รถเก่าแลกรถใหม่ .. นโยบายแนวคิดดี มากกว่าที่คิด

ท่ามกลางกระแสภาวะไม่สู้ดีของเศรษฐกิจ ท่ามกลาง วิกฤติจากไวรัส โควิด 19 แนวทางต่างๆ ถูกนำเสนอออกมาเป็นแนวทางในการพลิกวิกฤต เป็นโอกกาส 2-3 วันที่ผ่าน ประเด็นรถเก่าแลกรถใหม่กลับมาอีกครั้ง เมื่อภาคเอกชน พร้อมเล่นด้วย ถ้าภาครัฐมีทิศทางที่ชัดเจน

แนวทางรถเก่าแลกรถใหม่ พูดกันมาตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว มาจนกลางปีที่ผ่านมา ด้วยแนวทางการมอบเงิน 1 แสนบาท สำหรับการนำรถยนต์เก่าตามเงื่อนไจ หรือ ซากรถมาแลกส่วนลดการซื้อรถใหม่ ให้มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท สำหรับรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า

เรื่องนี้ดูไม่ต่างจากโครงการรถคันแรก ออกมากระตุ้นหลังจากเกิดภาวะน้ำท่วมช่วงปี พ.ศ. 2554  จนถูกวิจารณ์ไปต่างๆ นานา ในหลายประเด็น มากมาย

ในประเทศไทย รถยนต์เป็นหนึ่งในสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตมากขึ้น และราคารถก็ทวีสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากการให้ออพชั่นต่างๆ มากขึ้น เทคโนโลยีในรถใหม่ที่มีความทันสมัยมากขึ้น ทำให้รถใหม่ในวันนี้ แม้แต่รถอีโค่คาร์ที่เคยมีราคาถูกจับต้องง่ายในอดีต มีราคาสูงขึ้นตามลำดับตามที่ผู้ผลิตเห็นสมควร

มุมการใช้งานรถยนต์ของคนไทย การซื้อรถใหม่สักคันไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะหาเงินาน์ ไหนจะต้องผ่อนต่อ อย่างน้อยอีก 5 ปี เป็นอย่างต่ำ เมื่อผ่อนหมดภาระ หลายคนจึงอยากใช้รถที่ตัวเองสู้อุตส่าห์หามาอีกหลายๆ ปี นานที่สุดเท่าที่ทำได้

คนไทยไม่เมีความคิดอยากจะเปลี่ยนรถถ้าไม่จำเป็น เช่น มีครอบครัว , รถเสียจนซ่อมบำรุงยาก หรือ ชนหนักไม่คุ้มค่าซ่อม ทำให้ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการซื้อเพิ่ม ไม่หมุนเวียนเปลี่ยนไป

การออกมาโยนหินถามทางโครงการ รถเก่าแลกรถใหม่ของภาครัฐ ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่ง มาจากอดีตที่ไม่น่าโสภาของโครงการรถคันแรกสมัยรัฐบาลชุดเก่า ประกอบกับ แนวทางในเรื่องนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนจากภาครัฐ ว่าจะมีเงื่อนไข อย่างไร ทำให้สังคมออนไลน์ต่างวิจารณ์ไปต่างๆ นานา

อันที่จริงเรื่องรถเก่าแลกรถใหม่ เป็นแนวทางที่มีการนำเสนอมานานกว่า 10 ปีแล้ว จากทางบริษัทรถยนต์ว่า ภาครัฐควรจะจริงจังต่อการส่งเสริมให้คนเปลี่ยนมาใช้รถยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งมีเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ดีกว่า ทั้งลดการปล่อยไอเสีย และประหยัดน้ำมันมากกว่า ทั้งยังสามารถลดปัญหาการจราจรได้ในทางหนึ่ง เพราะ ถนนเมืองไทย ทุกครั้งที่มีรถจอดเสียข้างทาง หรือ กีดขวา การจราจรจะติดขัดมาก เหตุผลหลักๆ ก็มาจากรถเก่าด้วยส่วนหนึ่ง

