คอัพ ระบบช่วงล่างแบบทอร์ชั่นบีม จึงลดพื้นที่ติดตั้งได้อย่างน่าสนใจ ในทางกลับกันมันยังช่วยเพิ่มพื้นที่การเก็บสัมภาระ หรือการโดยสารข้างหลังได้ด้วย ทำให้ได้ประโยชนืในการใช้สอยมากกว่า ระบบช่วงล่างอื่นๆ อย่างมัลติลิงค์

 

ข้อเสีย

1.ท้ายปัดง่าย ทางด้านจุดบอกสำคัญของระบบช่วงล่างทอร์ชั่นบีม ข้อแรกเลย คือ ให้อาการท้ายไถล หรือในช่วงจังหวะฉุกเฉิน เบรกและหักพวงมาลัยแรง จะกลายเป็นอาการท้ายปัดได้โดยง่าย

อาการนี้เหมาะกับรถบางแบบอย่างรถขับเคลื่อนล้อหน้า ซึ่งการไถลท้าย ทำให้คุมพวงมาลัยเวลาขับเร็วง่ายๆ ขึ้นในทางหนึ่ง แต่หากเสียอาการจนไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนใหญ่แล้ว จะกลายเป็นอาการรถหมุนแทน ซึ่งยากแก่การควบคุมสำหรับคนทั่วไป หรือแม้แต่กับผู้เชี่ยวชาญในการขับรถเองก็ตาม

ถ้าคุณอยากรู้อาการท้ายออกเป็นอย่างไร เวลาเข้าโค้ง ด้วยความเร็วตั้งแต่ 80 ก.ม./ช.ม. ขึ้นไป ให้ถือพวงมาลัยตามแนวโค้งจังหวะเดียว แล้ว เดินคันเร่งมากหรือน้อยสลับกันไป จะเห็นว่า ช่วงล่างทอร์ชั่นบีม ไถลออกค่อนข้างง่าย ผิด กับมัลติลิงค์จะไม่ออกอาการนี้ เนื่องจาก เป็นช่วงล่างอิสระ ล้อทั้ง 2 ข้าง จะถูกกดลงพื้นตามจังหวะที่ควรจะเป็น

2.ปรับแต่งไม่ได้ ในคนที่ชอบแต่งรถ ช่วงล่างทอร์ชั่นบีม ถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญ ด้วยการทำชิ้นส่วนให้ตายตัวเกือบทั้งหมด ทำให้มันไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้เลย โดยเฉพาะค่าของมุมล้อต่างๆ ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาที่น่าหวั่นใจนักสำหรับนักขับทั่วๆไป

3.มุมแบะล้อเยอะ มุมแบะล้อหรือ  High Camber เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยปกติของระบบช่วงล่างทอร์ชั่นบีม เนื่องจาก วิศวกรจะเซทค่าให้ตรงกับล้อและยางที่ออกแบบเอาไว้ เมื่อคุณใส่ล้อและยางใหญ่ขึ้น โดยส่วนใหญ่ จะเกิดอาการล้อแบะมาก จนไม่สวยงาม และ อาจขับยากในบางสถานการณ์ นับเป็นเรื่องที่ทำให้ นักแต่งรถหลายคนไม่ชอบมัน

4.เสียงการทำงานมากกว่า อย่างที่เราบอกว่าช่วงล่างทอร์ชั่นบีม ชิ้นส่วนของมันโดยส่วนใหญ่เป็นเหล็กทั้งหลาย ทำให้ เวลาทำงานจะมีเสียงการทำงานมากกว่า มัลติลิงค์ที่สอดใส่ลูกยางไว้ช่วงซับเสียงและกันกระเทือนมากกว่า ส่งผลให้เทียบกันแล้ว ทอร์ชั่นบีมจะมีเสียงในการทำงานมากกว่า ปัจจุบัน บริษัทรถยนต์ลบข้อด้อยนี้ด้วยการบุเสียงในห้องโดยสาร และปรับปรุงจากโครงสร้าง

5.กระเทือนกว่า เมื่อให้ตัวได้น้อย ขีดจำกัดของระบบช่วงล่างทอร์ชั่นบีม จึงต่ำกว่ามัลติลิงค์พอสมควร สิ่งหนึ่งท่ำคัญ คือแรงกระเทือนจากการขับขี่ หากล้อใดล้อหนึ่งกระแทก จะส่งผลถึงอีกล้อ เนื่องจากเหล็กคานขวางจะส่งแรงไปด้วย แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

อีกประการ เมื่อรถกระแทกแรงๆ จะส่งผลถึงห้องโดยสารทันที มันนั่งไม่สบายเท่าระบบมัลติลิงค์  ที่มีความนุ่มนวลกว่า เนื่องจาก โช๊คและสปริงทำงานร่วมกัน จึงจำกัดแรงกระเทือนดีกว่า เห็นผลมากเมื่อขับบนทางขุรขระ

 

ดังนั้นในข้อสรุป ระบบทอร์ชั่นบีม มีข้อดีคือ  ทนทาน , ดูแลง่าย และ ช่วยผู้ผลิตลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ผลิตด้วย  กลับกัน มันมีข้อเสียคือ มีเสียงดังกว่า, ท้ายออกง่ายกว่า และ กระเทือนกว่า สำหรับสายซิ่งอาจไม่ถูกใจมัน เพราะปรับแต่งไม่ได้ 

บทความนี้นำเสนอโดยทีมงาน   Ridebuster  ห้ามนำข้อสรุปในบทความนี้ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ในช่องทาง เว็บไซต์ สื่อ โซเชี่ยล หรือ ทำผ่านสื่อในรูปแบบอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

 



Comments

comments