MG HS PHEV  SUV เสียบปลั้ก ตัวเลือกคุ้มค่าสายครอบครัว

แบ่งปันเรื่องนี้

ในบรรดารถยนต์อเนกประสงค์ไฮบริดเสียบปลั้กที่เปิดตัวมาในช่วงท้ายปีที่ผ่านมา MG HS PHEV เป็นรถรุ่นหนึ่งที่ได้รับความสนใจไม่น้อยด้วยราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งชาวญี่ปุ่นหลายบาท

รถรุ่นนี้ได้รับความสนใจในทันที่ที่มีการประกาศราคาออกมา ถึงจะไม่เปรี้ยงปร้าง แบบอู้หู ต้องซื้อในทันที หากก็เป็นรถที่หลายคนหมายตามอง

MG HS PHEV   คล้ายๆ กับรถยนต์ประเภท   New Energy   ของ   MG   หลายรุ่น คือการจับเอารถรุ่นเดิมมาต่อยอด อย่างในกรณี   MG ZS   มีรุ่นเครื่องยนต์สันดาปแล้วก็มีรุ่นไฟฟ้าให้เลือก   , MG HS PHEV   ก็เช่นกัน

ตัวรถพัฒนาจาก   MG HS   รุ่นปกติทั่วไป แล้วปรับเปลี่ยนงานวิศวกรรมให้ตรงกับความเป็นอเนกประสงค์ไฮบริดเสียบปลั้ก

MG HS PHEV

รายละเอียดบางอ่างถูกเพิ่มเข้ามา อาทิ กระจังใหม่ ล้ออัลลอยใหม่ดีไซน์แตกต่าง มีช่องชาร์จไฟฟ้า แบบ  Type 2   แน่นอน เพิ่มตรา   Phev   มาบอกความแตกต่าง จากรุ่นปกติทั่วไป

ถ้าภายนอก เป็นสีขาว ภายในรถรุ่นนี้ก็จะมาพร้อมภายในสีใหม่ ขาวตัดน้ำเงิน เป็นทูโทนแบบ Monaco Blue  เบาะนั่งคู่หน้าปรับเป็น   Bucket Seat   ให้ความสปอร์ตน่าใช้งานมากขึ้น  ตรงหน้าคนขับได้เรือนไมล์ ดิจิตอล เต็มระบบขนาด 12  นิ้ว ตอบการขับขี่ ระบบเครื่องเสียงเป็นชุดจอ  10  นิ้ว เพื่มความใหญ่ใช้งานสะดวก

ระบบความบันเทิงยังดีงามด้วยลำโพงจาก   Bose 8.1  หนนี้ยังไม่ได้ลองเรื่องความสามารถเครื่องเสียง พร้อมไฟ Ambient Light ปรับได้  64   สีตามต้องการ

ภายในห้องโดยสาร   MG HS PHEV

ออพชั่นบางอย่างหลังคา  Panoramic Sunroof   สามารถเปิดได้กว้างถูกยกมาตอบโจทย์เพิ่มขึ้น ให้ความสบายในการขับขี่ โดยองค์รวมแล้วก็ต้องยอมรับว่า ห้องโดยสารรถรุ่นนี้ดูหรูหราเข้าที ไม่น้อย โดยเฉพาะสีทูโทนใหม่ แต่อย่าได้เลอะนะ น่าจะทำความสะดวกกันอ่วมไม่น้อย

ส่วนพื้นที่โดยสารก็ไม่ได้ต่างจาก   MG HS  การจัดวางท่านั่ง เหมือนกัน ไม่ได้ปรับแต่งอะไรออกมาเป็นพิเศษ

หัวใจสำคัญของการแนะนำรุ่น ไฮบริดเสียบปลั้ก บางคนอาจจะเรียก  Plug in Hybrid  อยู่ที่ระบบขับเคลื่อนใหม่ล่าสุด ต่อยอดจากขุมพลังเดิม

เครื่องยนต์  4  สูบ 1.5  ลิตร เทอร์โบ ถูกเพิ่มความสามารถด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังเทียบเท่าเครืองยนต์  122 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด   230   นิวตันเมตร ส่งพลังด้วยแบตเตอร์รี่ ลิเธียทไอออน ขนาด  16.6  กิโลวัตต์

ชุดเกียร์คลัทช์คู่เดิม เปลี่ยนใหม่ เป็นระบบเกียร์พิเศษ   EDU 10  สปีด แบ่งเป็นเกียร์ฝั่งมอเตอร์  4   เกียร์ฝั่งเครื่องยนต์  6   เกียร์

การขับในโหมดไฟฟ้าล้วน มีระยะทางรวม 67   ก.ม.  ใช้ความเร็วสูงสุดได้   150   ก.ม./ช.ม. กำลังขับรวมระบบทั้งหมดอยู่ที่  284  แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด  480   นิวตันเมตร เมื่อ เครื่องยนต์และมอเตอร์ ทำงานด้วยกำลังสูงสุดพร้อมกัน

การขับขี่วันนี้เป้าหมาย  MG   ต้องการให้เราเห็นลักษณะใช้งานจริงรถ ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ภายใต้แนวคิด 1  วันใช้น้ำมัน  1  ลิตร ในการเดินทาง

เมื่อเราชาร์จไฟฟ้าเต็มรถคันนี้จะเดินทางได้   67  ก.ม. การชาร์จด้วย เต้าชาร์จปกติ  ใช้เวลา  5  ชั่วโมง ถ้าชาร์จ Wall Box  MG   จะลดลงเหลือเพียง   4   ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เวลาที่มากมายอะไรนัก สำหรับการเสียบชาร์จที่บ้าน

ทดลองขับ  MG HS PHEV

ในกรณีใช้เครื่องชาร์จ  Wall Box   ยังสามารถเลือกได้ว่า จะชาร์จตอนกลางคืนก็ได้เพื่อให้ได้ ค่าไฟ ที่ต่ำที่สุดในการชาร์จเข้าตัวรถ ช่วยคุณประหยัดได้อีก จากหน่วยละ  4  บาท เหลือ  2.6   บาทเท่านั้น

เสน้ทางวันนี้ เรียกว่า เป็นการขับขี่ในเมืองเท่านั้น จำลองรูปแบบชีวิตประจำวัน ของคนที่มีบ้านชานเมืองแล้วเข้าไปใช้ชีวิตกลางเมือง อาจจะทำงานหรือพบลูกค้า ก็น่าจะเป็นชีวิตปกติของใครหลายคน

ระบบไฮบริดเสียบปลั้กของ MG   รู้สึกแตกต่างจากค่ายอื่นสักหน่อย เมื่อเราสตาร์ท ระบบจะเริ่มทำงานในโหมด Auto  เลือกจัดการพลังงานเองตามที่ถูกเซทไว้

ผมแอบแปลกใจที่   MG  เลือกให้ระบบมอเตอร์และเครื่องยนต์ทำงานแบบคู่ขนานกันในโหมดนี้ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการใช้งานแบตเตอร์รี่นานที่สุด มอเตอร์จะออกตัวช่วยในช่วงแรก เมื่อเป็น   Cruising Speed  เครื่องยนต์และมอเตอร์จะทำงานร่วมกันตลอดเวลา ทำให้ถ้าคุณรีบร้อนออกจากบ้าน อาจจะไมได้ใช้โหมด  EV   ในการขับขี่

แล้วอยากขับไฟฟ้าทำอย่างไร ?

ถ้ากรณีต้องการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ล้วน จะต้องกดที่  EV  Mode  ตรงแป้นเกียร์เพื่อเริ่มการทำงานระบบในโหมดไฟฟ้าล้วน

ระบบจะตรวจสอบปริมาตรแบตเตอร์รี่ ถ้าไฟฟ้ามีประจุอยู่ก็จะเข้าสู่โหมดไฟฟ้าล้วนได้ ซึ่งนั่นต่างจากอีกหลายแบรนด์ตรงไม่ต่องเกร็งเท้าเวลาเหยียบคันเร่งเกรงว่าเครื่องยนต์จะติดขึ้นมา

ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าของ   MG HS PHEV   มีจุดเด่นในการใช้งาน นอกจากการสร้างด้วยแนวทาง   Hairpin Design  ด้วยการสร้างรูปแบบหรือ  Forming ลวดทองแดงแล้วค่อยนำมาประกอบกันแล้ว

ทดลองขับ  MG HS PHEV

รถรุ่นนี้ยังเป็นรุ่นแรกที่ใช้การทดเกียร์ให้มอเตอร์ไฟฟ้า แทนที่จะให้มันหมุนเร็วจี๋ ตลอดการใช้งาน การทำแบบนี้ช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้า ไม่ต้องทำงานรอบจัดช่วยรักษาสภาพมอเตอร์ในระยะยาว รวมถึงการหมุนรอบคงทีช่วยประหยัดพลังงาน

มีข้อดีก็ต้องมีข้อด้อยตรงที่ การเปลี่ยนจังหวะเกียร์ของมอเตอร์จะมีอาการหน่วงๆ เหมือนเราเลียคลัทช์ ในรถเกียร์ธรรมดา อันที่จริงมันคล้ายอาการเกียร์  Selematic   ใน   MG3  เมื่อนานมาแล้ว จังหวะดังกล่าวจะเกิดขึ้น  2-3  วินาที เมื่อปรับอัตราทดแล้วก็จะวิ่งดีขึ้นทันควัน

เท่าที่สังเกต วิศวกร   MG   พยายามทำให้รถตอบสนองในการขับขี่ด้วยการหมุนมอเตอร์ไม่เกิน  7,000 รอบต่อนาที และ พยายามใช้งานในช่วง  5,000 รอบต่อนาที

การที่มอเตอร์ไฟฟ้ามีชุดเกียร์ ช่วยให้ มันยังทำความเร็วสูงสุดด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ถึง  150   ก.ม./ช.ม. ในการขับขี่จริง ถ้าเลี้ยงคันเร่งดีๆ อาจจะทะลุไป  160   ก.ม./ช.ม. อยู่บ้าง เพียงแต่ต้องใข้เวลาในการเร่งสักหน่อยถ้าจะไปถึงความเร็วดังกล่าว

ทางด้านความประหยัดก็ต้องยอมรับว่า เวลาขับไฟฟ้าล้วนการทดมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับของมอเตอร์ไฟฟ้ามากขึ้น

MG HS PHEV  ทดสอบกลุ่ม

เวลาขับความเร็วต่ำใช้งานในเมืองรถติด มอเตอร์ไฟฟ้าก็ตอบสนองเวลาเราเร่งเร็ว และชาร์จไฟกลับทันที่ที่ถอนคันเร่ง หรือย้ายเท้ามาเบรก

การเร่งๆ เบรกๆ ทำให้ มอเตอร์ไฟฟฟ้า มีประสิทธิภาพในการทำงานในเมืองค่อนข้างมาก เส้นทางทดสอบวันนี้เป็นในสภาพการจราจรจริงของเมืองกรุง มีความติดขัดอยู่พอสมควร อาทิ ถนน พระราม  9 ขึ้นชื่อลือช้ารูจักกันดี

พอใช้ความเร็วเกียร์ถูกเปลี่ยนให้มีอัตราทดต่ำลง ช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้าไม่ทำงานรอบหนักมากก็ประหยัดพลังงานมากขึ้น จากที่ขับในโหมดไฟฟ้าล้วน  เส้นทางที่กำหนดมีระยะทาง   30 .1 ก.ม. ผมใช้แบตเตอร์รี่ไป  55% เหลือระยะทางวิ่งได้อีก  30  ก.ม. และ อาจจะมากกว่า นี้ เมื่อขับขี่ในเมือง

จุดเด่นหลักข้อหนึ่งของรถรุ่นนี้ คือแบตเตอร์รี่มีขนาดใหญ่ และเดินทางได้ไกลมาก ในโหมดไฟฟ้าล้วน

ดังนั้น ระยะทางตามที่เคลมไม่น่าจะมีปัญหาในการใช้งานจริง ยิ่งถ้าขับในจังหวะรถติดบ่อยๆ อาจจะดีกว่าที่เคลมเอาไว้ด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ดี ในแง่ของตัวเลขพละกำลังสูงสุด และอัตราเร่ง วันนี้ยังไม่ได้ลองขับ เนื่องจากโดยรวมเป็นโหมดไฟฟ้าล้วน เอาไว้งวดหน้า ได้ลองเต็มๆ ยาวๆ น่าจะได้อะไรมากกว่านี้

ส่วนระบบกันสะเทือน จากเดิมในรุ่นเครื่องยนต์สันดาป เซทมาแข็งอารมณ์สปอร์ต งวดนี้เปลี่ยนไปได้อารมณ์ ช่วงล่างนั่งสบายกว่า นิ่มนวลกว่า ก็มาจากน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้น ทางเอ็มจีบอกกับเราว่า มีการเปลี่ยนโช๊คและสปริงยกชุด เพื่อตอบการขับขี่ให้ดีขึ้นกว่ารุ่นปกติ เท่าที่สัมผัสในวันนี้ก็สบายพอสมควรในการเดินทาง

อาจจะมีบ้างในจังหวะคอสะพานที่มีอาการกระโดดแล้วออกไปทางย้วย ถ้าไม่ใช่คนขับรถเร็วคงไม่ใช่ปัญหาใด ในเรื่องดังกล่าว

โดยสรุป   MG HS PHEV  เป็นอเนกประสงค์ไฮบริดเสียบปลั้กอีกรุ่นที่ออกมาเอาใจลูกค้า ที่ต้องการสมรรถนะการขับขี่  จุดเด่นน่าจะอยู่ที่มอเตอร์ไฟฟ้ามีเกียร์ และแบตเตอร์ที่ใหญ่กว่าคู่แข่งชาวญี่ปุ่น แถมราคาก็ถูกกว่า  3  แสนบาท โดยประมาณ

ความต่างของมัน คือ เป็นรถอเนกประสงค์เน้นมอบประสิทธิภาพในการขับขี่ อาจไม่ใช่ในเรื่องของอัตราเร่งสมรรถนะการขับขี่ แต่ถ้าสิ่งที่มองหาเป็นเร่องความประหยัดน้ำมัน ความเรียง่ายในการใช้งานไม่วุ่นวาย ก็น่าจะตรงโจทย์คุณ

สามารถศึกษาา ข้อมูลตัวรถเพิ่มเติมที่ MGcars

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments