Nissan  kicks e-Power  ขับสนุกกว่าที่คาด เร้าใจกว่าที่คิด

เปิดตัวมาได้เดือนกว่า แล้ว สำหรับ เจ้า  Nissan Kicks e- Power   อเนกประสงค์ลำใหม่ พกระบบขับเคลื่อนทันสมัยใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ชาร์จพลังงานด้วยเครื่องยนต์ ในเดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นรถคันนี้กันไปแล้ว หลายคนให้ความสนใจรถรุ่นนี้อย่างมาก และวันนี้เป็นครั้งแรกที่เราจะลองขับมันกันจริงจัง

หลังซดกาแฟ ทานข้าวเช้า ผมออกเดินทางอย่างเร่งรีบ บินผ่านถนน 346 มายังสนามปทุมธานี สปีดเวย์ ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ลองขับรถยนต์   Nissan  kicks e-Power  ใหม่ แบบเห็นหน้าค่าตากันเป็นครั้งแรก หลังจากเคยได้รับเกียรติไปลองขับก่อนการเปิดตัว เมื่อช่วงมีนาคมที่ผ่านมา

Nissan Kicks e- Power Review

เวลานั้น พูดตามตรงไม่ได้เก็บข้อมูลอะไรไว้มากมาย เนื่องจากรถยังไม่เปิดตัว และนิสสันต้องการให้เราเรียนรู้ระบบ e-Power  สั้นๆ เพื่อไปบอกเล่าเก้าสิบ แต่หนนี้คือการขับจริงเจ้าอเนกประสงค์น้องใหม่ ที่สร้างประเด็นความสนใจให้กับลูกค้า จนนิสสันยอมรับว่า นี่คือ รถกู้แบรนด์กันเลยทีเดียว

Nissan  kicks e-Power   คงไม่ต้องอธิบายหน้าค่าตากันมาแล้ว เชื่อว่าทุกคน จะเห็นผ่านไปในหลายสื่อตั้งแต่เปิดตัว ตัวรถออกแบบมาอยู่ในพิกัด  Sub Compact Crossover  หรืออเนกประสงค์ขนาดเล็ก เน้นตอบโจทย์การใช้งานในเมือง ขับขี่ง่ายคล่องตัว และพอจะเดินทางออกต่างจังหวัดได้อยู่บ้าง

Nissan Kicks e- Power Review

 

หน้าตาได้เอกลักษณ์ใหม่  V Motion  ตอบงานออกแบบให้ทันสมัย ไทยนับเป็นประเทศแรกในโลก ที่ Nissan kicks  ได้รับการปรับปรุงงานออกแบบให้มีความทันสมัย ดูหรูหรามากขึ้น กระจังหน้า   V ขนาดใหญ่ ทำให้รถดูมีความดุดันตั้งแต่แรกเห็น มาพร้อมไฟหน้าใหม่ ทรงปราดเปรียวมากขึ้น

ด้านข้างติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลวดลายเหมือนแอบยืมของพี่ใหญ่   Nissan  Leaf   มาใช้ ในรุ่นท๊อปที่เราขับในวันนี้ สังเกตได้ทันทีว่าให้ยางดี  Yokohama DB E70 ยางประหยัดนุ่มเงียบ ด้านข้างช่วงห้องโดยสาร มองบางอารมณ์ อาจนึกถึง  Nissan GT-R   ด้วยการวางกระจกหน้าสูงชัน ด้านหลังลาดเทไปด้านท้ายเล็กน้อย

Nissan Kicks e- Power Review

เขยิบเท้ามาด้านหลัง ฝาท้ายเปิดด้วยมือไม่มีตัวช่วย ไม่หนักเกินไป งานออกแบบช่วงท้ายให้ไฟท้ายทรงบูมเมอร์แรง กระจกหลังทรง 6 เหลี่ยมขนาดใหญ่ การออกแบบฝาท้ายมีกลิ่นอาย  นิสสัน จู๊ค เข้ามาผสมผสาน กับ นิสสัน เอ็กเทรล ให้ทรวดทรงดู  สปอร์ตพร้อมลุย

ชายกันชนล่าง แอบเล่นรายละเอียด ชุดดิฟฟิวเซอร์มาให้ อัพภาพความสปอร์ตทั้งคันอีกในรุ่น  VL  ให้งานออกแบบสีทูโทนตั้งแต่โรงงาน

เปิดฝาท้าย พื้นที่ห้องสัมภาระจัดว่ากว้างน่าพอใจ พื้นห้องสัมภาระปรับลดระดับไปเล็กน้อย วางของสูงใหญ่ ทำได้สบายมากไม่มีปัญหา โดยเฉพาะกระเป๋าเดินทางใบใหญ่จุได้ 2-3 ใบ จากที่กะด้วยสายตา

เฉกเช่นรถอเนกประสงค์ทุกรุ่น เบาะนั่งตอนหลังสามารถปรับพับได้ในอัตรา 60/40 พื้นที่การโดยสารตอนหลังมีมากพอสำหรับให้ความสบายยามเดินทาง ติเพียง เบาะนั่งหลังออกแบบมาชันหลังไปหน่อย แถมไม่มีที่พักแขนมาให้ เมื่อมองว่ารถรุ่นนี้ราคาตั้งแต่ 8 แสนกว่าบาทขึ้น ก็ควรมีมาให้ผู้ใช้ได้นั่งสบาย ไม่เหงาแขน

เปิดประตูตอนหน้า ประจำการตำแหน่งเบาะคนขับ ด้วยความอยู่บ้านสู้โควิด ก็เลยขยายไซส์ตัวหนักขึ้นมาบ้างเล็กน้อย สัมผัสรู้สึกว่าเบาะนั่งออกแบบมาเล็กนิดหน่อย คนไทยไซส์ปกติ ผอมเพรียวเอวบางร่างน้อย อาจไม่มีปัญหาในเรื่องนี้

Nissan Kicks e- Power Review

งานออกแบบส่วนใหญ่ คุ้นหน้าตาเป็นอย่างดี โดยรวมยกมาจาก  Nissan  Almera  ไม่ว่าจะหน้าจอเรือนไมล์ แสดงผล เป็นจอขนาด 7 นิ้ว ฝั่งขวา เป็นเรือนไมล์วัดความเร็ว

ตรงกลางให้เครื่องเสียงจอสัมผัสขนาดนิ้ว ใช้เป็นทั้งระบบความบันเทิงและจอ สำหรับระบบกล้องมองหลัง ในตัวเดียวกัน เรื่องพลังเสียงวันนี้ไม่มีเวลาเล่นอะไรกับมันมากนัก ระบบปรับอากาศให้มาเป็นแอร์ออโต้โซนเดียว ไม่ได้แยกอิสระซ้ายขวา

ที่คันเกียร์ให้ระบบไฟฟ้า เป็นผลักไปข้างหน้า ขึ้นหน้า หรือ ดึงถอย เพื่อเดินหน้าถอยหลัง ข้างบนตรงนี้มีโหมดการขับขี่สามารถเลือกปรับได้ 3 โหมดได้แก่ Normal   ใช้งานทุกครั้งทันทีที่สตาร์ท, S Mode   สำหรับการขับขี่สนุกสนานยิ่งขึ้น และ  Eco  ถ้าต้องการประหยัด

Nissan Kicks e- Power Review

กรณีแบตเตอร์รี่มีเหลือเฟือ สามารถเลือกใช้  EV  โหมด เพื่อการขับขี่ได้ นิสสัน เคลมว่า ถ้าแบตเตอร์รี่เต็มสามารถวิ่งไกลได้ 3 ก.ม. ก่อนเครื่องยนต์จะเข้ามาชาร์จไฟฟ้าอีกครั้ง เพียงพอ กรณีคุณต้องการจะเดินทางไป 7-11 ใกล้ๆ บ้าน

ข้างเบาะคนขับ มีปุ่มเบรกมือไฟฟ้า วางอยู่ชิด ข้างที่วางแก้วน้ำ พร้อมระบบ Brake Hold   ให้เติมความสบายมาด้วย

ถ้าถามผมในภาพรวม   Nissan  Kick   ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางกว่า  Nissan  Almera  แต่ไม่ได้ถึงขั้นกระโดดเพิ่มความหรู จนดูเป็นรถคนละคลาสเสียทีเดียว

การทดลองขับ

การลองขับวันนี้ นิสสัน อัญเชิญเรามา ยังสนามปทุมธานี สปีดเวย์ ทดลองรถ   Nissan  kicks e-Power   ชนิดจัดเต็มครั้งแรก

ด้วยการทดสอบในสนามแบบปิด เราจึงไม่สามารถทดสอบอัตราประหยัด รวมถึงสิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นความรู้สึกที่ได้จากการขับขี่ในสนาม ซึ่งทั้งหมดขับบนถนนพื้นปูนซีเมนต์ไม่มีการลาดยางแบบบนท้องถนนทั่วไป

ภายใต้การทดสอบ นิสสัน วางสถานีการขับขี่ไว้ 3 จุดใหญ่ คือ สลาลอม ให้กวาดพวงมาลัยไปมา ทดสอบความคล่องตัว , สถานี เลน เชนจ์ ให้หักหลบเปลี่ยนเลนกระทันหัน ส่วนอันสุดท้าย คือ  Mini Circuit   ลองขับตามไลน์สนาม ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สำหรับการเข้าโค้งด้วยความเร็ว

ขึ้นรถกดปุ่มสตาร์ท ระบบ  E-Power   ในนิสสัน คิกส์ เริ่มไม่ทำให้ผมตื่นเต่น เพราะลองมา 3 ปีแล้วที่ญี่ปุ่น ก่อนมันจะเข้าไทย จนต้องเอาเพลงพี่มอส มาร้องไปพลางๆ ระหว่างเข้าสเตชั่น ..เอ้า … “มาแล้วยังดีกว่ามาช้า มาช้ายังดีกว่าไม่มา”

ถึงหน้าเส้น สถานีแรก Mini Circuit   เราขับวนดูไลน์ก่อน 1 รอบ สนามปทุมธานี มีจุดบอดในหลายโค้งที่ระวังเหมือนกัน แม้ว่าจะชินชา กับเส้นทางมาแล้วบ้าง แต่ก็ประมาทไม่ได้

Nissan Kicks e- Power Review

ช่วงแรกเป็นทางตรงระยะ 300-400 เมตร ผมกระทืบคันเร่งติดพื้น มอเตอร์ไฟฟ้าออกตัวฉับพลันทันใจคิด ความรู้สึกการตอบสนองของมันไม่ต่างจาก นิสสันลีฟ พี่ใหญ่รถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการใช้มอเตอร์ไฟฟ้า EM 57   เหมือน แค่กำลังขับถูกลดเหลือเพียง 260 นิวตันเมตร ซึ่งก็มากพอสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป แถมน้ำหนักรถก็เบากว่า เนื่องจากแบ็ตเล็กกว่าด้วย

การเร่งความเร็วทันทีทันใด โดนใจสายซิ่งอย่างมาก นิสสัน คิกส์ ให้ความเร้าใจตอบโจทย์มั่นใจ แถมการไม่มีชุดเกียร์ ก็ไม่ต้องรอจังหวะ การเปลี่ยนเกียร์ ให้ความสมูทตลอดอัตราเร่ง ไม่เสียเวลาแม้แต่เสียววินาที

โค้งแรกมาแล้ว เราแตะเบรกชะลอความเร็วเล็กน้อย กัน ยันคันเร่งเข้าโค้งไปแบบสบายๆ ด้วยช่วงตัวรถที่มีความสั้นเพียง 4,290 มม. อาการรถ เป็นแนวโยนตัวไปทั้งคัน  ไม่ได้หน้าไปท้ายตาม แบบอเนกประสงค์รุ่นอื่นที่มีความยาว

ผมพิสูจน์อีกครั้งว่านี่เรื่องจริงในโค้งที่ 2 มันทำให้ รถมีการควบคุมได้ง่าย ตอบสนองในการขับขี่ได้ดี จนเริ่มประทับใจ ยิ่งใช้ความเร็ว ยิ่งรู้สึกว่าอาการรถแบบนี้คือ ถูกต้องใช่เลย รถจะโยนตัวทั้งคัน เมื่อคุณเข้าโค้ง ซึ่งดีมากเวลาที่เราเข้าโค้งแคบๆ

ยิ่งในเวลาที่เราเผลอพลาดพลังเกิดอาการหน้าไถลหรือที่เรียกว่า   Under Steer  คุณเพียงถอนคันเร่ง หรือไม่ก็ตวัดพวงมาลัยเพิ่มอีกนิด เจ้าอเนกประสงค์คันนี้ก็พาคุณไปต่อได้ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น และในเวลาหมาตัดหน้าต้องหักหลบ ซึ่งจำลองด้วยด่านเลนเชนจ์ เป็นสถานการณ์ ที่ใครก็เจอได้ มันสอบผ่านฉลุย

Nissan  Kicks E-Power  ถือว่าค่อนข้างคล่องตัวด้วยระยะยื่นหน้าหลังไม่มากนัก ออกแบบราวกับรถซิตี้คาร์ ผมไม่แปลกใจนัก เพราะนิสสัน ต้องการให้รถรุ่นนี้เหมาะสมกับการใช้งาน ในเมืองเป็นสำคัญ

ยิ่งมองลึกไปถึงการเซทพวงมาลัย ให้มีน้ำหนักเบาคล่องตัวเคลื่อนง่าย และยังมีความแม่นยำเวลาควงเปลี่ยนทิศทาง ซ้ายหรือขวา ทำให้รถคล่องตัวยิ่งขึ้น ผมแอบรู้สึกว่า นิสสันเซทรถออกไปทางเอาใจผู้หญิงสักหน่อย เพราะผู้ชายจะอกสามศอกแบบผมมองว่า พวงมาลัยน้ำหนักค่อนข้างเบาไป น่ากังวลเมื่อต้องใช้ความเร็วเวลาเดินทาง ในการใช้งานจริง

ด้านอาการช่วงล่างจับบนถนนปูนซีเมนต์แบบนี้ ระบบกันสะเทือน หน้าแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังทอร์ชั่นบีม ติดตั้งเหล็กกันโคลงมาให้ทั้งทางด้านหน้า และด้านหลัง ให้อาการแน่นหนึบ มีความกระด้างบ้างลึกๆ แต่รวม ให้คะแนนนั่งสบายพอสมควร การถีบตัวช่วงล่างยุบและเด้งคืนตัว ค่อนข้างเร็ว ความรู้สึกถึงตัวแชสซีรถ บอกได้เลยว่า แข็งกว่า Nissan  Almera

Nissan Kicks e- Power Review

ใครกังวลว่า นิสสัน คิกส์ เป็นโครงเดียวกับ  Nissan  Almera   หรือไม่ ผมตอบตรงนี้ว่าไม่ใช่อย่างแน่นอนครับ

ช่วงล่างยุบยืดไว ดีสองต่อ เมื่อมาบรรจบเจอยางประหยัดนุ่มเงียบสมรรถนะดี  Yokohama Db E70   มันมีสมรรถนะดีได้รับความไว้วางใจจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลายเจ้า และอเนกประสงค์เน้นสมรรถนะจากญี่ปุ่น ก็ชอบยางชุดนี้เหมือนกัน

หลังจากขับวน อีก 2-3 รอบ ชนิดลงมากลิ่นเบรกไหม้ ใช้เต็มประสิทธิภาพ ผมกล้าพูดว่า   Nissan  Kicks  เป็นรถที่ออกมาเตะตูดคู่แข่งจริงๆ

หลายคนอาจสนใจเรื่องระบบอีพาวเวอร์จนลืมมองส่วนอื่นของรถไปเสียสนิท สิ่งที่อยากบอกคือ มันเป็นอเนกประสงค์เล็กให้ความสปอร์ต พร้อมไล่เตะตูดใครก็ตามที่มาห้าวเป้ง ด้วยพวงมาลัยเฉียบคม รวมถึงช่วงล่างตอบสนองว่องไว เท่านั้นยังไม่พอ ระบบอีพาวเวอร์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ยังตอบสนองแบบทันใจ มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานแบบทวายชีวิต อัตราเร่ง จับคร่าวๆ ประมาณ 9.26 วินาที ถือว่าเร่งแรงไม่น้อย แต่อย่าหวังว่าความเร็วปลายจะเยอะ เพราะ นิสสัน บอกเราว่าความเร็วปลายแค่ 160 ก.ม./ช.ม.

ที่ไม่ให้มากกว่านี้ เพราะระบบมอเตอร์ไฟฟ้าจะร้อน และอาจมีปัญหาหากใช้งานระยะยาว ดังนั้น จึงเซฟไว้ที่ความเร็วดังกล่าว ซึ่งผมว่าก็มากพอสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป โดยเฉพาะกับการขับขี่ในเมือง

อย่างที่ผมพูดครับ การทดสอบคราวนี้เป็นเพียงน้ำย่อย Nissan kicks e-power เท่านั้น เท่าที่บอกได้ตอนนี้ ภาพรวมรถคันนี้ ผมไม่เคยคิดว่าจะใช้ว่า สมบูรณ์แบบ สำหรับการใช้งานในเมือง ตอบสนองไว้ บังคับทิศทางแม่ ช่วงล่างหนึบแน่น ในราคาค่าตัวเริ่มคบได้ 8 แสนบาทปลายๆ เท่านั้น

ส่วนข้อมูลอื่นๆ เร็วๆนี้ เราจะทดสอบ  On Road   กัน ซึ่งคงจะเป็นช่วงปลายเดือนหน้าครับ

สิ่งที่ชอบ  : การตอบสนองของระบบ e-Power , ช่วงล่างที่เซทมาตอบสนองเร็วและ เซทติ้งพวงมาลัยที่ออกมาให้เฉียบคม บังคับควบคุมง่าย
สิ่งที่ไม่ชอบ : อาการ  Under Steer  ง่ายเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็ว

 

 



Comments

comments