ฟอกเกียร์ ดูแลระบบเกียร์ให้ดีเหมือนใหม่ มันทำอย่างไรกัน

ในช่วงหลายีที่ผ่านมา เราได้ยินแนวทางการดูแลรักษารถยนต์ที่เรารักใหม่ๆ มากมาย ทั้งการเคลือบแก้ว ,เติมลมไนโตรเจน แต่อีกอย่างหนึ่งที่ดูจะถูกพูดถึงมากไม่แพ้กัน คือการฟอกเกียร์ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก และมีให้บริการอย่างแพร่หลายในไทย

การฟอกเกียร์ หรือ   oil gear flushing   เป็นกระบวนการดูแลเกียร์ในโลกยุคใหม่ ซึ่งต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญของช่างผู้ชำนาญการและเครื่องมือพิเศษในการทำงาน เพื่อล้างน้ำมันเกียร์เก่าคงค้างออกจากระบบเกียร์ให้หมดจด ให้น้ำมันเกียร์ใหม่ได้เข้าสู่ระบบและใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ในอดีตไม่มีการล้างระบบเกียร์แบบนี้ เนื่องจากเราต่างมั่นใจว่า การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามปกติ ก็สามารถดูแลชุดเกียร์ที่เราใช้ให้มีประสิทธิภาพในการทำงานอย่างดีแล้ว แต่ข้อเท็จจริงหนึ่งของระบบเกียร์ออโต้ที่ทวีความนิยมจนกลายเป็นรถที่ทุกคนใช้ คือ มันมีความซับซ้อน น้ำมันเกียร์ถูกนำไปใช้ในส่วนต่างๆ ของระบบเกียร์ อาทิ ระบบไฮโดรลิก , รวมถึงตัวส่งกำลังจากเครื่องยนต์ หรือที่เรียกว่า   Torque Convertor

น้ำมันเกียร์ส่วนใหญ่จะยังอยู่ในระบบต่างๆ เหล่านี้ มากกว่าร้อยละ30 ดังนั้นการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์จากในอ่างน้ำมันเกียร์ หรือ กรองเกียร์ จึงเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ทำให้คุณไม่ได้ประสิทธิภาพน้ำมันเกียร์ใหม่เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น

ฟอกเกียร์

อันที่จริงคำว่า “ฟอกเกียร์” มาจากคนไทยเรา อ้างอิงจากขั้นตอนกระบวนการ ที่มีความคล้ายคลึงกับการฟอกไต ในปัจจุบัน หลักการคือ นำน้ำมันเกียร์ใหม่ส่งแรงดันเข้าไปในชุดเกียร์ เพื่อดันน้ำมันเก่าที่คงข้างในระบบออกมา แล้วดูดน้ำมันเกียร์เก่าออกมาทิ้ง ก่อนเติมน้ำมันเกียร์ใหม่

ทำแบบนี้ไปเรื่องจนกระทั่งน้ำมันเกียร์ทั้งเก่าและใหม่ มีความใสเท่ากัน เป็นอันจบพิธีกระบวนการฟอกเกียร์

ฟังดูเหมือนง่าย แต่ถ้าคุณมีโอกาส ค้นหา คำว่า “ฟอกเกียร์” จาก  Google  จะพบว่าค่าฟอกเกียร์ในแต่ละครั้ง ที่มีการเปิดเผยออกมาไม่ได้ถูกเงินเท่าไรนัก ส่วนใหญ่จะมีราคาแพงกว่าการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ 2-3 เท่า แปรเปลี่ยนไปตามขนาดรถยนต์ที่เข้ารับบริการ

สาเหตุที่การฟอกเกียร์แพงกว่าการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามปกติ เนื่องจากต้องใช้น้ำมันเกียร์มาเป็น 2 หรือ 3 เท่า ไปไล่น้ำมันเกียร์เก่าออกจากระบบ จำนวนนั้นไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจน ขึ้นอยู่กับความสกปรกของน้ำมันเกียร์ที่คงค้างในระบบ ยิ่งสกปรกมาก ยิ่งต้องใช้น้ำมันจำนวนมากในการทำการไหลเวียน จึงจะสะอาดหมดจด

ฟอกเกียร์

ฟอกเกียร์
น้ำมันเกียร์ Eneos ตัวนี้คุณภาพมาก ผมใช้มากว่า 40,000 ก.ม. ยืนยัน ว่าแจ๋วจริงครับ

จึงเป็นสาเหตุว่า ทำไมไม่มีใครบอกได้ว่า ค่าฟอกเกียร์ในแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายเท่าไร เพราะการดูรักษารถยนต์ของแต่ละคัน และสภาพรถที่เข้ารับบบริการแต่ละคันไม่เหมือนกัน

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะเริ่มสนใจการฟอกเกียร์ขึ้นมาบ้างแล้ว  ผู้เชี่ยวชาญการดุแลรถจาก   Injection Motor Sport   กล่าวกับเราว่า การฟอกเกียร์เหมาะสำหรับรถทุกประเภทที่ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ ทั้ง   CVT   หรือ เกียร์อัตโนมัติปกติ ส่วนเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ และเกียร์ธรรมดา ไม่จำเป็นต้องฟอกเกียร์ เนื่องจากสามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำมันได้เกือบหมด จึงไม่มีความจำเป็น

การฟอกเกียร์ สามารถทำได้ทั้งรถใหม่ และแนะนำอย่างยิ่งสำหรับรถเก่า  ที่มีการใช้งานมานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีอายุมากกว่า 1 แสน กิโลเมตร สมควรอย่างยิ่งจะรับบริการฟอกเกียร์ เนื่องจากอาจจะมีความสกปรกจากน้ำมันเกียร์คงค้างในระบบที่เปลี่ยนถ่ายไม่หมด ซึ่งท้ายที่สุดทำให้คราบสกปรกอยู่ในระบบ ลดประสิทธิภาพการทำงานของชุดเกียร์ ทำให้ต้องใช้คันเร่งเพิ่มขึ้น เกียร์ทำงานไม่เต็มจังหวะหรืออาจเชื่องช้ากว่าเดิมเวลาขับขี่ใช้งานบ้าง การตอบสนองไม่เหมือนวันแรกที่ออกจากโชว์รูม อย่างที่ควรจะเป็น

อย่างไรก็ดี ส่วนสำคัญของการฟอกเกียร์ไม่ได้อยู่เพียงแค่กระบวนการ ซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญชำนาญในการทำงาน หากตัวน้ำมันเกียร์ที่นำมาใช้ในขั้นตอนยังสำคัญไม่แพ้กันด้วย

ที่   Injection Motor Sport  ใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันเกียร์คุณภาพสูง ทั้งจากของญี่ปุ่น น้ำมันเกียร์  Eneos  มีทั้งสำหรับเกียร์ธรรมดา และเกียร์   CVT   และหากไม่ถูกใจ ยังมีแบรนด์เยอรมัน  Liqui Moly   ให้เลือกพร้อมให้บริการสำหรับรถยุโรปชั้นนำทั้งหลาย

ทดลองใช้บริการ

วันนี้ผมเอารถ Subaru  XV  2015 มาลองใช้บริการ รถคันนี้ปัจจุบันวิ่งมาประมาณ 76,000 กิโลเมตร เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ล่าสุด ตอนระยะ 37,000 กิโลเมตร ซึ่งก็ถือว่าการมารับบริการครั้งนี้ เป็นไปตามรอบการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์พอดี

หลังจากต่อเครื่องมือเรียบร้อย ทางร้านเตรียมน้ำมันเกียร์ เอเนออส ไว้ 2 แกลลอน 8 ลิตร แต่คาดว่าอาจจะใช้มากกว่านี้อีกหน่อย เผื่อข้างในมีความสกปรกมาก

เดินเครื่องดูน้ำมันเก่าออกมา ไม่น่าเชื่อ น้ำมันที่เคยใสในวันวานตอนเปลี่ยน 30,000 กว่า กิโลเมตร ที่แล้วมีความคล้ำขึ้น พี่เป้  นายช่างใหญ่ของ   injection  Motor sport   บอกกับผมว่า นี่ยังดี บางคันดูดมาแล้วสีไม่ใส ดำคล้ำ ยิ่งรถเกียร์ออโต้ปกติ  (ที่ใช้น้ำมันเกียร์ออโต้สีแดง) จะยิ่งเห็นชัดว่า น้ำมันเกียร์สกปรก เนื่องจากคราบสกปรกจะเปลี่ยนสีแดงเป็นสีดำ ไม่เหมือนน้ำเกียร์ของระบบ  CVT

ดูดออกเสร็จ ก็เปิดเครื่องเอาน้ำมันเกียร์ใหม่ใส่เข้าไปในระบบ ในระหว่างนี้เครื่องยนต์สตาร์ททิ้งไว้เดินเบาตามปกติ จากนั้นดูดกลับออกมา ตรวจสอบแล้วทิ้งออกจากระบบ ก่อนเติมน้ำมันใหม่เข้าไปอีกครั้ง ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนกระทั่งน้ำมันเกียร์ 2 ฝั่ง ใส่ เหมือนของใหม่

ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลา เกือบๆ 2 ชั่วโมงในการทำงาน พี่เป้ บอก Ridebuster   ว่า ยิ่งรถที่มีความสกปรกในชุดเกียร์มาก เช่นไม่เคยดูแลเลย ก็ยิ่งใช้เวลานาน และจำนวนน้ำมันเกียร์มากขึ้น ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายแพงขึ้นตามลำดับ

อย่างรถ ซูบารุ  XV   ที่นำมาทำการฟอกเกียร์ ในครั้งนี้ สรุปจบขั้นตอนเราใช้น้ำมันไป 10 ลิตร  ราคาลิตรละ 500 บาท แค่น้ำมันเกียร์ก็ปาไป 5,000 บาทแล้ว ค่าดำเนินการเราเสียไป 1,500 บาท สรุปค่าใช้จ่ายรวมของเรา 6,500 บาท

หลังออกจากร้านลองขับขี่  รู้สึกได้ทันทีว่าแตกต่าง ชุดเกียร์ตอบสนองดีขึ้น จนเดินคันเร่งเบาๆก็สามารถเร่งแซงได้ดีขึ้น รถดูลื่นขึ้น การเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละจังหวะนิ่มนวลขึ้นไม่สะดุด อย่างชัดเจน

วันต่อมาคุณแฟนเอารถไปทำงาน ก็บอกแบบเดียวกับที่ผมรู้สึก รถขับลื่นขึ้น เร่งแซงสบายขึ้น เกียร์เปลี่ยนนิ่ม และที่สำคัญที่สุดเลยได้ประหยัดน้ำมันขึ้นด้วย จะว่าเป็นเพราะถนนโล่งคงไม่ใช่เพราะตอนนี้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

 

การฟอกเกียร์ถือเป็นหนึ่งในการดูแลเกียร์ที่ดีอีกประการสำคัญ แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะแพงสักหน่อย แต่มันเหมือนคุณทำความสะอาดชุดเกียร์ครั้งใหญ่เอาสิ่งสกปรก ส่วนที่ได้กลับมาคือประสิทธิภาพการขับเคลื่อนเต็มที่ตอบสนองดี

สำหรับใครที่สนใจการฟอกเกียร์โดยผู้เชี่ยวชาญ ใช้น้ำมันเกียร์คุณภาพทั้งจากญี่ปุ่น และจากเยอรมัน  สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล ได้ที่   Injection Motor Sport   โทร  081-999-5915  หรือสอบถามผ่านทางหน้าแฟนเพจ   Injection Motor Sport   จะนัดแนะเข้ารับบริการ หรือ สอบถามเบื้องต้นก็ได้เลยนะครับ

พี่เป้บอก ยินดีให้บริการกับทุกคน เสมอนะครับ 

 

 

 



Comments

comments