แนวทางรถเก่าแลกรถใหม่นี้ เคยถูกนำเสนอต่อภาครัฐในชื่อ  Fleet Modernize  ให้ภาครัฐสนับสนุนประชาชน เปลี่ยนรถเก่าที่ใช้ไปสู่รถใหม่กว่า โดยการให้เงินสนับสนุน

แม้ว่าในมุมหนึ่งจะดูเหมือน มันเป็นอุบายขายรถจากบริษัทรถยนต์ ด้วยตอนนั้นข้อเสนอนี้เอง มาจากทางอดีตผู้บริหารของเชฟโรเล็ตที่มีวิสัยทัศน ต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถใหม่ในไทย

เหตุการณ์กลับตาลปัตรในงวดนี้ เพราะครั้งนี้เป็นภาครัฐ ที่ออกมาโยนหินถามทาง และอาจเป็นนาทีทองประชาชน ที่จะมีโอกาสได้ใช้รถใหม่ไม่ต้องทนใช้รถคันเดิม ที่อาจจะสามวันดีสี่วันไข้ หรือเก่าไม่ได้ใช้ แต่จะทิ้งไปเฉยๆ ก็เสียดาย

การเปลี่ยนรถเก่าเป็นรถใหม่ มีข้อดีหลายประการ กว่าที่เราคิด

ข้อแรก ในแง่การขับขี่ รถใหม่ส่วนใหญ่จะมีเทคโนโลยีที่ดีกว่า สำหรับการขับขี่โดยเฉพาะทางด้านการประหยัดน้ำมันที่มากกว่า เดิม ช่วยประหยัดเงินที่จะต้องจ่ายกับค่าเชื้อเพลิง โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่อย่างรถยนต์ไฮบริด ที่ถูกกังขาเรื่องค่าใช้จ่ายในระยะยาว แ

ประการต่อมาที่เคียงข้างกันอย่างปฏิเสธไม่ได้ คือ เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น รถรุ่นใหม่ถูกควบคุมด้วยมาตรการไอเสียที่เข้มข้นขึ้นจากทางภาครัฐบาล โดยเฉพาะแนวคิดภาษี  Co2   บังคับให้บริษัทผู้ผลิตจะพยายามนำเสนอเทคโนโลยีที่ดีกว่าเพื่อลดการปล่อยไอเสีย

โดยจากรายงานของข้อมูลกรมการขนส่งทางบกปี 62 รวบรวมโดย Thaipbs พบว่า มีรถยนต์อายุมากกว่า 10 ปี จำนวน 13,800,000 คัน หากนำมากำจัดสามารถลด PM 2.5 ได้ถึงร้อยละ 50 ขณะที่รถยนต์อายุมากกว่า 16 ปี จำนวน 7,100,000 คัน หากนำมากำจัดสามารถลด PM 2.5 ได้ถึงร้อยละ 40 และรถยนต์อายุมากกว่า 20 ปี จำนวน 4,300,000 คัน หากนำมากำจัดสามารถลด PM 2.5 ได้ถึงร้อยละ 30

นี่ชี้ให้เห็นว่าเรื่องฝุ่น  PM2.5   นั้น มาจากรถเก่าด้วยส่วนหนึ่ง และอาจเป็นส่วนสำคัญ พอๆ กับการเผาในที่โล่ง ของชาวบ้าน

ข้อสาม ไม่ต้องมองไกล ถ้าคิดว่าซื้อรถใหม่ คุณมีแต่เสียมากกว่าได้ก็คิดผิด ปัจจุบันเรื่องความปลอดภัยในรถยนต์มีการพัฒนามากขึ้น ไม่ว่าจะการพัฒนาทางด้านวิศวกรรมในเชิงโครงสร้างตัวถัง, ระบบความปลอดภัยช่วยในการขับขี่ ที่มีมาให้มากขึ้น ช่วยให้คุณอุ่นใจในการเดินทาง

ไม่เพียงเท่านี้ สำหรับใครที่ไม่ชอบดูแลรถยนต์นัก การซื้อรถใหม่ในปัจจุบัน บางค่ายมีการนำเสนอแพ็คเกจดูแลรถยนต์ต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปี 100,000 ก.ม. บางยี่ห้อ สามารถยืดได้สูงสุด 5 ปี  มันช่วยให้คุณดูแลรถใหม่ที่ใช้ให้มีสภาพการใช้งานดีเสมอ ไม่ต้องกังวลขับไปจะไปตายที่ไหนให้เดือดร้อนชาวบ้าน โดยเฉพาะถ้าคุณใช้รถในเมืองเป็นประจำ

ในทางภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ ผู้ผลิตก็ได้รับผลดีทางด้านยอดขาย มียอดสั่งซื้อรถใหม่เพิ่มต่อเนื่อง กระทบไปถึงภาคแรงงานในอุตสาหกรรมนี้ ก้จะถูกจ้างงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ หากแนวทางนี้ใช้ไปต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้ราคารถใหม่มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากคนมีแรงจูงใจเปลี่ยนรถใหม่ตามเวลาที่กำหนดแน่นอน ไม่ใช่ช้กันไปยันลูกบวชไม่ยอมเปลี่ยน

มุมหนึ่งมันอาจจะกระทบต่อตลาดรถยนต์มือสอง คล้ายในหลายประเทศที่เจริญแล้วรถยนต์มือสองมีราคาขายถดถอยลงไป สร้างโอกาสแก่คนที่มีรายได้น้อยมากขึ้น กลับกันรถใหม่ก็มีราคาถูกลงในภาพรวมด้วย เพราะมีกำลังซื้อหมุนเวียนเข้ามาตลอด ไม่ว่าจะเปลี่ยนรถยนต์ตามอายุการใช้งาน หรือซื้อเพิ่ม

สร้างโอกาสให้ผู้ผลิตพร้อมจะแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ดีมีคุณค่าแก่ตลาดประเทศไทย คล้ายในหลายประเทศที่มีกำลังซื้อสูงเช่น จีน หรือในยุโรป

แต่ถ้าไม่มองไหล ตอนนี้เศรษฐกิจไทยกำลังถูกกัดกร่อนจากภาวะไวรัสโควิด 19 อุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสันหลังของประเทศมาช้านาน  การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายที่ได้ผล และเป็นประโยชน์เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งในญี่ปุ่นเคยดำเนินแนวทางนโยบายนี้ร่วมกับโครงการ  Kei Car  ในอดีต และได้ผลดีอย่างมากในการฟื้นฟูประเทศ

ขณะที่รถเก่าที่ภาครัฐได้มา ก็จะต้องมีการแยกชิ้นส่วนอะไหล่ ทั้งเพื่อนำไปรีไซเคิล หรือให้ผู้ใช้อยู่มีอากสเข้าถึงซ่อมบำรุงรถตัวเองให้มีสภาพดี ก็จัดว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

ให้พูดกันตามจริง เราค่อนข้างเห็นด้วยกับแนวคิด รถเก่าแลกส่วนลดซื้อรถใหม่ของภาครัฐบาล เพียงแต่คำถามคือ แนวทางที่ชัดเจนจากรัฐว่าจะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยกับโครงการรถคันแรกในอดีต

เงื่อนไขที่ชัดเจน การเข้าถึงได้สำหรับทุกคน และแนวทางกำจัดรถเก่าที่รัฐซื้อไป หรือกระทั่งรถเก่าขนาดไหน เงื่อนไจอะไรบ้าง ก็มีส่วนสำคัญ ซึ่งวันนี้รอเพียงภาครัฐชี้ว่าจะเป็นเอาจริงในเรื่องนี้หรือไม่

 

เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง

ติดตามได้ทาง  Facebook

 

 

Comments

comments