พรบ.ใหม่ ผู้นั่งตอนหลัง ต้องรัดเข็มขัดนิรภัย ขณะโดยสาร ฝ่าฝืนปรับ 2,000 บาท

แบ่งปันเรื่องนี้

ในการประกาศแก้ไขพระราชบัญญัติจราจรทางบก ฉบับล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นอกจากการเพิ่มข้อบังคับในนเรื่องคาร์ซีทที่เป็นประเด็นในกระแสสังคมอย่างหนักหน่วง อันที่จริงในเอกสารยังมีการระบุเพิ่มข้อบังคับใหม่ ซึ่งว่าถึงเรื่องของการรัดเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสารยานพาหนะด้วย

โดยสำหรับข้อบังคับใหม่เกี่ยวกับการรัดเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสารยานพาหนะ ในการประกาศแก้ไขพระราชบัญญัติจราจรทางบกครั้งล่าสุด ข้อที่เรากำลังจะระบุถึงในตอนนี้ หลักๆแล้วก็จะเป็นการเพิ่มรายละเอียดในการใช้งานอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยดังกล่าวที่รัดกุมมากขึ้น

กล่าวคือจากเดิม ใน พรบ. จราจรทางบก มาตรา 123 ฉบับก่อนแก้ไข จะมีการระบุให้ ผู้ขับขี่ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งในขณะขับขี่รถยนต์ และระบุว่าผู้ที่โดยสารรถร่วมกันต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งในขณะโดยสาร ด้วยเช่นกัน เพียงเท่านี้

ทว่าสำหรับ พรบ. จราจรทางบก มาตรา 123 ฉบับแก้ไขล่าสุด จะมีการแยกข้อบังคับในเรื่องการใช้เข็มขัดนิรภัยของผู้ขับขี่ไว้เป็นข้อย่อยที่ 1 และเพิ่มข้อบังคับข้อที่ 2 แยกออกมาสำหรับคนโดยสารอื่นๆโดยเฉพาะ นั่นคือ

หลัก ก. “คนโดยสารที่นั่งแถวตอนหน้าและที่นั่งแถวตอนอื่น ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งตลอดเวลาในขณะโดยสารรถยนต์”

และเช่นเดียวกันกับ การเพิ่มข้อบังคับใน หลัก ข. ซึ่งว่าด้วยเรื่องคาร์ซีท กับหลัก ค. ที่ว่าด้วยเรื่องคนโดยสารที่มีความสูงไม่เกินหนึ่งร้อยสามสิบห้าเซนติเมตร ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่ง หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะนั่งแถวตอนใด ที่เราได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้

หากผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ก็จะต้องถูกระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท

อย่างไรก็ดี ข้อบังคับใหม่นี้ ทั้งข้อบังคับในหลัก ก., ข., และ ค. ซึ่งว่าด้วยเรื่องผู้โดยสารบนยานพาหนะ (เว้นผู้โดยสารที่นั่งบนเบาะแถวหน้าข้างคนขับ) จะล้วนได้รับการยกเว้น ไม่ต้องรถเข็มขัดนิรภัยก็ได้ หากเป็นการใช้งานรถนั่งสองแถว รถบรรทุกคนโดยสารขนาดเล็กที่มีการจัดที่นั่งตามความยาวของรถ รถกระบะ รถกึ่งกระบะ

เนื่องจากในความเป็นจริง รถยนต์เหล่านี้ อาจไม่มีพื้นที่ให้ติดตั้งเข็มขัดนิรภัย หรือเป็นรถที่ไม่สมควรมีผู้โดยสารตามจุดประสงค์ในการออกแบบเพื่อใช้งานตั้งแต่แรก จึงมีการอนุโลมให้

ทั้งนี้ ทุกท่านสามารถอ่าน ประกาศแก้ไข พระราชบัญญัติ การจราจรทางบก ปี พ.ศ. 2522 ฉบับวันที่ 7 พฤษภาคม ได้ที่นี่


แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments