Nissan Almera VS Honda  City  Turbo  มวยเอกแห่งยุคอีโค่คาร์ภาค 2

กลายเป็นศึกที่ไม่มีใครคาดว่าจะได้เห็นมาก่อน กับการวางเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบเข้ามาตอบตลาด ของทั้งทางนิสสัน ใน Nissan Almera   รวมถึงในฮอนด้า ที่แนะนำ Honda City

ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมีประเด็นถกเถียงกันมายาวนานว่า ใครคุ้มค่ากว่ากัน ด้วยหนึ่งมาในโจทย์ราคาถูกโดนจิตตรงใจลูกค้า ส่วนอีกหนึ่งเล่นเกมรุ่นใหญ่จัดตั๋วเด็กเข้าโครการอีโค่คาร์ หลังจากขับทั้ง 2 คันในเวลาไล่กัน ถึงเวลาที่เราจะเอามันทั้งคู่มาเปรียบมวยให้ฟังจริงจัง

โดยเราจับ   Honda  City  SV   มาพบกับ   Nissan Almera VL   ด้วยเหตุผลว่า ตัวท๊อปของอัลเมร่า ไม่ได้เป็นรุ่นสปอร์ตจัดเต็ม และทั้งคู่มีราคาขายใกล้เคียง

Nissan Almera Honda City เปรียบเทียบ

Nissan Almera Honda City เปรียบเทียบ

หนึ่งสปอร์ตหนึ่งหรู

ตั้งแต่เปิดตัวเริ่มวางจำหน่าย   Nissan  Almera  ชูจุดเด่นสำคัญทางด้านงานออกแบบเปลี่ยนรถรุ่นใหม่กลายเป็นคนละคันกับรุ่นเดิม จากภาพลักษณ์ความหรูสู่ภาพลักษณ์ความสปอร์ต ตอบความแตกต่าง ราวกับหนังคนละม้วน

นิสสันอัลเมร่า นำเสนองานออกแบบสไตล์สปอร์ตในรถรุ่นใหม่ ตั้งแต่กระจังหน้า V Motion  ปรับหน้าให้เทลาด มีเส้นสายคมสัน ตั้งแต่ด้านหน้าไปยันด้านข้างจรดด้านท้าย รุ่น VL   ได้ไฟหน้า-ไฟท้าย  LED  เส้นหลังคาลาดเทเล็กน้อย จากช่วงกลางรถNissan Almera

Nissan Almera

Nissan Almera

ถ้ามองดีๆ คุณจะเห็นกลิ่นอายจาก  Nissan LEAF   อยู่บ้าง เพียงแต่ถูกทอนลงมา จากรุ่นใหญ่พอสมควร ทุกรึ่นติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว สีเงิน รวมถึงยังมีสีสันให้เลือกมากมายหลายเฉดสี ตามต้องการ

Nissan Almera Honda City เปรียบเทียบ

 

ทางด้าน ฮอนด้า ซิตี้กลับมาด้วยเส้นสายใหม่ ทิศทางงานออกแบบ   Honda City   เปลี่ยนตัวเองไปสู่ภาพของรถยนต์นั่งสไตล์หรู ที่ทุกคนสามารถหาซื้อได้ตั้งแต่รุ่นก่อนป้จจุบัน ในรุ่นใหม่ ทางฮอนด้า จับเอาแนวทางการออกแบบของ   Honda  Accord  มาให้ ในหลายมุม มันเหมือนย่อส่วนจากพี่ใหญ่ ยกเว้นเส้นสายงานออกแบบที่ดูแล้ว ไปคนละทาง

Honda City Turbo

Honda City Turbo

Honda City Turbo

ในรุ่นปกติทั่วไป ที่ไม่ใช่  RS   แนะนำมาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมขยาดใหญ่ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ส่องสว่างผ่านชุดไฟหน้า LED   ล้ออัลลอยให้ขนาด 15 นิ้ว ทุกรุ่น ในตัว  SV   เป็นสีทูโทน แอ๊บ สไตล์หรู (ยกเว้น  RS ให้ขอบ 16 นิ้ว) รวมถึงยางหน้ากว้าง 185   จากโรงงาน

เส้นสายด้านช้างเน้นความเรียบหรูในแบบ  Honda  City   ด้านหลังออกแบบให้ทันสมัย ด้วยไฟท้าย LED   แรงบันดาลใจจาก เปลือกหอย ตอบความน่าใช้งาน

เมื่อมองรวมๆ   Honda  City  ให้ภาพความหรูหรา ในรถรุ่นที่ไม่ใช่ RS   ตรงกับสิ่งที่ ฮอนด้า ซิตี้พยายามทำมาตลอดในช่วงหลายปี

Nissan Almera Honda City เปรียบเทียบ

วัดขนาดสักนิด

ก่อนจะเก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร เราลองมาส่องขนาดทั้งคู่กันหน่อย

มุมแดง เป็น   Nissan  Almera   มีขนาดตัวรถ ยาว  4,495 มม. กว้าง 1,740 มม. และสูง 1,460 มม. มีระยะฐานล้อ  2,620 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 135 มม. น้ำหนักตัวเปล่ารถอยู่ที่  1,076 กก.

ด้าน   Honda City   ในอีกฝาก ตัวรถมีความยาว  4,553 มม. กว้าง 1,748 มม. และสูง 1,467 มม. ให้ระยะฐานล้อยาว 2,589 มม.  ระยะต่ำสุด จากพื้นถึงท้องรถ 135 มม. มีน้ำหนักตัวเปล่า 1,154 กก

ในยกนี้ ต้องยอมรับว่า   Honda  City   ให้ขนาดตัวรถกว้างกว่าในทุกมิติ ขณะที่  Nissan  Almera   กลับยืดขนาดฐานล้อ ยาวกว่า และตัวรถมีน้ำหนักโครงสร้างตัวเปล่ารวมเบา กว่า วางมาเป็นจุดขายตอบลูกค้า

 

หนึ่งแน่นออพชั่น หนึ่งขับสบาย

เปิดประตูในห้องโดยสาร ลองเปรียบเทียบภายใน   Honda  City  SV   แนะนำตัวเองด้วยภาพความหรูหรามาเต็มระดับพรีเมี่ยม จะเห็นได้จากภายในสีดำ ทูโทนกับสีเบจ ให้ความรู้สึกทันสมัย

Honda City Turbo

Honda City Turbo

วงพวงมาลัยรถเอง ก็ให้การหุ้มหนังตอบความหรูหราน่าใช้งาน เบาะนั่งปรับมือ  พร้อมพวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทางตามความต้องการ  เบาะนั่งหุ้มหนังทั้งคัน ออกแบบให้มีขนาดใหญ่นั่งสบาย ทั้งพนักพิงหลังขนาดใหญ่ ไปจนถึงที่รองนั่ง  ที่รองมาถึงกลางต้นขา

น่าแปลก ฮอนด้ากับออกแบบเบาะนั่งให้มีท่าเอนเล็กน้อย จนรู้สึกประหลาดใจ เหมือนกับอยากให้นั่งเอนหลังผ่อนคลายสักนิด เป็นทั้งในรุ่น RS   และ รุ่นปกติทั่วไป

Honda City Turbo

แถมเรือนไมล์ก็เป็นเข็มปกติไม่ได้ให้หน้าจอ  TFT   ดูหวือหวาแบบในรุ่นพี่ อย่าง  Honda  Civic    หรือ  Honda Accord   ตัวรถรุ่นนี้ได้ระบบความบันเทิง 8 นิ้ว ตอบโจทย์ พร้อมลำโพง 4 จุดในห้องโดยสาร ให้แอร์ออโต้ติดปลายนวมเติมเข้ามา

ด้านหลังเหลียวเป็นเบาะหนัง ขึ้นไปลองนั่งมีที่นั่งเหลือเฟือ ท่านั่งมีเอนหลังนิดๆ กำลังสบาย น่าเสียดายมันขาดที่วางแขนตรงกลาง ทำให้ บางทีจะกางปีก็ดูยังไม่เข้าท่าเข้าที เลยต้องวางไม่วางมืออย่างสงบเสงี่ยม ไว้บนหน้าขา และไม่มีลูกเล่นอะไรมากมายนัก

 

ทางด้าน  Nissan Almera  แตกต่างด้วยการยัดความสปอร์ตทันสมัย เริ่มจากพวงมาลัย  D-Shape  บนพวงมาลัยมีปุ่มคุมเครื่องเสียงและหน้าจอเรือนไมล์

ตัวเรือนไมล์ให้จอ TFT   ขนาด 7 นิ้ว ติดตั้งมาที่ฝั่งซ้าย สามารถบอกเรือนไมล์ ไปจนถึง ข้อมูลการขับขี่ที่น่าสนใจต่างๆ ฝั่งขวา เป็นเข็มธรรมดา ให้ความผสมผสานงานออกแบบ

เบาะนั่ง   Nissan Almera  ยึดเอาหลัก  Zero Gravity   ที่สู้อุตส่าห์ร่วมวิจับกับ   NASA   มาใช้ แต่เอาเข้าจริงคนตัวใหญ่อย่างผู้เขียน สูง 180 ซ.ม. หนัก 95 กก. ลองนั่ง เรีนตามตรงว่ารู้สึกเล็กไปหน่อย มันอาจจะเหมาะกับคนญี่ปุ่น หรือคนไทย คนเอเชียไซส์ปกติก็ได้

พนักพิงหลังออกแบบมาค่อนข้างสั้น จนผมนั่งแล้วไหล่เกินตัวเบาะ เช่นเดียวกับที่รองรนั่งออกแบบมาสั้น จนเหมือนวางได้แค่ช่วงสะโพก เมื่อนั่งไปนานๆ เราจะรู้สึกจมลงไปบนเบาะ เหมือนจะรู้สึกสบายขึ้น ทว่าหลังจากขับรถนานๆ รู้สึกว่า มันจะปวดเมื่อมากกว่า เพราะเหมือนเรานั่งตัวงอ ไปข้างหน้าแม้ว่าจะปรับเบาะให้ตรงตั้งแล้วก็ตาม

การตบแต่ง ตัวเบาะนั่งแม้ว่าจะเป็นรุ่นท๊อปก็ยังให้เบาะผ้า ลวดลายมาในทางความสปอร์ต สำหรับใครไม่ขยันดูแลรถมันอาจกินฝุ่นสักหน่อย

ด้านเบาะนั่งตอนหลัง ออกแบบมาท่านั่งเอนกว่า ซิตี้ และมีพื้นที่วางขาเหลือเฟือกว่าอย่างน่าประหลาดใจไม่น้อย

 

เรื่องที่นั่งตอนหลัง ทั้ง 2 รุ่นมีความเหมือนอยู่ข้อ คือไม่ให้ที่พักแขนตรงกลางและเบาะนั่งหลังไม่สามารถปรับพับได้ ใช้ได้แค่นั่งโดยสารกันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ส่วนเรื่องความบันเทิง  นิสสันให้เครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วเช่นกัน เพียงแต่มีความสามารถในการใช้งานง่ายกว่า และให้ลำโพงมากถึง 6 จุดทั่วห้องโดยสาร แต่ถ้าคุณถามว่า คุณภาพเสียงล่ะ เรื่องนี้ผมให้เครดิตซิตี้ดีกว่านะ ดูแน่นกว่าแม้จะจำนวนลำโพงน้อยกว่า

อ่านหน้าต่อไปที่นี่ >>

Comments

comments