e-Power หนทางนิสสัน ยังต้องฝ่าฟันในอนาคต

แบ่งปันเรื่องนี้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นิสสันพยายามเปลี่ยนแปลงแบรนด์ในแง่การเป็นผู้นำความทันสมัย หนึ่งในหลายเทคโนโลยีที่แนะนำเข้าสู่ในตลาด ไม่มีอันไหนน่าชื่นชมไปกว่า e-Power  ระบบขับเคลื่อนแบบซีรี่ย์ไฮบริด หรือที่นิสสัน ชอบพูดว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่ต้องชาร์จนั่นเอง

ระบบ e-power อาจเพิ่งเข้ามาในไทย แต่ที่จริงแล้วมันเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของนิสสัน โดยเฉพาะในญี่ปุ่น แนวคิดการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนแล้วใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟฟ้า ทำให้รถมีสมรรถนะการขับขี่ตอบสนองแบบรถยนต์ไฟฟ้า กลับกันยังได้ความประหยัด ลดการสูญเสียน้ำมันในการขับขี่ไปด้วยในตัว

ความตั้งใจของนิสสัน ทำให้ในปี 2018 Nissan  Note e-Power รถรุ่นแรกที่ใช้ระบบขับเคลื่อนนี้  เป็นรถไฮบริดที่มียอดขายสูงสุด ถึง 136,324 คัน นั่นมากกว่า  Toyota  Aqua (126,561 คัน)  และ  Toyota Prius  (115,462 คัน) เสียอีก

Nissan e-power

แต่หมากเกมนิสสันก็ไม่ใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะคู่แข่งเริ่มก้าวเข้าสู่ยุค รถไฮบริดเสียบปลั้ก หรือ PHEV ไม่ว่าจะแบรนดืจากญี่ปุ่นด้วยกันเองอย่าง Honda   และ   Mitsubishi  รวมถึง ปัจจัยภายนอก บริษัทรถยนต์จากจีน ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยรแบบนี้ด้วยเช่นกัน

ก้าวย่างของระบบ e-Power   ดูจะถูกท้าทายอย่างหนัก ด้วยระบบไฮบริดเสียบปลั้ก มีคุณสมบัติสำคัญ คล้ายรถยนต์ไฟ้า คือสามารถเสียบปลั้กชาร์จไฟบ้านได้ และสามารถอัดเต็มประจุเร็วกว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป เนื่องจาก แบตเตอร์รี่มีขนาดเล็กมาก

Nissan e-power

ตลอดจนระบบ PHEV  ยังให้ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะหนึ่ง และให้สมรรถนะรวมสูงกว่ารถยนต์ไฮบริดปกติทั่วไป จนนับเป็นเรื่องท้าทาย  นิสสัน อีพาวเวอร์ที่ออกมาวางจำหน่ายล่าสุด

นิสสันเอง ยังอาจไม่เผยการพัฒนา Nissan  e-Power   ในรุ่นต่อไป แต่จากที่เรามีโอกาสสอบถามแนวทางการพัฒนาของระบบ จากนิสสัน ชี้ว่า

ข้อสำคัญที่สุดของการพัฒนาระบบ คือการสร้างสมดุลของแพ็คเกจ ไม่ว่าจะกำลังมอเตอร์ที่เพิ่มขึ้น ขนาดแบตเตอร์รี่ที่ใหญ่ขึ้น แต่ทั้งหมดนั้นจะขาดพระเอกระบบเครื่องยนต์ที่ช่วยปั่นไฟฟ้าไม่ได้เลย ถ้ายิ่งกำลังมอเตอร์และแบตเตอร์รี่ก้อนใหญ้ ก็ต้องใช้เครื่องยนต์ที่ให้กำลังสูงตามไปด้วย เพื่อลดเวลาการชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอร์รี่น้อยลง อยู่ในช่วงที่เหมาะสม

เหมือนที่เคยตกเป็นข่าวว่า  Nissan  X-Trail   จะใช้ระบบใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งฟังดูไม่น่าจะประโยชน์ เพราะเครื่องยนต์เพียงใช้ชาร์จไฟฟ้าเท่านั้น

Nissan e-power

เมื่อไม่นานมานี้ นิสสัน ได้ให้มุมมองที่สำคัญกับสื่อญี่ปุ่น  Car View  ว่า ระบบไฮบริดเสียบปลั้ก เป็นความพยายามที่คล้ายกับ อี พาวเวอร์ คือทำให้คนเข้าใจและอยากใช้รถยนต์ไฟฟ้า

แต่ปัญหาของ  PHEV  ข้อสำคัญอยู่ที่ราคาของรถค่อนข้างแพง เพราะแบตลูกใหญ่ และมอเตอร์ไฟฟ้าที่แรงกว่า แถมเมื่อไฟหมด ก็กลายเป็นเพียงรถยนต์ไฮบริดทั่วไป ระบบอีพาวเวอร์แตกต่าง เพราะพื้นฐานคือรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเครื่องชาร์จไฟในตัว

ที่สำคัญการให้ระบบเดียวไม่ซับซ้อน ทำให้ราคาค่อนข้างถูก ดูแลรักษาง่ายไม่ซับซ้อน ไม่ยุ่งยากในการชาร์จไฟฟ้า

เมื่อถามนิสสันว่า ทำไม ไม่ทำปลั้กชาร์จไฟฟ้าให้รู้แล้วรู้รอดไป นิสสันชี้ว่า เทคโนโลยีนี้ถ้าทำให้เสียบปลั้กชาร์จได้ทันที จะเป็น เทคโนโลยี  Range Extender   ซึ่งมีแนะนำอยู่แล้ว และไม่ได้ยากเลยถ้าจะทำให้เป็นจริง

มาถึงตรงนี้ Nissan  e-Power   เพิ่งจะเริ่มต้นในไทย ขณะที่เกมไฮบริดเสียบปลั้กกำลังจะเริ่ม ส่วนสำคัญที่ทำให้ ระบบขับเคลื่อนใหม่นี้ น่าสนใจอยู่ที่ การมีราคาเหมาะสม ในความประหยัดที่พอรับได้ และมีสมรรถนะในการขับขี่ที่ดี ผู้ใช้เองไม่ได้สนใจว่า วิศวกรจะพลิกแพลงระบบอย่างไร ตราบที่ใช้แล้วไม่มีปัญหาในการใช้งาน ในราคาที่พอเอื้อมได้ นั่นคือ สิ่งที่เหมาะสม และคุ้มค่าที่จะจ่าย

สิ่งสำคัญที่สุด ทำอย่างไรให้คนวางใจเทคโนโลยีตัวนี้ โดยเฉพาะ ถ้าคิดว่า จะเอามาเป็นตัวชูโรง

ข้อมูลเพิ่มเติม จาก  Carview Japan  

 

 

 



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments