Peugeot 2008 ครอสโอเวอร์ไซส์เล็ก ได้ความสปอร์ตเต็มคราบ

แบ่งปันเรื่องนี้

ในบรรดารถยนต์อเนกประสงคฝืที่เปิดตัวส่งท้ายปี 2021 นอกจากแบรนด์ตลาด อย่างค่ายจีน และค่ายญี่ปุ่นทาง แบรนด์รถยุโรป Peugeot ก็เปิดตัว Peugeot 2008 อเนกประสงค์สายพันธ์ุฝรั่งเศส ที่ออกมาเป็นรุ่นที่ 3 ของแบรนด์

Peugeot 2008 เกิดมาเป็นรถ Urban Crossover ขนานแท้ มุ่งเน้นการนำเสนอความเหมาะสมต่อการขับขี่ในเมือง สำหรับผู้ที่ต้องการมองหาความแตกต่าง จากบรรดารถยุโรปปัจจุบัน และค่ายนี้ไม่เหมือนรถเยอรมันที่เน้น การวิศวกรรม และความทันสมัย

Peugeot 2008 Test Drive Review

ตัวรถ Peugeot 2008 เจอหน้าครั้งแรกกก็น่าสนใจด้วยตัวรถที่ดูขนาดย่อมไซส์มินิ นำเสนอด้วย ตัวรถที่มีขนาดความยาวเพียง 4,300 มม.​กว้าง 1,770 มม​.และ สูง 1,550 มม.​มีระยะฐานล้อยาว 2,605 มม. ติดตั้งล้อขอบ 17 นิ้วแตกต่าง ด้วยยางแก้มสูง 215/60/R17 เอาไว้ตอบสนองในการใช้งาน

สิ่งที่แตกต่างจากรถรุ่นอื่นอย่างชัดเจน เป็นงานออกแบบ ที่ได้รับการใส่ใจในทุกมุมมอง น่าสนใจด้วยเส้นสายที่มีความแปลกใหม่ เด่นสะดุดตา ทันทีที่มองเห็นรถคันนี้ขับมาแต่ไกล โดยเฉพาะไฟ Daytime Running Light ที่มีทั้งในโคมไฟหน้า และบางส่วนที่ย้อยมาที่กันชนหน้า แทนความเป็นเขี้ยวสิงโต

ตัวรถออกแบบให้สูงจากพื้น ถ้าสังเกต จะพบว่า ไม่มีเสาอากาศ เพื่อความสวยงามในการงานออกแบบ บนหลังคามีราวหลังคาเล็กๆ มาให้ตอบการใช้งานถ้าต้องการ ส่วนชายล่างติดตั้งพลาสติกสีดำด้านป้องกันหินกระเทาะสี

ด้านหลัง ทางเปอร์โย ออกแบบตัวรถที่มีความแตกต่าง ด้วยเส้นสายความสปอร์ต เริ่มจากฝาท้าย ที่มีการออกแบบรมดำ พร้อมคำว่า Peugeot ติดตั้งไว้ห่าๆ ไฟท้ายแบบ กรงเล็บสิงโต ถูกวางตำแหน่งให้เล็ก แต่ส่องสว่างได้ไกลในยามกลางคืน ส่วนตัวผมแอบแปลกใจนิดหน่อย ตรงกันชนท้ายขนาดใหญ่พอตัว มันน่าจะป้องกันรถมาชนท้ายได้ดี มาพร้อมท่อไอเสียคู่ สปอร์ยเลอร์หลังคา ครบเซท

ภายนอกที่เด่นเป็นสง่า ภายในห้องโดยสารนำเสนอด้วย การออกแบบภายในห้องโดยสารที่เรียว่า i-Cockpit

Peugeot 2008 Test Drive Review

แนวคิดการออกแบบนี้ต่างจากรถรุ่นอื่น คือการพยายามความรู้สึกคล้ายกับคุณนั่งในเครื่องบินบินรบ สังเกตหน้าจอ จะมีการใช้การทับซ้อนข้อมูลหลายอย่าง ทำงานเป็นชั้นๆ เพื่อให้ชุดข้อมูลที่ถูกต้อง ดูมีความล้ำสมัยแตกต่างจากรถรุ่นอื่นที่เรารู้จักมา

หน้าจอ นั้น ทำงานด้วยสีเขียวเป็นหลัก บางคนอาจไม่ชอบก็เป็นไปได้ ส่วนตัวผมรู้สึกเฉยๆ กับเรื่องสีสัน ส่วนที่ไม่ชอบจริงๆ คือความเชื่องช้าในการปรับเปลี่ยนข้อมูล อาจต้องใช้เวลาเข้าใจมันสักหน่อย ในการทำงาน จึงจะเข้าใจอย่างจริงๆ โดยชุดจอนี้มีขนาด 10 นิ้ว ใหญ่พอจะบอกข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการ

เหลียวมองตรงกลาง หน้าจอความบันเทิง ให้ขนาดเพียง 7 นิ้ว เรียกว่าเพียงพอต่อการใช้งาน รองรับการเชื่อมต่อ Apple Car Play และ Android Auto สนับสนุนความบันเทิง และช้อมูลการขับขี่ ข่าวดี จุดชาร์จมีให้ทั้ง ซ้ายและขวา มาพร้อมลำโพงมากถึง 6 ตัว

เรื่องการโดยสาร เบาะนั่งคู่หน้า ทั้งคู่ปรับมือเอาตามสะดวก ฝั่งคนขับ จะปรับสูงต่ำได้ อาจด้วยที่ไม่คุ้นเคยกับรถฝรั่งเศส ผมค้นพบว่า การปรับ พนักพิงหลัง ค่อนข้างจะเยื้องหลังไปหน่อย เวลาจะปรับต้องล้วงเอื้อม รู้สึกไม่สะดวกนัก

พอมาดู เรื่องการโดยสารตอนหลัง พื้นที่โดยสาร มีพอประมาณ ข่าวร้าย ลูกเล่นตอนหลังไม่มีอะไรมากมายนัก มีเพียงที่เก็บของ ช่องวางขวดน้ำ ขาด ที่เท้าแขนตรงกลาง ,ช่องแอร์หลัง และช่องชาร์จไฟ แถมที่รองนั่งก็ทำออกมาค่อนข้างสั้น ดูเหมือนรถคันนี้จะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้รถในเมืองมากกว่าขับทางไกล หรือถ้าไป ก็ไปคนเดียวหรือ 2 คน

ใต้เรือนร่าง อเนกประสงค์คันนี้ แนะนำเครื่องยนต์ Pure Tech 1.2 ลิตร 3 สูบ ให้กำลังขับสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และ ทำแรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร มาตั้งแต่ 1,750 รอบต่อนาที ระบบเกียร์ ใช้ระบบอัตโนมัติ 6 สปีด จากผู้ผลิตชิ้นส่วน Aisin ขับเคลื่อนล้อหน้า มาพร้อม 3 โหมดการขับขี่ คือ Eco ,Normal และ Sport

การทดลองขับ

วันนี้ ได้รับเชิญมาก เรียกว่า เป็นทริปสั้นๆ ขับไปกินลมชมเมืองแล้ววนกลับ อาจจะยังตอบไม่ได้ทุกเรื่อง อย่างที่หลายคนรู้

ก่อนจะออกเดินทางทางเปอร์โย คุยกับเราว่า ทางแบรนด์วางตัวเป็น แนว High End MainStream หรือ เป็นรถตลาดที่มีคุณภาพดีกว่ าภาพแบบนี้เชื่อว่าหลายคนน่าาจะเห็นไปแล้วใน มาสด้า แต่ เปอร์โยต่างจากมาสด้าตรง การเป็นรถจากยุโรปแท้ๆ ชื่อชั้นแบรนด์ไม่เป็นสองรองใครในระดับโลก

ตอนเห็นรถครั้งแรกในความรู้สึกยอมรับว่ามันดูเล็กกว่าที่คิด แต่ถามก็บอกตามตรงว่าน่าสนใจไม่หยอกทีเดียวเชียว ด้วยเส้นสาย ดูดีแอบแปลกตา อย่างที่ทราบครับ ประเทศฝรั่งเศส ขึ้นชื่อเรื่องงานออกแบบและแฟชั่น เป็นทุนเดิม งานที่ออกมาจึงแปลก สะดุดตา จนรับรางวัล Reddot Design Award 2020 ไปตาม ความคาดหมาย นั่นเอง

สาธยายภายนอกและภายในมาพอตัว มาว่ากันขับขี่ ช่วงแรก ผมนั่งในตำแหน่งเบาะนั่งหน้า โดยมีเพื่อนสื่อขับให้โดยสาร ความรู้สึกแรกๆ ยอมรับว่า แปลก ช่วงล่างค่อนข้างติดแข็งสะเทือน เอาเรื่อ งทะเลาะกับหลุมบ่อ ฝาท่อกทม. ตลอดทาง ยิ่งขึ้นทางด่วน รอบต่ำระหว่างตอม่อ กึบกับ กึบกับเป็นม้า จากผลของยาง Good Year Tripple Max 2 ท บวกกับการเซทช่วงล่าง ที่ค่อนข้างแข็งเอาเรื่อง ให้ความรู้สึกสปอร์ตสุดๆ ผิดกับอเนกประสงค์หลายรุ่นที่ จะแข็งก็ไม่สุด แถมส่วนใหญ่ไปในทางนิ่มนวล

พอจัดท่านั่งได้ ก็เข้าเกียร์ออกตัวไปตามถนนแคบในย่านบางน้ำผึ้ง ยังไม่ได้ทำความเร็วมากมายอะไร แต่รวมๆ รู้สึกได้ว่า เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร เทอร์โบ ตอบสนองดีกว่าที่คาด เสียงเครื่องยนต์เองหนักแน่นให้อารมณ์สปอร์ต เมื่อคลุกเคล้ากับช่วงล่างแข็งๆ ได้ความรู้สึกสปอร์ต ในอเนกประสงค์คันนี้เต็มๆ

จากคนนั่งกลายมาเป็นคนขับ ,ผมขึ้นมาครั้งแรก ยอมรับว่าใช้เวลางมโข่ง กับ i-cockpit อยู่นานมาก ส่วนตัวมองว่า หน้าจอของมันใช้งานยาก เรื่องความสวยงามอาจจะดี แต่ การให้ประสบการณ์ผู้ใช้ค่อนข้างแย่ ในความรู้สึก แม้ว่า ผมจะเป็นคนวัยสามสิบกลางๆ เข้าใจเรื่องเทคโนโลยีก็ตาม

พอขึ้นทางด่วน ได้เวลาลองจริง เครื่องตัวนี้ กดปุ๊ปมาปั๊ป อาจจะไม่ทันใจเท่าเครื่องยนต์ไฮบริดทั้งหลาย ที่เร่งตามบาทามากกว่า ส่วนตัวรู้สึกว่าประเด้นน่าจะอยู่ที่ชุดเกียร์คอยจะรีบทอนเกียร์รอ ให้เครื่องอยู่ในช่วงที่เหมาะสมกับการใช้งาน

อาจจะด้วยรถยังใหม่ เกียร์เลยยังไม่ฉลาดพอจะตอบสนอง จนบางครั้ง มีอาการพยักเพยิดอยู่บ้าง ในจังหวะแตะเร่งแซง อาการนี้ จะชัดขึ้นเมื่อขับช่วงรถติดความเร็วต่ำ จนพอสังเกตุได้ ส่วนหนึ่งอาจเพราะไม่ได้ยก เกียร์ออโต้ 8 สปีดมาใช้ เหมือนที่ขายในยุโรป ซึ่งน่าจะนุ่มนลกว่านี้

ถ้าจะถามว่า รถใหญ่ขนาดนี้เครื่องเล็กประมาณนี้ ไหวไหม ตอบเลยว่าสบายหายห่วง นำหนักตัวเปล่ารถเพียง 1,240 กก. แต่เครื่องยนต์ ให้กำลังขับสูงสุด 130 แรงม้า และถ้ามาดูกราฟ เครื่องยนต์ตัวนี้ สามารถค้นหาได้ทั่วไป ต้องยอมรับว่า ค่อนข้างจะ มีแรงม้าใกล้เคียงสูงสุด ตั้งแต่ราวๆ 4,000 รอบต่อนาที กลางๆ ขึ้นมา แรงบิด สูงสุด ก้มต่ำ รู้สึกถึงแรงที่มีพลัง ถูกปลดปล่อยออกมาตลอดเวลา

เวลาเร่งไป อาจจะมีเสียงจังหวะ แค่ตอนเกียร์ลดอัตราทดให้คุณเร่งแซงให้สะดวก ก็แค่ เสี้ยววินาที ยอมรับว่า เกียร์ค่อนข้างฉลาดอยู่ ในระดับหนึ่ง และมันสอดคล้องกับช่วงล่างที่ค่อนข้างมาพร้อมความสปอร์ตในอารมณ์

ทางด้าน การบังคับเลี้ยว ต้องยอมรับว่า เปอร์โย ทำรถออกมาให้พวงมาลัย ค่อนข้างเล็ก ต่างจากรถจากยุโรปค่ายอื่น หรือกระทั่ง รถจากญี่ปุ่น

แรกๆ ต้องใช้ความคุ้นชินกับมันสักนิด พอคุ้นแล้ว จะรู้สึก ถึงความคล่องตัว ขับความเร็วต่ำค่อนข้างเบา แต่ไม่ถึงกับเบาหวิว ไปเลย ยังมีน้ำหนักอยู่ประมาณหนึ่ง ยิ่งขับเร็วน้ำหนักยิ่งมากขึ้นตามลำดับ

ด้วยความระยะทางสั้นมาก วันนี้เลยยังไม่ได้ลองทดสอบ โหมดต่างๆ ดูแต่ จากที่เห็นเพื่อนสื่อทดลองเล่น โหมด sport สั้นๆ เหมือนจะปรับ การตอบสนองเครื่องยนต์ของ เกียร์ เครื่องยนต์ และ คันเร่งให้เป็นไปตามต้องการ

ด้านระบบความปลอดภัย ทั้งหมด ยกมาจาก Peugeot 3008 ไม่ว่าจะ ระบบเตือนมุมอับสายตา , ระบบช่วยถอยจอด Visio Park คือ กล้องมองหลัง จะปรับโหมดการฉายเองอัตโนมัติ เมื่อเราเข้าใกล้วัตถุ ทางด้านหลัง , และรบบช่วงรักษาเลน

ที่จริง ยังมีระบบเตือนการชนทางด้านหน้าด้วย รวมถึงระบบเตือนความเหนื่อยล้าในขณะขับขี่

สรุป Peugeot 2008 สิงโตเล็ก เน้นสปอร์ต อาจไม่เหมาะ คนมีครอบครัว

ลงมาจากเจ้า สิงโตน้อยคันนี้ ภาพรวมมันถูกออกแบบมาเป็นรถยนต์สปอร์ต ครอสโอเวอร์ มุ่งเน้นในการใช้งานในเมืองเป็นหลัก และมุ่งเป้าลูกค้าคนรุ่นใหม่ มีใจชอบความสปอร์ต ไม่ชอบอเนกประสงค์จำเจ

Peugeot 2008

ที่สำคัญ เราอยากบอกว่า ไม่เหมาะกับคนที่มีลูกเล็กเด็กโต หรือ ต้องพาพ่อแม่เที่ยวบ่อยๆ ด้วยช่วงล่างที่ค่อนข้างติดแข็ง แต่กับหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ อาจเพิ่งประสบความสำเร็จจากการทำงาน รถรุ่นนี้ค่อนข้างเหมาะมันสมรรถนะดี ซื้อได้ในราคาที่คุณ สามารถซื้อรถญี่ปุ่นได้ ให้ความแตกต่าง สนนค่าตัว 1,189,000 บาท

แต่ถึงความจริงรถจะถูกสร้างมาแบบนั้น ทว่าข้อเท็จจริงคนซื้อรถอเนกประสงค์ ก็ยังมองหาฟังชั่นต่างๆในการใช้งาน อาทิเช่น เบาะไฟฟ้า ,ระบบความปลอดภัยขั้นสูง และ อื่นๆ กระจุกกระจิกที่ควรมี รถคันนี้ ยังขาดหลายอย่าง พอตัว

ถ้าเทียบกับราคา กับออพชั่นที่หายไป และคุณหาได้ในรถญี่ปุ่น ก็ต้องเรียนตามตรงว่า ต้องซื้อเพราะชอบดีไซน์และการขับขี่จริงๆ ออพชั่นไม่สนใจ

คนกลุ่มนี้ ที่จะคิดแบบนี้น้อยมากจริงๆ แต่มันก็ดีที่คุณจะขับรถแปลกแตกต่าง ไปไหนมาไหนจำได้ ถ้าคุณ เป็นคนสไตล์นี้ ก็ขอแสดงความยินดี คุณอาจเหมาะกับ เจ้าสิงโตคันนี้ก็ได้ครับ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments