Opel Corsa-e จะกลายเป็นรถแข่งแรลลีไฟฟ้าคันแรกของโลก

แวดวงมอเตอร์สปอร์ตสายลุยทางฝุ่นจะได้คู่แข่งหน้าละอ่อน Opel Corsa-e เตรียมกลายร่างเป็นแรลลีคาร์พลังไฟฟ้าคันแรกของโลก

แบรนด์ Opel หลังจากที่อยู่ภายใต้การบริหารงานในเครือ GM ชื่อเสียงของรถยี่ห้อนี้ในไทยถึงถูกลบเลือนหายไปจนคนยุคใหม่แทบไม่มีใครรู้จัก ทั้งที่จริงแล้วพวกเขายังคงสร้างสรรค์รถใหม่ๆ ออกมาขายโฟกัสเฉพาะที่ตลาดยุโรป และเมื่อไม่กี่อึดใจที่ผ่านมาโอเปิลระบุว่า Opel Corsa-e จะกลายมาเป็นรถแข่งแรลลีหัวใจมอเตอร์ไฟฟ้าคันแรกของโลก

โอเปิลเล่นเกมง่ายด้วยการนำ Opel Corsa-e มาปรับแต่งใส่ของเพิ่มสมรรถนะทุกด้านเพื่อเตรียมพร้อมแข่งในรายการ 2020 ADAC Opel e-Rally Cup ซึ่งพื้นฐานเดิมใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 136 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร ติดตั้งแบตเตอรีความจุ 50 กิโลวัตต์ชั่วโมง จากนั้นติดตั้งลิมิเต็ดสลิปของ Torsen เจ้าดังกับอุปกรณ์อื่นๆ ให้เหมาะสมต่อการแข่งขันแรลลี

อุปสรรคที่แรลลีคาร์คันจิ๋วหัวใจไฟฟ้าจะต้องพบเจอตลอดการเดินทางผ่าน 18 ประเทศนั้น ถือว่าโหดหินพอตัวสำหรับรถไฟฟ้าที่ผลิกผันตัวเองมาลงแข่งรายการทางฝุ่น ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 8.1 วินาที ก็จัดว่าพอหอมปากหอมคอเมื่อเทียบกับคู่แข่งอื่นๆ ในสนาม

CEO ของแบรนด์โอเปิล Michael Lohscheller กล่าวว่า พวกเขาภูมิใจและเชื่อมั่นว่าการนำ Opel Corsa-e ที่เกิดมาเพื่อตอบสนองการใช้งานโดยผู้คนทุกเพศทุกวัย จะสามารถทำหน้าที่การเป็นรถแข่งในรายการแรลลีได้เต็มประสิทธิภาพ และยังภูมิใจว่าโอเปิลคือรายแรกที่ผลักดันให้รถไฟฟ้าลงแข่งแรลลีคาร์เป็นคันแรกของโลก

สำหรับจำนวนการผลิต Corsa-e ตัวแข่งทางบริษัทแม่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะสร้างมาทั้งสิ้น 15 คัน เพื่อใช้ลงแข่งในฤดูกาล 2020-2021 ของรายการแข่ง ADAC e-Rally Cup ซึ่งมีการประเมินราคาของรถพวกนี้เอาไว้ที่คันละไม่เกิน 50,000 ยูโร (ราว 1,700,000 บาท)

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆ จากพวกเรา Ridebuster.com

Comments

comments