e-power เรียนรู้เข้าใจ ว่าที่ระบบขับเคลื่อนใหม่ นิสสัน

เป็นเวลาสักใหญ่ ที่นิสสัน มอเตอร์ ได้พัฒนาระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ขึ้นมา ภายใต้ชื่อ Nissan e-power ระบบขับเคลื่อนที่ผสมผสาน ระหว่างการขับขี่รูปแบบเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าถูกปรับปรุงให้ใช้งานง่าย ไร้ความกังวลเรื่องการหาที่ชาร์จไฟฟ้า หรือ มีข้อจำกัด ทางด้านระยะการขับขี่

ระบบ   e – Power   แนะนำตัววางขายในญี่ปุ่นมาสักระยะใหญ่ ทั้งในรถที่เรารู้จัก   Nissan  Note e- Power   มาจนล่าสุด มันนำมาเอาใช้ขับเคลื่อน  Nissan serena  รถพ่อบ้านสำหรับครอบครัว มาถึงวันนี้เชื่อว่าหลายคนน่าจะเห็นแล้วว่า นิสสัน เริ่มโปรโมท ระบบขับเคลื่อนเดียวกันนี้ในประเทศไทย ซึ่งหมายความว่าเร็วๆ นี้ คนไทย น่าจะมีโอกาสได้สัมผัส

Nissan-Note-E-power005

จุดเริ่มต้น ระบบ   e- Power   เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดการออกแบบระบบขับเคลื่อนยุคใหม่ ให้ความรู้สึกเดียวกับการขับขี่รถยนตืไฟฟ้า เพียงแต่ไม่มีข้อจำกัดในการใช้งาน อาทิ เช่น ระยะทางการขับขี่ที่จำกัด หรือ การหาจุดชาร์จไฟฟ้า ตลอดจนยังให้คสามรู้สึกการขับขี่คล้าบคลึงรถยนต์ไฟฟ้า

เพียงแต่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องปรับพฤติกรรมในการใช้รถมากมายนัก คุณยังคงต้องเติมน้ำมันเหมือนเดิมดังที่ผ่านมา

จากแนวคิดดังกล่าว นิสสัน คิดว่า ทำไม เราไม่เอาเครื่องยนต์ ที่ปัจจุบัน ถูกใช้ในการขับเคลื่อน มาปรับปรุงใหม่ จากหัวใจหลักสำคัญในการขับขี่ ลดบทบาทมันเหลือเพียงผู้ช่วยปั่นไฟฟ้าเข้าแบตเตอร์รี่ แล้วจับเอามอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพในการขับขี่มาขับเคลื่อนตัวรถแทน

เมื่อลดบทบาทเครื่องยนต์ลงไป สิ่งที่ตามมา หนีไม่พ้นความประหยัดน้ำมัน และลดการปล่อยไอเสียได้ดีเยี่ยม จนลูกค้าในญี่ปุ่นถูกใจไม่น้อย

อันที่จริง   Nissan e- Power  อาจเรียกว่าเป็นระบบไฮบริดอย่างหนึ่ง ประเภท  Series  Hybrid   โดยต่อระบบหนึ่ง ทำงานเป็นอนุกรม (ต่อเนื่อง) กับอีกระบบหนึ่ง ผสมผสานกัน ให้ได้กำลังขับที่ผู้ขับขี่ต้องการ

วิธีการทำงานของ ระบบ e-Power  นั้น เข้าใจง่ายไม่ยาก เลยครับ

ก่อนอื่น .. พื้นฐานการขับเคลื่อนของระบบ ทั้งหมดใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนทั้งหมด ไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ร่วมด้วยแต่อย่างใด

กำลังไฟฟ้าที่จ่ายให้มอเตอร์ไฟฟ้า มาจาก แบตเตอร์รี่ลิเธียมไออนขนาดเล็ก ระบายความร้อนด้วยอากาศ ไม่ได้ทันสมัยระบายความร้อนด้วยน้ำ ซับซ้อนดูแลลำบาก และมีขนาดไม่ใหญ่ มันเล็กพอจะติดตั้งไว้ในห้องโดยสารได้สบาย

Nissan-Note-E-power001

กำลังไฟฟ้าในแบตเตอร์รี่ ไม่ได้มาจากการชาร์จไฟฟ้า โดยวิธีการเสียบปลั้กชาร์จเอาไฟบ้านมาอัดประจุ แบบรถยนต์ไฟฟ้า แต่มาจากการใช้เครื่องยนต์หมุนปั่น  Power Generator ไฟฟ้า หรือพูดให้เข้าใจง่าย เครื่องยนต์ติดตั้งไว้เพียงปั่นไฟฟ้าไปแบตเตอร์รี่เท่านั้น

ไฟฟ้าทั้งหมด จะถูกส่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า  Inverter   แปลงกระแสไฟฟ้าจาก   DC   เป็น  AC เพื่อไปกักเก็บให้แบตเตอร์รี่ และ บางจังหวะยังทั้งแปลงจ่ายตรงไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า หรือ บ้างก็ทำงานพร้อมกัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการชับขี่เวลานั้น สามารถแบ่งเป็น 3 สภาพการณ์ดังนี้  (โปรดดูวีดีโอ ประกอบ)

เมื่อเร่ง

เมื่อเราเหยียบคันเร่งลงไป มอเตอร์ไฟฟ้าจะดึงพลังงานจากแบตเตอร์รี่มาใช้ก่อน จนเมื่อแบตเตอร์รี่อยู่ในระดับต่ำตามที่กำหนด ประมาณ 40%  ของปริมาตรแบตเตอร์รี่ ระบบ จะสั่งให้เครื่องยนต์เริ่มทำงาน เพื่อปั่นไฟฟ้าเข้าแบตเตอร์รี่ และยังส่งไฟไปเลี้ยงมอเตอร์ไฟฟ้าด้วย

ในกรณีที่เราขึ้นทางชัน หรือ ต้องการอัตราเร่งอย่างมาก อาทิ เร่งแซง เครื่องยนต์จะถูกเร่งรอบเพิ่มตามไปด้วยเพื่อปั่นไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ขับขี่ และจะหยุดการทำงานเครื่องยนต์ ถ้าพบว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง หรือ ถึงจุดที่กำหนด

เมื่อใช้ความเร็วเดินทางปกติ (Cruising –  Normal Drive)

ในยามเดินทางปกติ การขับเคลื่อนทั้งหมดเป็นหน้าที่ของมอเตอร์ไฟฟ้า จะใช้ไฟฟ้าในแบตเตอร์รี่ก่อน จนถึงระดับต่ำสุดตามที่กำหนด จึงจะติดเครื่องยนต์ขึ้นมาชาร์จไฟฟ้า เป็นระยะ เพื่อให้มีไฟฟ้า คงเหลือในแบตเตอร์รี่อย่างพอเพียง

เมื่อผ่อนคันเร่ง / เบรก

ระบบจะอาศัยแรงหมุนของชุดเพลาที่ต่อกับดุมล้อ ซึ่งต่อตรงกับมอเตอร์ขับเคลื่อน เปลี่ยนแรงที่เหลือให้เปลี่ยนเป็นไฟฟ้าชาร์จกลับเข้าไปยังแบตเตอร์รี่ เพื่อเก็บไว้ใช้งานต่อไป

 

ทั้งหมดอาจกล่าวได้ว่า   Nissan e-Power   ใช้ มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนเครื่องยนต์มีหน้าที่เพียงชาร์จไฟฟ้าเท่านั้น

ข้อดีของระบบ นิสสัน อี พาวเวอร์ มีหลายประเด็น ทำให้นิสสัน ตั้งใจพัฒนาระบบขับเคลื่อนนี้ออกมา และ กระจายวางจำหน่ายในรถหลายรุ่น

ประการแรก ได้อัตราเร่งดี ต้องยอมรับว่า มอเตอร์ไฟฟ้า มีข้อดีตรงสามารถทำแรงบิดสูงในรอบต่ำ จึงช่วยให้ออกตัวจากจุดหยุดนิ่งได้ดี  รวมถึงยังมั่นใจได้ยามเร่งแซง

Nissan Note e-Power
Nissan Note e-Power ที่เราเคยลองขับที่ประเทศ ญี่ปุ่น
Nissan Note e-Power
Nissan Note e-Power ที่เราเคยลองขับที่ประเทศ ญี่ปุ่น

ข้อต่อมา , ระบบมีความเงียบในการทำงาน เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริง ที่ไม่สามารถ ปฏิเสธได้ เนื่องจากการลดบทบาทการทำงานเครื่องยนต์ ทำให้เสียงรบกวนเวลาขับขี่น้อยลง มันจะเกิดเพียงเมื่อเครื่องยนต์ทำงานในบางช่วงเวลาเท่านั้น (ไม่ใช่ตลอดเวลาแบบในรถปกติ)

ประการที่ 3 , ให้ความสบายในการขับขี่มากขึ้น ด้วยการตอบสนองที่ดีจากมอเตอร์ไฟฟ้า ให้ความสบายใจต่อการตอบสนองในการขับขี่ รวมถึงเสียงเงียบในการทำงาน โดยเฉพาะเวลาขับในความเร็วต่ำยังช่วยเพิ่มความสบายมากขึ้น ตลอดจน นิสสันยังพัฒนาระบบการขับขี่ที่เรียกว่า   One Pedal   ให้คุณขับรถโดยไม่ต้องใช้เบรกก็ได้

คุณเพียงใช้แป้นคันเร่งควบคุมการขับขี่รถ เมื่อถอนคันเร่ง ระบบจะอาศัยแรงหน่วงของมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อชะลอรถจนสามารถหยุดสนิทได้เลย แถมยังลดการหน้าทิ่มจากเบรกได้ด้วย

ข้อสุดท้าย ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลลง , ถึงแม้จะไม่ได้พูดถึงกันอย่างกว้างขวางจากทางนิสสัน แต่จากการศึกษาระบบ อี พาวเวอร์ โดยละเอียด เราพบว่า ระบบนี้ถูกตัดชุดเกียร์ออกไป รวมถึงไดชาร์จ ส่งผลในแง่การบำรุงรักษารถคันนี้ง่ายดายยิ่งขึ้น

จากข้อมูลที่เรามีโอกาส อ่านจากผู้ใช้ประเทศญี่ปุ่น การดูแลรักษาตามระยะทางเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง (เปลี่ยนถ่ายทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร) การไร้ซึ่งชุดเกียร์ทำช่วยลดภาระการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ หรือซ่อมเกียร์ในระยะยาว คงเหลือเพียงน้ำยาหล่อเย็น ที่ต้องใช้ในการระบายความร้อนเครื่องยนต์ รวมถึงชุดมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน

ส่งผลให้การดูแลรักษาระบบ   e-Power   ง่ายขึ้น ลดค่าใช้จ่ายลง เมือ่เปรียบเทียบกับรถยนต์เครื่องสันดาปปกติทั่วไป

สำหรับระบบขับเคลื่อน   Nissan e-Power   ใหม่ เราคาดว่าน่าจะมาในว่าที่รถใหม่จากนิสสัน ในปีนี้ ข้อดีมากมายของมัน รวมถึงระบบที่ดูเป็นมิตรต่อผู้ใช้ เราเชื่อว่า เมื่อมันเข้ามาขายในไทย น่าจะถูกใจ เหมือนที่ระบบนี้ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นและฮ่องกงมาแล้ว 

ที่มาข้อมูล  Nissan

อ่านเพิ่มเติม

Nissan e-Power มีข้อดี และอาการอะไรที่ควรรู้ก่อนซื้อมาใช้

Nissan Note E Power   … แรงประหยัด ครบเครื่อง !!!

 

 

 



Comments

comments