Nissan Serena e-Power ลองอีพาวเวอร์พ่อบ้าน ของดีควรค่า แก่สายครอบครัว

แบ่งปันเรื่องนี้

กว่าปีที่นิสสัน เปิดตัวรถ Nissan kicks e-Power   ออกมาวาวจำหน่าย ให้หลังไม่นานในญี่ปุ่นก็เผย  Nissan Note e-power  ตามออกมาอย่างรวดเร็ว การมาของรถยนต์ระบบขับเคลื่อนใหม่ อีพาวเวอร์ เริ่มเป็นที่รู้จักของคนไทยมานาน ทว่ายังมีอีกรุ่นที่ขายในไทย และน่าสนใจไม่แพ้กัน

ถ้าจะลำดับว่า รถรุ่นไหน เป็นอีพาวเวอร์ รุ่นแรกที่ขายในประเทศไทย ตำแหน่งนี้ คงจะต้องยกให้ เจ้า  Nissan Serena  e-Power   ไปโดยปริยาย นิสสัน เซเรน่า อีพาวเวอร์ เข้ามาด้วยความตั้งใจในการนำเสนอสิ่งใหม่ ตั้งแต่คนไทยน้อยคนรู้จัก อีพาวเวอร์ จนวันนี้ที่พูดกันอย่างแพร่หลาย

Nissan Serena e-Power Review

รถรุ่นนี้ นำเข้าโดยทาง อีตั้น อิมพอร์ท เจ้าตลาดรถนำเข้าตัวยง ที่มองการไกล เห็นแนวโน้มการทำตลาดรถยนต์นั่ง  ทรง Mini Van  ขนาดกำลังใช้งาน เหมาะแก่การขับขี่ในเมือง

สำหรับใครที่ไม่รู้จักมัน รถคันนี้เปรียบเหมือนน้องชายของ  Nissan Elegrand   ตัวรถพัฒนาออกมาขายแล้วกว่า 5 รุ่น เป็นหนึ่งในรถที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น ในฐานะรถสำหรับครอบครัวใช้เดินทางทั้งในวันปกติ และท่องเที่ยวได้ในวันว่าง

ตัวรถ Nissan serena  e-Power  เริ่มแนะนำตัวด้วยขนาดตัวมีความยาว  4,685 มม. กว้าง 1,695 มม. และสูง 1,865 มม. อย่างที่เห็น ตัวรถออกมาในทรงกล่องสี่เหลี่ยม ทรงสูงพร้อมกระจกทุกบานที่มีขนาดใหญ่ ทรงนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในไทย แต่ที่ญี่ปุ่นได้รับความนิยมมากพอสมควรเลยทีเดียว

ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ถูกติดตั้งเข้ามาพร้อมยาง 195 /65/R15  ยางไซส์ปกติมาตรฐาน หาซื้อได้ทั่วไป เน้นความเรียบง่ายในการใช้งาน ตัวรถมาพร้อมประตูบานกว้างๆ เปิดขึ้นลงได้สะดวกโยธิน ส่วนบานหลัง เป็นประตูสไลด์ ไฟฟ้า 2 ด้าน ใช้งานอย่างสะดวก

Nissan Serena e-Power Review

ประตูท้ายรถ เปิดด้วยมือ คนไทยอาจไม่ชอบจุดนี้แต่ข้อดีของมัน คือมีความเบา ไม่หนักมาก ผู้หญิงก็สามารถใช้งานได้ ครึ่งบานด้านบน สามารถเปิดได้ในยามของเยอะ ไม่ต้องเปิดทั้งบานช่วยสะดวกในการใช้งานมากขึ้นด้วย

ตบเท้ามาดูในห้องโดยสาร  Nissan  Serena   นำเสนอ ภายในสีเบจเน้นโทนความสว่าง ทำให้ดูใหญ่กว่าตัวมันภายนอก ที่จริงแล้วจากข้อมูลในประเทศญี่ปุ่น เทียบรถรุ่นนี้กับค่ายอื่น มันมพื้นที่การใช้สอยในห้องโดยสารมากที่สุด ด้วยความยาว 3,240 มม. จากคนโซลหน้า ไปถึงเบาะแถว 3 มีความกว้างสูงสุด 1,545 มม. ช่วยให้รถมีความลงตัวในการใช้งานอยู่พอสมควร

อย่างที่กล่าวไป รถคันนี้มีเบาะ 3 แถว สามารถรองรับการโดยสารสูงสุดได้ 7 ที่นั่ง เบาะนั่งแถว 2 เป็นเบาะแบบแยกตอนอิสระซ้ายขวา ที่สมัยนี้ชอบเรียกว่า  Captain Seat   ตัวเบาะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็นั่งได้สบาย มีที่เท้าแขนมาให้และสามารถปรับเอนและเลื่อนได้ตามต้องการ

Nissan Serena e-Power ภายในห้องโดยสาร

ทางด้านหลัง เบาะนั่งแถว 3 ออกแบบให้สามารถปรับพับได้ในอัตรา 50/50  ใช้การพับเก็บแบบแขวนข้าง ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมภาระได้ตามต้องการ

ยามใช้งาน เท่าที่มีโอกาสลองนั่ง เป็นเบาะนั่งที่นั่งสบายอยู่พอสมควร แม้จะไม่เท่าสวรรค์ชั้น 7 เบาะแถว 2 ก็ยังสามารถนั่งได้สบาย พื้นที่วางขาเยอะไม่รู้สึกเมื่อ สามารถปรับเอนได้นิดหน่อย ที่รองนั่งเองออกแบบมาค่อนข้างยาว  เพื่อให้การโดยสารสบายสูงสุด

เมื่อรวมกับห้องโดยสารที่มีเพดานสูงโปร่ง กระจกบานใหญ่ คุณแทบจะไม่รู้สึกเลยว่าอยู่ในตู้ปลา ที่มีขนาดย่อมกว่ารถไซส์ อัลพาด ยอดนิยมในไทย ถ้าใครกำลังคิดว่าหลังคาสุงแล้ว มันน่าจะร้อน  ต้องคิดใหม่ เพรารถคันนี้ให้ระบบปรับอากาศอิสระ จากตอนหน้า พร้อมช่องแอร์ของเบาะทั้ง 2 แถวหลัง สามารถปรับให้เย็นฉ่ำสบายๆ ได้ตามต้องการ สู้แดดเมืองไทย ได้สบายมาก

ย้อนกลับมาการโดยสารตอนหน้า นิสสัน เซเรน่า นำเสนอ การออกแบบเรียบง่ายแต่ดูดี ที่สำคัญ รถคันนี้มีที่เก็บของเยอะแยะยุกยิก จนเล่นเอาหลายคนแปลกใจเหมือนกัน

Nissan Serena e-Power เบาะนั่งคู่หน้า

ด้านหน้าเปิดประตูขึ้นมา จะพบกับเบาะนั่งขนาดใหญ่ มีที่เท้าแขนมาให้ใช้งาน ตรงหน้าคนขับเป้นคอนโซลหน้า 2 ชั้น ให้พวงมาลัย  D- shape  ท้ายตัดมาด้วย รูปแบบพวงมาลัย ทำเอานึกถึง  Nissan  X-Trail  ที่ล้างลาในประเทศไทยไปแล้ว

ตรงหน้าเป็นเรือนไมล์ขนาดใหญ่วางยาวบอกข้อมูลต่างๆที่จำเป็นในการขับขี่ไว้อย่างครบถ้วน ดูแล้วสะอาดตา

Nissan Serena e-Power เบาะนั่งแถว2
เบาะนั่งแถว 2 ออกแบบมาให้นั่งสบาย ตอลดการเดินทาง
เบาะนั่งแถว3

ตรงกลาง ทาง อีตั้น จัดการเปลี่ยนวิทยุให้ เนื่องจากรถคันนี้นำเข้าจากญี่ปุ่น ทำให้วิทยุที่มากับรถไม่สามารถใช้ได้ ฟังชั่นของวิทยุก็ไม่ได้วิเศษหวือหวาอะไร สามารถใช้ได้ในแง่การเชื่อมอยู่บ้างเอาเป็นว่า ถ้าอยากได้ดีกว่านี้ ควรจะไปจัดหาร้านข้างนอกดีกว่า

เรื่องการปรับอากาศ เป็นหน้าที่ของระบบปรับอากาศ อัตโนมัติ ไม่สามารถแยกอิสระซ้ายขวา คันเกียร์วางไว้ตรงกลาง พร้อมปุ่มสตาร์ท ถ้าคุณ จะถามว่า แล้วพวกที่วางแก้วน้ำมันอยู่ตรงไหน มันอยู่ตรงกลาง ระหว่างคุณกับผู้โดยสารครับ หนึ่งจุด ข้างประตู เองก็มีช่องว่างขวดน้ำขนาดใหญ่ ส่วนพวกอุปกรณ์อำนวยความสะดวกวางไว้ทางขวามือของเรา

การวิศวกรรม

อย่างที่เราเกรินไปในตอนแรกครับว่า  Nissan Serena e-Power   เป็นรถนำเข้าจากญี่ปุ่น ได้ยินคำว่า อีพาวเวอร์ ผมเชื่อว่าในวันนี้หลายคน น่าจะพอรู้จักมักจี่อยู่บ้าง

ระบบขับเคลื่อนใหม่ของนิสสัน มีจุดประสงค์ตั้งใจทำออกมา สนองตอบการขับขี่ในเมืองเป็นหลัก และยังพอสามารถใช้ในการเดินทางได้ด้วย หลักการของมันไม่ได้ต่างจาก Nissan  kicks e-power   ในบ้านเรา ที่จริงแล้ว จะต้องพูดว่า เป็นเวอร์ชั่นเก่ากว่าด้วยซ้ำไป

ระบบขับเคลือนของ นิสสัน เซเรน่า มีกำลังขับ 136 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร

ระบบยังใช้เครื่องยนต์ 3 สูบแถวเรียงขนาด 1.2 ลิตร ทำงานเป็นเครื่องยนต์ปั่นไฟฟ้าไปแบตเตอร์เตอร์รี่ลิเธียมไออน ที่มีขนาดใหญ่กว่า เล็กน้อย ตามข้อมูลที่เราสามารถหาอ่านได้จากญี่ปุ่น ขนาดของมันมีความจุ 1.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง ใหญ่กว่าของ kick   และ note   เล็กน้อย

ส่วนหนึ่ง นั่นเพรา กำลังขับของมอเตอร์ไฟฟ้าในรถยนต์   Nissan serena  e-power  มีกำลังขับสูงสุด  136 แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร

อาจจะเรียกว่า มากที่สุดในปัจจุบันเลยก็พอจะพูดได้เต็มปาก ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก เพราะคุณกำลังพูดถึงรถยนต์ขนาด 1.7ตัน ที่รองรับการโดยสารทุกที่นั่งแล้ว จะมีน้ำหนักรวมสูงสุด อยู่ราวๆ 2.1 ตัน ดังนั้นเรื่องกำลังขับเลยสำคัญ

ทางด้านช่วงล่างเป็นหน้าที่ของระบบช่วงล่าง แม็คเฟอร์สันสตรัททางด้านหน้า และคุณจะแปลกใจที่ด้านกลังรถคันนี้ใช้ระบบทอร์ชั่นบีม

ทั้งหมดทำให้มันก็คือ รถพ่อบ้าน ขับในเมือง ที่เราจะไปพิสูจน์กัน ณ เวลา นี้

Nissan serena e-power

การทดลองขับ

ที่จริง Nissan  Serena   เป็นรถที่ผมแอบเชียร์นิสสันไทย ลึกๆ ว่า ควรนำมาขายในบ้านเรา เป็นทางเลือกลูกค้า ที่จริง รถรุ่นนี้มีขายในรอบๆบ้านเรอา อาทิ มาเลเซีย ,สิงคโปร รวมถึง อินโดนีเซีย ผมแปลกใจ นิสสันไทยไม่เอาเข้ามาชิมลางบ้าง คงเกรงว่าจะขายไม่ได้ เพราะบ้านเราดูไม่อินกับรถแบบนี้สักเท่าไรนัก

นั่นทำให้ อีตั้น อิมปอร์ต สบช่อง นำรถรุ่นนี้มาขายในไทย โดยนำเข้าตรงจากประทเศญี่ปุ่น ถามว่าทำไม ถึงรู้ เพรารถที่เราขับเต็มไปด้วยภาษาญี่ปุ่นต้อนรับ ม้แต่ที่หน้าปัดก็ตามที ซึ่งถ้านิสสันไทยนำเข้าโดยนำมาจากมาเลเซีย ราคาน่าจะถูกกว่านี้สักครึ่งหนึ่ง จาก 2.45 ล้านบาท อาจจะเหลือสัก 1.1-1.2 ล้านบาท แถม ภาษี อีพาวเวอร์ ก็ไม่ได้แพง สามารถแข่งขันได้สบาย เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก

Nissan serena e-power

ไม่มาก็ไม่เป็นไร จับรถนำเข้าขับไปก่อนแล้วกัน ในวันนี้ ทรวดทรงรถรุ่นนี้ คนไทยจำนวนมากอาจไม่ชอบ ด้วยความเป็นทรงกล่องตู้ปลาวิ่งได้ แต่จุดดีของมัน คือมีขนาดเล็กกว่า รถยอดนิยมอย่าง  Toyota  Alphard   ถึงจะดูไม่หรูเท่า ทว่าคุรจะไม่เคอะเขินที่ตัวเองจะต้องนั่งตำแหน่งสารถีหลังพวงมาลัย เป็นรถทีไม่จำเป็นต้องมีใครขับให้นั่งก็ได้

ขึ้นรถ สัมผัสแรกบอกเลยว่า กระจกบานหน้ากว้างมาก … รวมถึง คุณยังมีกระจกโอเปร่าบานใหญ่   รวมถึงกระจกข้างใหญ่ เรียกว่า ทัศนวิสัยในการขับขี่กว้างขวาง จบางครั้งขับรถกลางแดด ท่ามกลางกระจกใสๆ แบบในรถทดสอบ รู้สึกเขินๆ อายๆ เหมือนกัน

การให้ทัศนวิสัยที่ดี ช่วยลดมุมอับ จุดบอดในการขับขี่ได้ค่อนข้างมาก เวลาขับไป รู้สึกว่าทัศนวิสัยการมอง ดีเยี่ยม เป็นรถที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยมั่นใจในการขับขี่ ตลอดการเดินทาง ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้โดยสาร หรือ ผู้ขับขี่ก็ตามที

ฟังชั่นเรือนไมล์ ด้วยความเป็นภาษาญี่ปุ่น ก็มีความกวนใจเล็กน้อยในการใช้งาน บางอย่างอาจจะงมโข่ง หรือไม่ ก็ต้องไปเรียนภาษาญี่ปุ่นให้รู้แล้วรู้รอด พอใช้ๆ ไปสักพัก จะเริ่มจับทางเมนูไว้ว่า ตรงนี้หมายถึงอะไร ก็พอไปวัดไปวาได้บ้าง แม้คุณจะโง่เรื่องภาษาญี่ปุ่นก็ตามที

ว่ากันที่เรื่องการขับขี่ ที่จริงแล้ว รถ Nissan Serena e-Power   จัดอยู่ในประเภท Compact Minivan   มันอกแบบมาให้ใช้งานง่ายในเมือง พวงมาลัยเบาหวิว ขับง่ายมากโดยเฉพาะสาวๆ แม่บ้านทั้งหลาย

ความคล่องตัวส่วนหนึ่งมาจากขนาดตัวรถที่ไม่ได้ใหญ่ไปกว่า  compact  car   พวก Altis- Civic   สักเท่าไร นัก เรื่องวงเลี้ยวจึงไม่ได้หนีกันมาก ยิ่งถ้ามาดูเรื่องมิติตัวรถแล้วจะพบว่า  ทางนิสสัน ออกแบบให้ ระยะจากล้อถึงปลายกันชนหน้าสั้นมาก เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานเข้าไปอีก  

ทุกครั้งที่ขับรถรุ่นนี้ไปในเมือง ผมรู้สึกเสมอว่า มันขับง่ายกว่าที่เราคิดค่อนข้างมาก  เป็นรถที่ควบคุมได้ดีในย่านความเร็วต่ำไม่สูงนัก การตอบสนองช่วงล่างไปในทางนุ่มนวลมาก ทั้งหมด เพื่อการนั่งโดยสารที่ประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี ด้วยการใช้ระบบช่วงล่างหลังแบบทอร์ชั่นบีม ทำให้บางครั้ง ยังมีสัมผัสการกระเทือนอยู่บ้างในบางจังหวะ แต่น้อยมาก เมื่อเทียบว่า ถนนที่ขับผ่านในกทม. วันนี้ส่วนใหญ่ ไม่ขุดถนนทำรถไฟฟ้า ก็ต้องมีก่อนสร้างอะไรสักอย่าง

นิสสัน เซเรน่า ผ่านไปได้สบายมาก อาจไม่ถึงนุ่มนวลแบบพรมวิเศษ เมื่อเทียบกับรถอย่าง  Alphard   ในมมผมถือว่าสมน้ำสมเนื้อ

การเป็นรถทรงกล่อง หลายคนอาจจะกังวล เมื่อขับใช้ความเร็วในการเดินทาง เนื่องจากความสูงของมัน ด้วยความไม่คุ้นชินของคนไทยเรา แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่ใช่ปัญหามากมายนัก

ประเด็นอยู่ที่นิสสัน ออกแบบให้รถรุ่นนี้ มีการวางพื้นต่ำ ทำให้ศูนย์ถ่วงลงไปอยู่ต่ำเหมือนกัน  เวลาเข้าโค้งด้วยความสูง ย่อมมีอาการโยนบ้างเล็กน้อย ตามสไตล์รถตู้ รวมถึงเวลาที่คุณเปลี่ยนเลนในระหว่างการใช้งานความเร็ว

แต่ถ้าคุณขับกับครอบครัว ก็คงไม่ขับรถด้วยความเร็ว หรือเข้าโค้งแรงๆ คุรจะกลายเป็น  Mr. Nice Guy   ขับรถตามกฎระเบียบจราจรไปโดยปริยาย ถ้าขับแบบวิ่งไปเรื่อยๆ เซเรน่ากลายเป็นเพื่อนที่แสนดีของครอบครัว มันเป็นรถที่ค่อนข้างขับมั่นใจ มีความนิ่มนวลพอสมควร

ส่วนที่น่ากังวลในรถคันนี้ มีเรื่องเดียว คือ การเป้นรถตู้จะอ่อนไหว ลมพัดข้างค่อนข้างมาก ยังดี รถมีน้ำหนักตัวพอสมควร ทำให้มันมั่นคง หากก้ยังรู้สึกได้ ทุกครั้งที่ขึ้นทางด่วน เปิดโล่งรอบข้าง เช่น บูรพาวิถีเป็นต้น จนคุรไม่กล้าจะขับมันเร็วมากแค่เพียง 110-130 ก.ม./ช.ม. ก็รู้สึกว่าเหนือยแล้ว

ทางด้านระบบ ขับเคลื่อนอีพาวเวอร์ เห็นรถทรงกล่องคันใหญ่ ออกแนวต้านลมแบบนี้ คงคิดว่าไม่ประหยัดใช่ไหม ที่จริง รถคันนี้เคลมอัตราประหยัด 18  ก.ม./ลิตรไว้ในญี่ปุ่น ตามการทดสอบในโหมด  WLTP   และสูงสุด 26 ก.ม./ลิตร ในโหมด   JC08  เลยทีเดียว

มาว่ากันความจริงในไทย , ผมเอา นิสสัน เซเรน่ามารองขับในเมือง ท่ามกลางภาวะโควิดระบาด ก็ต้องยอมรับว่ มันอาจะแตกต่างในความเป็นจริงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

ปัญหารถคันนี้ข้อหนึ่ง คือเมนูใน เรือนไมล์ เป็นภาษาญี่ปุ่น

ระบบอีพาวเวอร์ไม่ใข่เรื่องใหม่สำหรับผม ผ่านทั้ง  Nissan  Note , Nissan kick มาแล้ว เรียกว่าเข้าใจในหลักการทงานอย่างดี  เจ้านี่ทำให้แปลกใจสักหน่อย ตรงการตอบสนองของรถทำออกมาได้ดีกว่าที่เคยผ่านมือมามาก แม้ว่าจะเป็นรถที่มีน้ำหนักตัวราวๆ 1.7 ตัน รวมผม ก็ 1.8 ตัน สามารถออกตัวได้ทันอกทันใจ บุคลิกจะไม่ห้าวหาญเหมือนกับ คิกส์ ที่เน้นความสปอร์ตออกตัวพุ่งปี๊ดเร้าใจ

คันนี้จะออกไปในทางนุ่มนวลเสียมากกว่า รถยังมาพร้อม 3 โหมดการขับขี่เหมือนเดิม คือ Eco, Normal   และ   smart  ให้เลือกใช้กัน

ส่วนใหญ่ในการขับทดสอบ ผมจะใช้โหมด Normal   เป็นหลัก เนื่องจากเป็นโหมดปกติที่สด ในกรณีปรับมาเป็น  Eco  ส่วนตัวรู้สึกว่า รถออกตัวช้า น่าจะมีการปรับการตอบสนองคันเร่ง พอปรับเป็น Smart   กระฉับกระเฉงดี มี  One Pedal   มาให้ใช้ด้วย ช่วยในการตอบสนองถ้าต้องการ  

นอกจาก 2-3 โหมดที่กล่าวไป จุดพีคของรถคันนี้ยังมี  โหมด  Charge   ซึ่งคุณไม่เคยเห็นในรถ อีพาวเวอร์รุ่นก่อน ปุ่มจะอยุ่ตรงกลางคอนโซลใต้วิทยุ เมื่อกดแล้วเครื่องยนต์จะติดขั้นมาชาร์จแบตเตอร์รี่จนเต็มตามกำหนด จากนั้นระบบจะใช้การขับไฟฟ้ายาวๆ จนกว่าแบตเตอร์รี่จะต่ำ เครื่องยนต์จึงกลับมาชาร์จไฟอีกครั้ง

โหมดนี้ จะให้ดี ต้องใช้งานร่วมกับโหมด EV   ผมก็ไม่เข้าใจ ทำไมคนญี่ปุ่นใช้เป็นรูปคนจุ๊ๆ แทน ซึ่งโหมดนี้เป็นโหมดเงียยบ ระบบจะใช้การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนตามที่มีประจุไฟฟ้าในแบตเตอร์รี่ จนกว่าจะต่ำตามเกณฑ์

จากที่ลองชาร์จจนเต็มแล้ววิ่งด้วยโหมด  EV   สามารถทำระยะทางได้ไกล 1.5-1.8 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรว่า คุณมีการเบรก หรือถอนคันเร่ง เพื่อให้ไฟชาร์จมากน้อยแค่ไหน

โหมดนี้จะเรียกว่าโหมดหนีเที่ยวก็ได้ เพราะการขับด้วยไฟฟ้าจะไม่ดังเวลาขับเคลื่อนในความเร็วต่ำ อย่างเดียวที่ท่านชายต้องระวัง คือ ตอนถอยรถมันจะมีเสียดัง ดังนั้นเดินหน้าออกจากบ้านรับประกัน ยังไงภรรยาก็ไม่มีทางจับได้แน่นอน

ส่วนการขับนอกเมือง ก็เฉกเช่นระบบใน นิสสัน คิกส์เครื่องยนต์จะติดขึ้นมา ต่อเนื่องเพื่อชาร์จไฟในระหว่างที่คุณขับ  ส่วนตัวรู้สึกว่า แบตเตอร์รี่ชนาดใหญ่ ทำให้ระบบทำงานไม่ดังเท่านิสสันคิกส์ ที่มีแบตเตอร์รี่ขนาดเล็กกว่า

ถ้าจะถามว่าแล้วมันประหยัดมากไหม ก็ตอบตามตรงว่าไม่มากเท่าที่คุณคิด เนื่องจากเวลาของเรากับรถคันนี้มีน้อยมากจึงทำได้เพียงการทดสอบใน  Bonn Test Mode   เท่านั้น การจำลองขับด้วยการเฉลี่ยในเมืองและนอกเมือง 50/50 จากระยะทาง 70.5 กิโลเมตร เราเติมน้ำมันเพียง 4.58 ลิตร ดีดอัตราประหยัดได้ 15.39 กม./ลิตร  

ในมุมผมถือว่าประหยัดเอาเรื่องเหมือนกัน เทียบกับสไตล์รถทรงกล่องต้านลม

เรื่องระบบความปลอดภัยก็จัดว่าครบเครื่องในระดับการใช้งานทั่วๆ ไป มีระบบแจ้งเตือนรถออกนอกเลน , เตือนมุมอับสายตา เซนเซอร์รอบคัน , เตือนรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง ที่มีปัญหา คือระบบอ่านป้ายจราจร ซึ่งดันอ่านได้แค่ป้ายจำกัดความเร็วเท่านั้น และต้องอยู่ในระยะใกล้มากๆ น่าจะใช้ได้ดีในถนน 2 เลนสวน หรือ ตามต่างจังหวัด

สรุป Nissan  Serena  e-Power   ขับดีน่าใช้ น่าเสียดาย นิสสันไม่เอามาขายไทย

ผมส่งกุญแจคืนน้องแอร์ สาวสวยของ อีตั้น อิมปอร์ต ที่ให้เรามีโอกาส สัมผัสรถคันนี้ แบบเต็มๆ แม้เวลาจะน้อยไปนิด แต่ยินดี ที่ได้รู้จักรถยนต์คันนี้

จุดเด่นของนิสสัน เซเรน่าคือการให้ฟังชั่นใช้งาน ความสบายสูงสุดในการขับขี่ มากว่าเรื่องสมรรถนะการขับขี่ ที่ถือเป็นจุดขายในนิสสัน จากรุ่นสู่รุ่น

รถคันนี้สามารถตอบโจทย์ในการใช้งานของครอบครัวได้อย่างน่าทึ่งเป็นรถ MPV   ที่ทำออกมาได้อย่างลงตัวกับการใช้งาน ในเรื่องความสะดวกสบาย ตอบได้ทุกที่นั่ง จนไม่มีใครอยากไปเป็นสารถีคนขับ

นิสสัน เซเรน่า เป็นหนึง่ในรถดีของนิสสัน ที่ควรมาขายในไทย จริงๆ

ด้านระบบอีพาวเวอร์ในรุ่นนี้ ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่า คิกส์เสียอีก ส่วนที่สังเกตได้คือเครื่องยนต์ทำงานน้อยกว่ามาก  อาจจะด้วยแบตเตอร์รี่ที่มีขนาดใหญ่กว่า ทำให้เครื่องยนต์ไม่ต้องสตาร์ทขึ้นมาชาร์จบ่อยๆ ขับในเมือง ค่อนข้างสบาย รถวิ่งเงียบ พอเครื่องยนต์ทำงานก็ไม่สั่นเท่าไร และดูเหมือนก้วยการเป้นรถที่ขนาดใหญ่ จึงมีการบุวัสดุซับเสียงดีกว่าด้วย

การนำเข้ามาของอีตั้น อิมปอร์ต นำเสนอขายรถรุ่นนี้อยู่ที่ 2.454 ล้านบาท ถ้าในราคานี้ คุณจะติดอยู่ ครึ่งๆ กลางๆ ระหว่าง  Majesty, Staria  กับ  Alphard   และด้วยขนาดตัวรถก็ทำให้หลายคนน่าจะคิดหนักไม่น้อย ด้วยมันเป็นรถที่ไม่ได้ดูภูมิฐานอะไรนัก

แต่ถ้าคุณเน้นซื้อเองขับเอง ขับใช้งานในเมืองเป็นหลัก ออกเดินทางบ้าง แล้วอยากได้รถที่ไปได้ยกครัวแบบนั่งสบายๆ ไม่กระเบียดกระเซียนนัก มีความประหยัดตอบสนองดี ผมว่ารถคันนี้ตอบโจทย์อยู่พอสมควร 

น่าเสียดายที่ นิสสัน ไทยไม่ยอมมาลงตลาดด้วยตัวเอง ถ้าพวกเขาขายเอง โดยเอาเข้าจากโรงงานในประเทศมาเลเซีย กดราคาต่ำสัก 1.1-1.3 ล้านบาท ผมว่า มีได้เสียกันบ้าง ส่วนวันนี้ ถ้าอยากได้ ติดต่อไปที่อีตั้น อิมปอร์ต ก่อนเลยครับ

เรื่องและขับทดสอบ โดย ณัฐยศ ชูบรรจง

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments