MG ZS EV   อเนกประสงค์ไฟฟ้า ในราคาเอื้อมถึงง่าย

การเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ MG ZS EV ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน ถือเป็นการเข้ามาแข่งขันในตลาดที่สำคัญของค่ายรถยนต์อังกฤษทุนจีน การเข้ามาด้วยความตั้งใจทำตลาด ตอบลูกค้าด้วยราคาไม่แพงจนเกินเอื้อม

วันนี้ผลลัพธ์การตั้งราคาถูกใจลูกค้า ในเทคโนโลยีใหม่ที่เมื่อก่อนหลายคนได้แต่นั่งมองตาปริบๆ วันนี้ก่อเกิดตลาดกลุ่มใหม่ในรถรุ่นนี้ จนอาจจะพอกล่าวได้ว่า มันเป็นรถอเนกประสงค์ไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย ไม่น่าแปลกใจ ขับไปไหน นานๆ ครั้ง คุณต้องเจอรถคันนี้วิ่งเด่นบนถนน และวันนี้เราจะมาใช้เวลาอยู่กับมันจริงจัง ค้นหาความจริงหลังพวงมาลัยในรถรุ่นนี้

MG ZS EV

MG ZS EV   เจอกันหนที่สอง งวดนี้ มันยังคงให้ความรู้สึกเช่นเดิม ด้วยเรือนร่างของรถยนต์  MG ZS   ในตัวก่อนไมเนอร์เชนจ์ ที่เพิ่มจะปรับโฉมไปล่าสุด ถูกทำให้มีความทันสมัยมากขึ้น สิ่งที่สังเกตได้ในรถรุ่นนี้เริ่มจากกระจังหน้าใหม่ ลวดลายไม่เหมือนใคร ถ้าไปสังเกตใกล้ๆ จะพบว่า กระจังหน้ารถรุ่นนี้ ปิดทึบ ไม่รับลมเข้าห้องเครื่องยนต์

ตรงด้านหน้าจะมีช่องสำหรับชาร์จwaฟ้า วางไว้ที่ตำแหน่งนี้ จนบางทีก็แอบรู้สึกกังวลว่าถ้าเผลอขับรถชนคันหน้า คุณอาจจะต้องสังเวยปลั้กชาร์จไฟฟ้าไปด้วย โดยเฉพาะในกรณีชนแรงๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ในการขับขี่ในเมือง

MG ZS EV

ทางด้านข้างล้ออัลลอยเปลี่ยนไป ให้สีทูโทนดำเงาออกแบบมาจากกังหันลมในเนเธอร์แลนด์  บ่งบอกถึงดีไซน์ที่มีความแตกต่าง

สิ่งที่แยก เจ้าอเนกประสงค์ไฟฟ้าคันนี้ออกจากพี่น้องเครื่องยนต์สันดาปของมัน อยู่ที่สีฟ้าพิเศษเฉพาะรุ่น  Copenhagen Blue  บ่งบอกความทันสมัยน่าใช้ ในทางกลับกันผมก็กลับรู้สึกว่า จำกัดลูกค้าเกินไปสักหน่อยในมุมหนึ่ง บางคนอาจจะอยากได้สีปกติ โทนไว้ทุกข์ยอดนิยมคนไทย ก็ได้

ใช้เวลารวดเร็วสำรวจภายนอก เปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสาร   MG ZS EV   ต้อนรับด้วยงานออกแบบให้ความหรูหราพรีเมี่ยมมากขึ้น แม้ว่าในภาพรวมจะยังคงพื้นฐาน   MG ZS   เอาไว้อย่างเหนียวแน่น มันก็ดูน่าใช้งาน ด้วยเบาะนั่งหนังหุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์ นั่งลงไปรู้สึกสัมผัสนุ่มนวลประดุจนั่งโซฟา ขนาดเบาะกำลังดีไม่ใหญ่หริอเล็กเกินไปนัก ฝั่งผู้ขับขี่ปรับแต่งท่านั่งด้วยไฟฟ้าช่วยให้หาท่านั่งง่าย

MG ZS EV

MG ZS EV

MG ZS EV

ความนิ่มของเบาะทำให้ผมกังวล มันอาจจะนั่งไม่สบาย ถ้าต้องใช้เวลานั่งโดยสารในรถเป็นเวลานานๆ เบาะโดยสารตอนหลังมีความนิ่มนวลมากกว่าเบาะตอนหน้าสักหน่อย คงตั้งใจทำให้รู้สึกสบายมากที่สุดในการเดินทาง ไม่มีที่พักแขนมาให้ทั้งที่รถคันนี้ราคาล้านกว่าบาท ลักษณะท่านั่งไม่ต่างจากรถรุ่นปกติ เบาะหลังยังปรับพับได้ในอัตรา 60/40 เผื่อคุณไม่มีคนนั่งโดยสาร จะเปลี่ยนเอาไปขนของก็ทำได้สบายมาก

กลับมาด้านหน้า ตรงหน้าคนขับเปลี่ยนชุดเรือนไมล์ใหม่ ให้เข้ากับระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ด้านซ้ายถูกเปลี่ยนให้เป็นไมล์ความเร็ว ส่วนทางด้านขวาเปลี่ยนให้เป็นเรือนไมล์บอกเปอร์เซ็นต์กำลังขับของมอเตอร์ไฟฟ้า ว่าคุณใช้กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าเท่าไรในเวลานั้น  ตรงกลางมีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่จำเป็น ด้วยภาพสี

ใช้บอกค่าการทำงานต่างๆ ที่จำเป็น ไม่ว่าจะระยะทางแบตเตอร์รี่ที่เหลือ การทำงานของระบบความปลอดภัย  ใช้งานผ่านหน้าจอนี้ทั้งหมด ใต้ล่างในหน้าจอ จะมีตำแหน่งเกียร์ ,และความแรงของระบบหน่วงมอเตอร์ไฟฟ้า หรือ  KERS   ให้ดู รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการขับขี่ ไว้ครบถ้วน

พวงมาลัยปรับทรงให้กลมกลึงแล มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและระบบ Cruise Contro;  มาให้ ตัวงหุ้มหนังให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมในการขับขี่

ตรงกลางคอนโซลหน้าติดตั้งระบบเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว  ขับกล่อมคุณผ่านลำโพง 6 จุดในห้องโดยสาร หน้าจอนี้ใช้คู่กับการทำงานของระบบ  I Smart  ด้วย ในการสั่งการด้วยเสียง หรือใช้หาข้อมูลจากระบบ

เหลียวมามองช่วงคันเกียร์ใช้สวิทช์เกียร์แบบหมุน ดูแปลกประหลาดตาสักหน่อย คันเกียร์ตบแต่งด้วยวัสดุดำเงา ให้ความดูดี บนนี้มีปุ่ม 3 ปุ่ม  ได้แก่

  • KERS สำหรับปรับการหน่วงของมอเตอร์ไฟฟ้าเมื่อเรายกคันเร่ง มี 3 ระดับ ยิ่งปรับแรงมาก การหน่วงของมอเตอร์ไฟฟ้าก็ยิ่งแรงขึ้น มันให้ผลดีต่อการชาร์จไฟฟ้ากลับแบตเตอร์รี่ด้วยในทางหนึ่ง  กลับกันคุณจะรู้สึกถึงความไม่สบายในการขับขี่ตามมาด้วย
  • Mode   โหมดการขับขี่สามารถปรับได้ ณ ตรงนี้   MG ZS  EV   มี 3 โหมดด้วยกัน โดยทุกครั้ง จะเริ่มต้นด้วยโหมดปกติ หรือ Normal ให้ความสมดุลทั้งสมรรถนะและความประหยัด  ,Eco โหมดประหยัด ให้ความสมประหยัดสูงสุด และท้ายสุดโหมดสปอร์ต สำหรับการขับขี่เข้มเต็มสมรรถนะ เน้นการตอบสนองโดยไม่ยี่หระ กับระยะทางการขับขี่
  • ส่วนปุ่มแบตเตอร์รี่เอาไว้เช็คสถานะแบตเตอร์รี่ในขณะนั้น

นอกจากบรรดาของเล่นในการขับขี่ที่ให้มาเพิ่มเติมแล้ว รถคันนี้ยังให้ความสบายในการขับขี่ในเมืองด้วยระบบเบรกมือไฟฟ้า สำหรับผม อีกทีเด็ดสำคัญในรถคันนี้ หนีไม่พ้น หลังคาแก้วขนาดใหญ่เปิดให้รับแสงได้ทั้งผู้ขับขี่ตอนหน้าและตอนหลัง  จนรู้สึกโปร่งโล่งสบายในระหว่างการเดินทาง

ใต้ร่าง  MG ZS EV  ทางเอ็มจียกเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทิ้งไป แล้วเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนมาใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และทำแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร กำลังขับขี่ส่งจากแบตเตอร์รี่ลิเธียมไอออนขนาด 44.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง ถูกวางไว้ที่พื้นห้องโดยสารของตัวรถ  ตามข้อมูลจากทางเอ็มจี อ้างอิงผลการทดสอบ  NEDC   มันจะมีระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จ 337 กิโลเมตร

เรื่องการขับขี่ใช้ระบบบังคับเลี้ยวผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า ช่วงล่างทางด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังทอร์ชั่นบีมไม่ผิดแผกไปจากรุ่นปกติใช้เครื่องยนต์ใช้น้ำมัน

ขนาดตัวรถ ก็ไม่เปลี่ยนแปลง มีความยาวทั้งสิ้น 4,317 มม. กว้าง  1,809 มม. และสูง 1,624 มม. มีระยะฐานล้อ 2,585 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องให้ 161 มม.

การทดลองขับ

ขึ้นรถ   MG ZS EV   ถึงระยะทางตามการเคลมจะบอกว่าวิ่งได้ 337 ก.ม. แต่ในความจริง คุณจะเริ่มต้น ต้นด้วยระยะทาง 285 ก.ม. เมื่อกด เปลี่ยนโหมดไป Eco   จะได้ระยะทางเพิ่มขึ้นมาเป็น 300 กิโลเมตรกว่าๆ ในทันที

กวาดพวงมาลัยออกจาก   MG   สัมผัสแรก คือพวงมาลัยรถรุ่นนี้เบาและคล่องตัวมันมีน้ำหนักไม่มา เน้นการขับง่ายใช้งานสะดวก ถูกใจคนเมือง

MG ZS EV

การปรับไปสู่โหมด  Eco ทำให้คันเร่งจะหน่วงกว่าสักหน่อย เวลากดคันเร่ง ทว่าก็ยังตอบสนองดีกว่ารถใช้เครื่องยนต์ เนื่องจากการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าตอบสนองรวดเร็วกว่า คล้ายกับคุณปิดเปิดไฟฟ้า แค่ในโหมด  Eco  จะช้าว่าเสี้ยววินาทีเท่านั้น

ขับมาไม่นานเจอภาวะรถติดในเขตเมืองตามกทม. ช่วงรถติดแบบนี้ เบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ   Brake Hold   หยุดรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกช่วง เพิ่มความสบายในการขับขี่มากขึ้น เมื่อรถขยับแค่แตะๆคันเร่ง รถก็ไหลอย่างรวดเร็ว ด้วยกำลังแรงบิดมหาศาลจากมอเตอร์ไฟฟ้า มากพอๆ กับที่คุณเจอในรถกระบะและมาทันที่ที่ต้องการ

MG ZS EV

การจราจรติดขัดสลับหยุดนิ่ง เป็นพื้นที่ความประหยัดทของรถยนต์อเนกประสงค์ฟ้าคันนี้ ระหว่างทาง เจอการจราจรติดขัดบ่อยครั้ง ระยะทางคงเหลือแทบจะไม่ลดลงไปเลย เนื่องจาก มีโอกาส ปั่นไฟฟ้ากลับแบตเตอร์รี่บ่อย แถมมอเตอร์ไฟฟ้าไม่ทำงานหนักตลอดเวลา ทำให้ขับจริงกำลังไฟฟ้าจะไม่ลดลงอย่างรวดเร็ว เหมือนการขับขี่เดินทางต่างจังหวัด เนื่องจาก ยังพอจะมีจังหวะชาร์จไฟฟ้าบ้างจากกำลังเหลือขับมอเตอร์และการเบรก

ตลอดจน การเซทความหน่วงของ  KERS  ยังช่วยให้การปั่นไฟฟ้ากลับแบตเตอร์รี่มากขึ้นด้วย จากที่ขับใช้งาน ผมพบว่า   KERS 2   คือระดับกำลังดีที่สุด ไม่หน่วงมากไปหรือน้อยไป ยังพอได้ทั้งความนุ่มสบาย และกำลังชาร์จระหว่างที่คุณถอนคันเร่ง ไม่รู้สึกหน้าทิ่มเวลา ถอนคันเร่ง จนแอบกังวลว่าคันหลังจะมาจูบท้ายหรือไม่

การหน่วงมอเตอร์ไฟฟ้า MG ZS EV  อาจจะเยอะพอสมควร แต่ยังไม่มีระบบที่ทำออกมาให้สามารถใช้  KERS  เบรกหยุดจนสนิทได้ทีเดียวเหมือนคู่แข่งค่ายญี่ปุ่น คุณยังจำเป็นต้องเบรกช่วยเมื่อความเร็วต่ำตลอดการขับขี่

ทางด้านช่วงล่าง เซทออกมาแปลกแตกต่างจากรถ  MG   รุ่นอื่นที่เราเคยได้สัมผัส ปกติ  MG   จะออกแบบรถให้มีความแข็งแอบกระด้างสัมผัสแล้วสปอร์ตๆ ไม่นิ่มนวลสักเท่าไร เจ้าอเนกประสงค์ไฟฟ้าคันนี้กลับตาลปัตร มันขับสบายนุ่มนวลให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม

ทั้งที่ตลอดหลายรุ่นที่เคยผ่านมือรถ   MG   มาส่วนใหญ่มันจะต้องมีความแข็งแอบติดกระด้างบ้าง ขับแล้วรู้สึกมั่นใจในการขับขี่ไม่ว่าจะขับในความเร็วต่ำ หรือใช้ความเร็วอย่างบ้าคลั่งบนถนนก็ตาม

การเซทช่วงล่างแบบนี้ มีผลดีย่อมมีผลเสียตามมา เมื่อขึ้นทางด่วน ใช้ความเร็วสักหน่อย ความนิ่มนวลในการขับขี่กลายเป็นหอกข้างแครในการใช้ความเร็วทันที   มันค่อนข้างโยนและโคลงสักหน่อยเมื่อหักพวงมาลัยในระหว่างเราขับรถใช้ความเร็ว การเอนตัวไปมา โดยเฉพาะถ้าคนขับสวมบทนักมุด

ผมยังจำได้ตอนไปทดสอบกลุ่มนั่งแล้วรู้สึกปวดหัวฉิบหาย จากการโยนและโคลงตัวของรถไปมา ผมแอบแปลกใจทำไม ช่วงล่างรถคันนี้ไม่เฟิร์มเหมือนพี่น้องของมัน อาจจะด้วยน้ำหนักจากแบตเตอร์รี่ ทำให้มีน้ำหนักตัวรถมากขึ้น ผมไม่แน่ใจว่า   MG   มีการปรับเซทระบบกันสะเทือนหรือไม่ เมื่อเทียบกับรุ่นธรรมดา เพราะน้ำหนักตัวรถมากขึ้น ต้องการโช๊คและสปริงที่ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อทำให้รถขับมั่นใจมากขึ้น

ถึงช่วงล่างจะดูเป็นปัญหามากในรถคันนี้ กลับกันมันอาจจะถูกใจกลุ่มลูกค้าที่อาจไม่ได้เน้นขับรถซิ่งสักเท่าไรก็เป็นไปได้

ในทางกลับกันการควบคุมสั่งหยุด ระบบเบรกกลับให้ความมั่นใจจนน่าชื่นชม ด้วยการหน่วงจาก   KERS   ในเบื้องต้น ช่วยลดภาระเวลาคุณต้องเบรกได้ดี โดยเฉพาะถ้าคุณขับรถเร็ว การใช้  KERS ระดับ 3   ช่วยรีดความเร็วลงอย่างมั่นใจ ถ้ายิ่งขับแล้วใช้ร่วมกับโหมดสปอร์ต คุณจะได้ความรู้สึกเดียวกับรถสปอร์ตอยู่บ้าง

การชาร์จไฟฟ้า

พูดเรื่องสมรรถนะมาพอตัว ถึงเวลาจะต้องชาร์จไฟฟ้า  MG ZS EV  ใช้หัวชาร์จแบบ  Type 2 ปัจจุบันจุดชาร์จตามที่ต่าง ๆ ในกทม.มีมากขึ้นตามลำดับ หัวชาร์จแบบนี้ค่อนข้างหาง่ายในปัจจุบัน เนื่องจากรถยุโรป ประเภท Plug in Hybrid   ก็ใช้หัวแบบนี้ จึงได้เปรียบรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นที่ยังใช้หัวแบบ   Type 1   หรือ  บ้างอาจจะใช้ระบบ Chademo

ส่วนในกรณีต้องการชาร์จเร็วจะใช้หัวชาร์จ แบบ  CSS Combo 2 ใช้เวลา 30 นาที ชาร์จไฟฟ้า จนได้ 80%  ของแบตเตอร์รี่ แต่เอาเข้าจริง คุณใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหรอก เนื่องจากคงไม่มีใครเข็นรถเข้ามาชาร์จไฟ แค่เหลือต่ำกว่า 10% ใจก็หล่นไปอยู่ตาตุ่มแล้ว

ตามข้อมูลจาก MG  คุณสามารถติดตั้ง   Home Charger   โดยใช้เวลาชาร์จจนเต็ม 6.5 ชั่วโมงเท่านั้น (หัวชาร์จ 7kw) แต่เนื่องจากผมไม่มีตัวชาร์จที่บ้าน งานนี้จึงใช้วิชามารเร่ร่อนไปหาที่ชาร์จไฟฟ้าข้างนอก มีข้อดีว่าคุณไม่ต้องเสียเงินลงทุนติดวอลชาร์จ์ที่บ้านก็ได้  ให้นึกก็เหมือนคุณขับรถออกมาเติมน้ำมันแถมบ้านนั่นแหละครับ

MG ZS EV

อันที่จริงทาง   MG   มีความร่วมมือกับ  EA Anywhere  ทำให้มีสถานีชาร์จรองรับให้บริการมากถึง  300 กว่าจุดทั่วประเทศ เอาเข้าจริง  EA  บางทีปล่อยไฟไม่เต็ม เนื่องจากเป็นเรื่องสิทธิในการขายไฟฟ้า แต่ภายหลัง MG ขยายความร่วมมือกับการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคด้วย ปัจจุบัน เปิดให้ใช้บริการฟรี ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ปัจจุบันสถานีอัดประจุของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเปิดให้บริการ 10 สถานี  ในเส้นทางต่างจังหวัดเปิดให้บริการ ในหลายเส้นทาง เช่น

  • สายใต้ เปิดให้บริการที่ เขาย้อย และอำเภอหัวหิน
  • สายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชาร์จได้ที่สถานีไฟฟ้าปากช่อง และ สถานีไฟฟ้านครราชสีมา
  • สายเหนือ มีจุดชาร์จที่พระนครศรีอยุธยาและเชียงใหม่  เป็นต้น
  • สายตะวันออกมา ที่ ชลบุรี ละ พัทยา

สำหรับจุดชาร์จของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในเขตกรุงเทพมหานครก็มีจุดชาร์จ ณที่สำนักงานใหญ่ บนถนนงามวงวาน ตรงข้ามกับเรือนจำคลองเปรมประชากร , และ สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครังสิต

MG ZS EV

ด้วยความอยากลองจึงไปทดสอบใช้จุดชาร์จที่สำนักงานส่วนภูมิภาค รังสิต จุดชาร์จเป็นตู้ มีทั้งหัวชาร์จเร็วและชาร์จปกติ สามารถใช้ได้ทั้งหมด  ไม่จำกัด แต่ก่นจะใช้ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานาว่ามาขอชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จะมีการลงทะเบียนเล็กน้อยพอเป็นพิธี จากนั้น คุณจะได้รับบัตรไอดีมา เพื่อใช้กับตู้

จากนั้นนำหัวชาร์จที่ต้องการเสียบที่รถ เลือกหัวชาร์จที่จะใช้ ณ ที่ตู้จ่ายไฟเป็นอันจบพิธีพอล็อครถ การชาร์จไฟฟ้าก็เริ่มต้นขึ้นทันที ระหว่างนี้จะไปนั่งทานกาแฟทานข้าวก็ตามสบาย ไม่มีปัญหา

ทางด้านกระบวนการชาร์จเร็วก็มีขั้นตอนคล้ายกัน เพียงแต่เปลี่ยนหัวชาร์จมาใช้แบบ  CSS Combo เท่านั้น ที่ต้องระวังคือหัวชาร์จเร็วมีน้ำหนักค่อนข้างมาก และสายมีขนาดใหญ่อาจจะใช้งานไม่ถนัด โดยเฉพาะน่าจะเป็นเรื่องลำบากของสาวๆ ที่จะต้องมาใช้บริการ

โดยนอกจากในส่วนของการไฟฟ้าภูมิภาคแล้ว ปัจจุบัน การไฟฟ้านครหลวง ก็อนุญาตให้ผู้ใชรถยนต์ไฟฟ้าเข้าไปใช้ท่านชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงได้ โดยใครที่อยากทราบว่า มีให้บริการที่ไหนบ้าง อาจจะโหลดแอพพลิเคชั่น   MEA EV   เพื่อตรวจสอบสถานที่และลักษณะหัวชาร์จที่ให้บริการ ซึ่งยังครอบคลุมจุดชาร์จของภาคเอกชน และ การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคด้วย

ส่วนตัวระบบ   MG I Smart   ที่มากับรถ สามารถใช้การดูข้อมูลระยะทางคงเหลือ สถานะชาร์จแบตเตอร์รี่ได้เพิ่มเติม ฟังชั่นอื่นๆ อาทิ ปลดล็อค หรือ เปิด ระบบปรับอากาศล่วงหน้า ตลอดจน ฟังชั่นตรวจเช็คตำแหน่งรถได้ไม่ได้แตกต่างจากในรถรุ่นอื่นๆ

 

สรุป   MG ZS EV   ขับสบายได้ประหยัด แต่ต้องเข้าใจ

หลังจากใช้เวลาตลอดหลายวันกับรถอเนกประสงค์ไฟฟ้า   MG ZS EV  ต้องยอมรับข้อหนึ่งว่า ด้วยราคา 1,190,000 บาท มันจัดว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขายถูกที่สุดในตลาดวันนี้ จนไม่ว่าใครก็สนใจ

เอาเข้าจริงต้องยอมรับว่า การหันมาใช้ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าลบจุดด้อยของรถ  MG ZS   เดิมได้ตรงเป้า มอเตอร์ฟ้า 150 แรงม้า ให้กำลังเทียบเท่าแรงบิดจากกระบะเครื่องเล็ก ทำให้มุ่นปรู๊ดปราดขับสนุกทันใจมากขึ้น จน ตัวเลข 0-100 ก.ม./ช.ม. จากสุดอืดน้องอีโค่คาร์ มายืนที่เลขตัวเดียว 9.0 วินาที โดยเฉลี่ย ส่วนอัตราเร่ง 80-120 ก.ม./ช.ม. อยู่ที่ 6.0 วินาที และความเร็วสูงสุดเพียง 155 ก.ม./ช.ม. สำหรับคนชอบรถทันใจขับสนุก เรียกว่ามันดีพอในแง่มุมสมรรถนะการขับขี่ที่ได้ จากรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว

MG ZS EV

แต่กลับกลายเป็นว่า สมรรถนะที่ดีขึ้นกลับสังเวยความมั่นใจในการขับขี่จากช่วงล่างของมันไปเสียหมดสิ้น  จนคุณคงไม่ชอบใจเท่าไรนัก อาจจะดีในแง่มุมการเป็นรถนั่งขับสบายๆ หากเมื่อไรก็ตามต้องใช้ความเร็วจะรู้สึกหวั่นใจ เวลาเข้าโค้ง หรือเปลี่ยนเลนด้วยความเร็ว จะรู้สึกว่า ทำไมช่วงล่างสมควรจะเฟิร์มกว่านี้สักหน่อยจะดีมากๆ

ทางด้านความประหยัด จากที่ลองขับจับอัตราประหยัดในเมืองช่วงแรกของการขับขี่ พบว่า  จากแบตเตอร์รี่เต็มขับไป 74 กิโลเมตร ใช้แบตเตอร์ไป 33% เมื่อเทียบกับจำนวนพลังงานในแบตเตอร์รี่ที่หายไป โดยนำความจุแบตเตอร์รี่มาหาค่าพลังงานที่ใช้ไป พบว่า ใช้ไฟฟ้าไปทั้งสิ้น 14.685 กิโลวัตต์ หรือ คิดเป็นอัตราประหยัด 5 กิโลเมตรต่อ 1 กิโลวัตต์ (1 หน่วยไฟฟ้า) เฉลี่ยแล้ว ตกกิโลเมตรละ 80 สตางค์เท่านั้น (คำนวณที่ไฟฟ้าหน่วยละ 4 บาท)  ถือว่าคุ้มค่าเสียยิ่งกว่าอะไร

ในการทดลองรอบ 2 เป็นการขับในเส้นทางต่างจังหวัด หลังจากการชาร์จไฟฟ้าเต็มมีระยะทางใช้งานได้จริง 337 กิโลเมตร ผลการการขับด้วยความเร็ว 90-110 ก.ม./ช.ม. ระยะทางหายไป เหลือเพียง 159 กิโลเมตร วิ่งไป 178 กิโลเมตร แบตเตอร์รี่ใช้ไป 52%  เหลือ 48%   ใช้การคำนวณในแบบเดิม เราใช้พลังงานในแบตเตอร์รี่ไป 23.14 กิโลวัตต์ ได้อัตราประหยัด 7.68 กิโลเมตรต่อกิโลวัตต์ มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 52 สตางค์ต่อกิโลเมตรเท่านั้น (คำนวณที่ไฟฟ้าหน่วยละ 4 บาท)

MG ZS EV

ดังนั้นในเรื่องสมรรถนะและความประหยัดรถคันนี้จึงสอบผ่านฉลุยไม่มีปัญหา จะมีก็เพียงความมั่นใจในการขับขี่จากช่วงล่างที่สมควรจะปรับให้เฟิร์มกว่านี้ในรุ่นหน้า จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ลูกค้าอาจต้องการใช้ความเร็วบ้างเป็นบางเวลาอย่างน้อยที่สุด เวลาเดินทางไกลก้จะมั่นใจขึ้นสักหน่อย

ด้านออพชั่นภายในก็เรียกว่ามาจัดเต็ม จุดสำคัญคือระบบความปลอดภัยที่ให้มายกแพ็คชุดใหญ่ไม่ว่าระบบ   Adaptive Cruise Control , ระบบเตือนการชนทางด้านหน้า  Forward Collision Warning  ,ระบบเตือนมุมอับสายตา และเตือนการหลุดเลน  พร้อมควบคุมพวงมาลัยให้ อยู่ในช่องทางเดินรถ , ระบบเตือนเมื่อพบรถอยู่ในเลนข้างๆ ขณะเปลี่ยนเลน รวมถึงไฟสูงอัตโนมัติ

ของเล่นแบบนี้มีใน   MG ZS EV   เหมือนกัน มันจึงเป็นรถครบครันคุ้มค่า ไม่แพ้คู่แข่งที่มีมากมายในตลาด โดยเฉพาะกลุ่มอเนกประสงค์ไฮบริด

จนในวันนี้ ถ้าคุณมองหารถอเนกประสงค์มีสไตล์ไม่เหมือนใคร ต้องการเทคโนโลยีใหม่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน  MG ZS EV   ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม แม้ต้องยอมรับความจริงในเรื่องช่วงล่าง รวมถึงข้อจำกัดรถยนต์ไฟฟ้า ในเรื่องการอัดประจุชาร์จและระยะทางการขับขี่

หากด้วยราคา 1.19 ล้านบาท แล้วได้รถยนต์ไฟฟ้า ผมเชื่อว่า หลายคนคงสนใจจะซื้อมัน ลองเทคโนโลยีใหม่ที่จะเป็นกระแสในโลกอนาคต 

 

Comments

comments