ปอร์เช่เผย มาตรฐานไอเสียยูโร 7 จะได้เห็นเครื่องยนต์ใหญ่ขึ้น

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คงจะเห็นแล้วว่า บริษัทรถยนต์ต่างพยายามเข้าสู่โหมดลดขนาดเครื่องยนต์ หรือ  Engine Down Sizing  การลดขนาดเครื่องยนต์ลงกำลังทำให้หลายคนคิดว่าทิศทางต่อไป อาจจะเป็นไฮบริด หรือไม่ก็รถไฟฟ้า แต่แบรนด์รถสปอร์ตอย่างปอร์เช่ กล่าวว่า มาตรฐานใหม่ ไอเสียยูโร 7 ซึ่งจะบังคับใช้ในปี 2026 จะทำให้บริษัทรถยนต์ต้องเพิ่มขนาดเครื่องยนต์ให้ใหญ่ขึ้น

การออกเปิดเผยของ ปอร์เช่ (Porsche) ล่าสุดนี้ สร้างความตกตะลึงไม่น้อย เมื่อเครื่องยนต์ใหญ่อาจจะกลับมาในปี 2026 หลังจากมาตรการไอเสียยูโร 7 ออกมา

นาย แฟรงค์ สเตฟเฟน วอลลิส หัวหน้าพัฒนา รถสปอร์ต ปอร์เช่กล่าวว่า หลังจากปล่อนมาตรฐานไอเสียยูโร 7 ออกมา จะเป็นการจบสิ้นของเทรนด์เครื่องยนต์บล็อกเล็กยัดเทอร์โบ ตามกระแส Engine Downsizing

ตามข้อมูลที่เขามีชี้ว่า มาตรฐานไอเสียยูโร 7 จะเป็นการอ้างอิงผลการทดสอบทางแล็ป รวมกับการเก็บข้อมูลการปล่อยไอเสียขณะขับจริง มันจะเป็นมาตรการที่มีความหินที่สุดในการวิศวกรรมรถสักคันออกมาวางจำหน่าย  และด้วยเหตุนี้เราจะเห็นบริษัทรถยนต์ตั้งหน้าตั้งตากลับมาทำเครื่องยนต์ขนาดใหญ่อีกครั้ง หลังจากมาตรการดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ใน 6 ปี ต่อจากนี้

ตัว วอลลิส เอง คาดว่า เครื่องยนต์ใหม่ที่จะออกมาในอนาคต จะมีขนาดใหญ่กว่าปัจจุบัน ราวๆ 20%   และแน่นอนว่าจะเปลียนจากการลดขนาดสูบ เป็นเพิ่มขนาดสูบ เช่น จาก 4 ไปเป็น 6 จาก 6 ไปเป็น 8 แล้วแต่ว่ายี่ห้อไหนจะใช้อะไร

ทางด้าน  Autoblog   ชี้ว่า มี 2 ทางเลือกสำหรับบริษัทรถยนต์ หนึ่งคือทำเครื่องเดิมเพิ่มกำลังเพื่อให้ขับขี่ง่ายตอบโจทย์มากขึ้น ส่วนในอีกทางขยายขนาดเครื่องยนต์ใหญ่ขึ้น แต่การขยายเครื่องยนต์ ก็จะนำมาซึ่งการปล่อยไอเสียมากขึ้น ซึ่งมีวิะีการที่ง่ายกว่าในการลดการปล่อยไอเสียปลายท่อ คือการใช้ระบบกรองไอเสียที่มีความหนาแน่นมากขึ้น หรือใหญ่กว่า กว่าปัจจุบัน อีก 3-4 เท่า

ในขณธที่เครื่อง 6 สูบปอร์เช่ ออกมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วอลลิส กล่าวว่า เครื่องนี้จะยังคงมีต่อไป แต่ใน 911 รุ่นต่อไป จะมีเครื่องยนต์ที่ขนาดใหญ่กว่าในปัจจุบัน

แต่ในเรื่องดังกล่าวก็ชัดเจนว่า เครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ใช้งานทั่วไปในอนาคตจะเป็นเทอร์โบ เมื่อถามว่านี่จะเป็นจุดจบของเครื่องยนต์ดูดสด หรือ  Natural Aspiration  หรือไม่

วอลลิส ชี้ว่า ยังไม่เสียทีเดียว เครื่องดูดสดบล็อกแรง จะยังมีอยู่ในรถท๊อปเอนด์ที่ต้องการที่สุดประสิทธิภาพในการขับขี่ เช่น  GT3 และ   GT 3 RS

Porsche

เขาเชื่อว่า วันที่เครื่องดูดสด จะหมดโลก น่าจะอีกสัก 10 ปี ข้างหน้าในมุมเขาในนามปอร์เช่ ถ้าวันไหนจะทำเครื่องดูดสด รุ่นสุดท้าย เขาจะบอกกับทุกคน

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก วอลลิส ค่อนข้างตรงกับสิ่งที่บริษัทรถยนต์หลายรายทำในช่วงหลายปีนี ้เช่นมาสด้า มีแผนโครกงารทำเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง พร้อมกับปลดระวางเครื่อง 1.3 ไปใช้เครื่อง 1.5 ในรถหลายรุ่น ส่วนทางโตโยต้าเอง ก็พัฒนาเครื่อง 2.5 ใหม่ เข้ามา เช่นเดียวกับเครื่อง 2.0

หรือมองไปทางซูบารุ อยู่ดีๆ ก็จะมีเครื่องยนต์ 2.4 เพิ่มเข้ามา ทั้งที่ไอเสียค่อนข้างเข้มงวดมากในปัจจุบัน

Comments

comments