Peugeot 2008 ครอสโวเวอร์สายแฟชั่นเตรียมเปิดราคาราว 1 ล้านบาท ขายปีนี้

แบ่งปันเรื่องนี้

Peugeot 2008 ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นล่าสุดเตรียมเผยโฉมในไทยปีนี้ หมายจะสู้กับคู่แข่งค่ายญี่ปุ่น ด้วยการตั้งราคาเย้ายวนใจในช่วง 1 ล้านบาท

นับตั้งแต่ที่แบรนด์เปอโยต์กลับเข้าสู่สมรภูมิรถยนต์ในไทยอีกครั้งเมื่อสิงหาคมปี 2019 ที่ผ่านมา พร้อมกับเปิดตัวรถคอมแพ็คเอสยูวีอย่าง Peugeot 3008 กับ 5008 ที่นับเป็นอีกหนึ่งอเนกประสงค์สไตล์ครอบครัวที่น่าสนใจ ซึ่งทำยอดขายนับจากเปิดตัวจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 มียอดสะสมกว่า 200 คัน

 

 

ภายในปีนี้เปอโยต์พร้อมรุกตลาดกระแสหลักในกลุ่มครอสโอเวอร์ราคาราว 1 ล้านบาท ซึ่งครองตลาดโดยรถสัญชาติญี่ปุ่น อาทิ Honda HR-V, Toyota C-HR และ Mazda CX-3 รุ่นเดิม ด้วยการเปิดตัว Peugeot 2008 ครอสโอเวอร์คันล่าสุดที่มีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ที่ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวไปในตลาดยุโรปไม่นานมานี้ โดยรถเวอร์ชั่นขายไทยจะนำเข้ามาจากโรงงานประกอบรถยนต์ในมาเลเซีย

Peugeot 2008

Peugeot 2008

 

 

สำหรับในตลาดต่างประเทศนั้น 2008 มีตัวเลือกเครื่องยนต์ 5 แบบ แบ่งเป็นดีเซล 2 แบบ เบนซินอีก 3 แบบ โดยจากข้อมูลคาดว่ารถโฉมไทยจะได้ใช้เครื่องเบนซินเทอร์โบ 3 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุดตั้งแต่ 100 – 155 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดตั้งแต่ 205 – 240 นิวตันเมตร ที่ 1,750 รอบ/นาที จับคู่กับอัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า ซึ่งระดับความแรงที่จะมาให้คนไทยได้ใช้นั้นต้องรอรุ่นว่าจะได้ตัว 100 แรงม้า 205 นิวตันเมตร หรือ 130 แรงม้า 230 นิวตันเมตร หรือ 155 แรงม้า 240 นิวตันเมตร กันแน่

 

 

นอกจากนี้ ทางเปอโยต์ยังเปิดเผยถึงข่าวคราวของกระบะคันล่าสุดที่เพิ่งเปิดสเป็คไป นั่นก็คือ Peugeot Landtrek ที่ตามข่าวเดิมระบุว่าถูกสร้างเพื่อบุกตลาดลาตินอเมริกากับแอฟฟริกาบางประเทศ แต่จากการให้ข้อมูลของ ลอเรนซ์ โนเอล รองประธานอาวุโส อาเซียน, กรุ๊ป พีเอสเอ เผยว่าภายในปี 2022 พวกเขาจะนำรถกระบะดังกล่าวเข้ามาขายในไทย โดยเริ่มแรกจะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งานสมบุกสมบัน หรือ Workhorse จากนั้นค่อยนำรุ่นที่ใช้งานได้หลากหลายสไตล์มาภายหลัง

 

 

อีกข่าวดีสำหรับลูกค้าเปอโยต์ในไทยก็คือ ตอนนี้ใครที่อยู่ระแวกสุขุมวิทหรือใกล้เคียง สามารถเข้ามาดูรถหรือนำรถของตนมารับบริการได้ที่แฟลกชิปโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการสาขาสุขุมวิท ซึ่งพร้อมให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายครบวงจรแบบ one-stop service ด้วยศูนย์บริการมาตรฐานพร้อมอู่ซ่อมสีและตัวถัง ติดตั้งอุปกรณ์อันทันสมัย มีเครื่องมือพิเศษสำหรับวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด ผสานการสต็อกอะไหล่อย่างเป็นระบบ

 

 



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments