Nissan LEAF ตัวขับพลังไฟฟ้า ที่นิสสันตั้งความหวังให้ปัง

นิสสัน เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ขึ่นชื่อลือชา อย่างมากถึงการทำรถยนต์ไฟฟ้าขายทั่วโลกเป็นแบรนด์แรกในชื่อ  Nissan LEAF  มันประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก ยอดขาย ประมาณ 5   แสนคัน ตลอด  2  เจนเนอร์เรชั่น แต่เมื่อมาขายในไทย กลับหมดท่าขายไม่ได้ … นั่นเป็นพราะอะไรกัน เป็นคำถามที่ชวนคิด 

รถยนต์ ไฟฟ้า   Nissan LEAF   วางขายครั้งแรกในปี  2010  ก่อนจะเปิดตัว เจนเนอร์เรชั่นที่  2  ในปี  2017  ในงาน  Tokyo Motor Show   นั่นเป็นเวลาแค่เพียงปีเดียวก่อนที่นิสสัน ประเทศไทย จะจับรถรุ่นนี้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย 

ราคา  1.99  ล้านบาทเป็นค่าตัวอย่างเป็นทางการของรถยนต์   Nissan LEAF   ที่ออกมาทำตลาดตอนเปิดตัว ราคาดังกล่าว ในเวลานั้นถือค่อนข้างสูง แต่ไม่ได้มากไปกว่าคู่แข่งอย่าง   Hyundai ioniq   ที่มีราคาขายถูกกว่าเพียง  1  แสนบาท 

Nissan Leaf ขายสะสมทั่วโลกได้มากที่สุด
Nissan LEAF

ชะตากรรม นิสสัน ลีฟในไทย เรียกว่า เริ่มต้นก็ไม่ค่อยสวย ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงมาก จนไม่ได้รับความสนใจอย่างที่ควรจะเป็น ส่วนสำคัญในเรื่องนี้ มาจากเงื่อนไขทางภาษีที่ยังต้องชำระสูงอยู่มาก ทั้งจากภาษีนำเข้าและ ภาษีสรรพสามิตร ถึง8% (รถยนต์ไฮบริด เสียภาษี เพียง 2-4% เท่านั้น) โดยยังไม่รวม ภาษี สำคัญอื่นๆ อย่าง  ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ภาษี มหาดไทยที่มีการจัดเก็บซ้ำซ้อนในการขายรถยนต์

การตั้งราคาที่สูงเกินไป ทำให้ นิสนั ลีฟ ถูกเปรียบทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าจากยุโรป แถมตอนแรกยับไม่มีแผนให้เครื่องชาร์จไฟฟ้าติดบ้านด้วย เรียกว่า จัดไปตามมีตามเกิด 

ข้อสำคัญอีกด้านหนึ่งที่ทำให้ตัวรถรุ่นนี้ไม่ได้รับความนิยม เท่าที่ควร มาจากเรื่องการชาร์จตัวรถ ซึ่งหัวชาร์จ   Type 1 และ   Chademo  ซึ่งเป็นหัวชาร์จที่ค่อนข้างหายาก โดยมากจะมีในหน่วยงานการไฟฟ้า ซึ่งเคยศึกษารถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ เจนเนอร์เรชั่นที่แล้ว มาก่อน เท่านั้น ขณะที่หัวชาร์จภายนอก ส่วนใหญ่ จะเป็นแบบ   Type 2 เนื่องจากสนับสนุนรถยนต์ยุโรป โดยเฉพาะระบบไฮบริดเสียบปลั้กที่เริ่มมีเข้ามาขายในช่วงเวลาดังกล่าว

ไม่เพียงเท่านี้ อีกประเด็น ที่นิสสัน ลีฟ ดูจะลุ่มๆ ดอนๆ ในเรื่องการขาย ก็มาจากนโยบาย ไม่ใช่ทุกตัวแทนจำหน่าย จะสามารถขายรถยนต์ไฟฟ้า นิสสันมีเงื่อนไข ในการคัดเลือกตัวแทนจำหน่าย ที่จะขายเจ้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ ทำให้มันไม่ได้มีวางบนโชว์รูมทุกแห่งอย่างที่ควรจะเป็น และทำให้ คนส่วนใหญ่จะเห็นมันเฉพาะในงานมอเตอร์โชว์เท่านั้น

นั่นยิ่งทำให้ รถที่ดูจะขาดความสนใจ จากเรื่องราคาขายอยู่แล้ว ยังหาชมหาซื้อได้ยาก แถมคุณสมบัติตัวรถเวอร์ชั่นไทยที่นำมาจำหน่ายก็ไม่ได้สุด จนเทียบค่ายยุโรปได้ว่า ตัวเองเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความเหนือกว่า เหตุจากการตัดออพชั่นที่น่าสนใจ อย่าง นิสสัน   Pro Pilot  ที่ลูกค้าเซงที่สุด คือมีสีเดียว สีขาว ไม่มีทางเลือกอื่นให้ลูกค้า  จนเรียกว่า ลูกค้าที่สนใจถูกผูกมัดด้วยเงื่อนไขต่างๆ  หากชอบรถคันนี้ จนกลายเป็นไม่น่าสนใจ 

ตัวรถเรียกว่า มาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีลูกเล่นอะไรอื่นใด แถมที่ชาร์จก็หายาก ระยะทางวิ่งได้เพียง 311  กิโลเมตร

เรื่องนั้นยังไม่ชีช้ำเท่าภายหลังจากเปิดตัวในปีถัดมา   Nissan  ประเทศญี่ปุ่นเปิดรุ่น  e+ เพิ่มแบตเตอร์รี่เป็น  60  กิโลวัตต์ ซึ่งเหมาะกับประเทศไทย มากขึ้น แต่นิสสันไม่ได้อัพเดท รถที่ขายในไทย ยังวางจำหน่าย   40   กิโลวัตต์ อยู่เหมือนเดิม ทั้งที่จุดชาร์จ ยังไม่แพร่หลายเหมือนวันนี้

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด นิสสันมาเจอเอาตอน ไตรมาส  3  ปี พ.ศ.   2561  เมื่อ  MG  หิ้วเอา   MG ZS EV   จากจีนเข้ามาขาย เปิดราคาเพียง 1.19  ล้านบาท  กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่มีราคาถูกที่สุด นับตั้งแต่เปิดตัวมา แถมออพชั่นก็จัดเต็ม ด้วยอานิสงค์ เขตเสรีการค้า ไทย-จีน ทำให้ นิสสัน ที่อยู่ในภาวะไม่สู้ดีอยู่แล้ว ยิ่งถูกลืม 

ตอนบอสคนใหม่ นายราเมซ เข้ามาดูแล ก็เห็นชัดว่าพยายามจะฟื้นรถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟมาสู้ ทางหนึ่งที่ทางนิสสัน ตั้งใจชูตัวมาลงมวยกลุ่มนี้ คือการจัดโปรโมชั่น ที่เรียกว่าแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ลดราคารถ เหลือเพียง  1.49 ล้านบาท หรือ ลงจากเดิมราวๆ  5  แสนบาท สร้างความน่าสนใจไม่น้อย 

ถึงแม้ว่า นิสสัน จะย่อ ราคาลงมา จนต่ำกว่ารถจากเกาหลี แต่ก็ไม่ได้ทำให้ยอดขายกระเตื้องขึ้น เนื่องจากราคายังสูงกว่าทางคู่แข่ง MG ZS EV  ที่พึงพาอานิสงค์ทางภาษีมากกว่า รถที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ปีนี้ ก็เช่นกัน นิสสันยังเดินแนวทางเดิมลดกระหน้ในรูปแบบโปรโมชั่น ให้คนที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้า เลือกรถยนต์ไฟฟ้า ของพวกเขาไปใช้ 

อย่างไรก็ดี นิสสัน ลีฟ นั้นมี ข้อได้เปรียบกว่ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน อยู่บ้าง หลายประการ ถ้านำมาเปรียบเทียบกัน 

ประการแรก นี่คือ รถที่ผลิตขึ้นมาเป็น รถยนต์ไฟฟ้า (dedicated Model)  ไม่ใช่การเอาโครงสร้างรถเดิม มาปรับปรุงแก้ไข ทำให้รถมีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีกว่าพอสมควร ถ้าใครเคยขับขี่ จะพบว่า รถมีความรู้สึกคล้ายรถปกติทั่วไป และขับสนุกพอสมควร

ข้อที่  2  นิสสัน ลีฟ มีความมั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพการผลิต จากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงตัวรถยังพัฒนามาแล้วเป็นรุ่นที่  2  ด้วย จึงดีกว่า รถไฟฟ้าบางรุ่น ที่เพิ่งพัฒนา 

ข้อที่  3  เครื่องชาร์จ ของนิสสัน ลีฟ ผลิตโดยบริษัท  Delta   เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า ในประเทศไทย เรื่องอะไหล่อุปกรณ์ชาร์จจึงไม่น่ากังวล แถมระยะหลัง นิสสัน แก้เกม ด้วยการให้สายชาร์จหัวแปลง Chademo เป็น Type 2 มาด้วย ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น

และท้ายสุด ต้องยอมรับว่า นี่คือรถยนต์จากแบรนด์ นิสสัน ที่มีประวัติศาสตร์ในไทย มายาวนาน และมันยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศ ญี่ปุ่นรายเดียวในตลาดวันนี้ ยังไม่มีค่ายไหนจากญี่ปุ่นออกมาจำหน่าย

การฝ่าฟัน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ของนิสสัน นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไรนัก การแก้ราคาขายที่ดูจะแพงเกินไปสำหรับลูกค้า ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน แต่ที่แน่ๆ นิสสัน น่าจะไม่ยอมแพ้เรื่องนี้ง่ายๆ ด้วยการเปลี่ยนสายบังคับบัญชา กอปกับ การยืนยันว่า  Nissan Ariya  จะเข้าไทย ยิ่งทำให้ รถรุ่นนี้ มีความน่าสนใจมากขึ้นพอสมควร 

เราคงต้องจับตา นิสสัน กับศึก รถยนต์ไฟฟ้า ต่อไป 

Comments

comments