MG Extender กระบะคันโต พร้อมสู้ด้วยของดีในราคาคุ้มค่า

ให้คะแนนเรื่องนี้

ถือเป็นก้าวใหญ่ครั้งสำคัญของเอ็มจี ที่ได้เปิดตัว MG Extender กระบะรุ่นใหม่ที่มาพร้อมเครื่องดีเซล 2.0 ลิตร 161 แรงม้า ครบทุกรุ่นย่อย กับบรรดาอุปกรณ์มาตรฐานครบถ้วน ในราคาเร้าใจ 549,000-1,029,000 บาท

สิ้นสุดการรอคอเสียทีสำหรับใครก็ตามที่เฝ้ารอดูว่าเอ็มจีกระบะใหม่จะออกมาเป็นแบบไหน โดยทางผู้ผลิตชูจุดเด่นให้แก่ MG Extender ด้วยคำว่า “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” เนื่องด้วยปิกอัพคันนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดตลาด ตลอดจนการใส่เครื่องดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร 161 แรงม้า ให้มาครบทุกรุ่นย่อย ในเบื้องต้นมีความน่าสนใจไม่น้อยไปกว่าคู่แข่ง

ความตั้งใจลุยตลาดรถกระบะของเอ็มจีแสดงให้เห็นชัดเจน ด้วยกระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่โดยมีทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) ที่มีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งยาวที่สุดในรถระดับเดียวกันจึงช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกได้มากยิ่งขึ้น และแบบ 4 ประตู (Double Cab) พร้อมระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น (Leaf Spring Suspension)

ขณะเดียว ยังมอบไฟหน้าโปรเจคเตอร์ (Projector) พร้อม Daytime Running Lights บันไดข้าง และกล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอย ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่ในรุ่น Giant Cab แบบยกสูง

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง แล้วเก็บเสียงดีเยี่ยมด้วยการออกแบบฉนวนกันเสียง 9 จุด ส่วนวัสดุประกอบภายในมีการเลือกใช้แบบสัมผัสนุ่ม กับแผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ตที่เข้าคู่กัน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โดยในรุ่น Double Cab ยังมาพร้อมเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า เบาะหลังพับได้ และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

ด้านหัวใจหลักของ Extender เป็นเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ และแบบธรรมดา 6 จังหวะ ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER เพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน โดยในรุ่น Double Cab จะมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L

ขณะเดียวกัน ประเด็นความบันเทิงกับอำนวยความสะดวก มีการติดตั้งระบบปฏิบัติการ i–SMART ที่มีฟีเจอร์ SMART Command สั่งการด้วยเสียงภาษาไทย สั่งการให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ ตลอดจนวิทยุภายในรถ รวมทั้งค้นหาจุดสนใจ

นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connect ที่สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ดังได้บนหน้าจอในรถ และการตรวจเช็กรถ หรือ SMART Check โดยสามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานการณ์ทํางานของรถ

MG EXTENDER มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ด้วยโครงสร้างที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Thermoforming Steel ในบริเวณเสา A ไปจนถึงเสา B และโครงสร้างโดยรวมใช้เหล็กแบบ High Strength Steel ที่มีความแข็งแกร่งสูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงในการขับขี่ พร้อมรับทุกสภาพการใช้งาน และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย

o             ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)

o             ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)

o             ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)

o             ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)

o             ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)

o             ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)

o             ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)

o             ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)

o             ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)

o             ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ รวมถึงกล้องมองภาพรอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า และกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

สำหรับ NEW MG EXTENDER จะเปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale 2019 ระหว่างวันที่ 16 ถึง 25 สิงหาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา และที่โชว์รูมรถยนต์ เอ็มจี ทั้ง 110 แห่งทั่วประเทศ พร้อมการบริการ          หลังการขาย “Passion Service” ที่เพิ่มความสะดวกมากขึ้นด้วยการบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องภายใน 1 ชั่วโมง การจัดส่งอะไหล่ภายใน 1 วันทำการ และบริการรถสำรองระหว่างซ่อม ยิ่งไปกว่านั้น NEW MG EXTENDER ยังมีค่าบำรุงรักษาทั้งในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน คือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร ไม่เกิน 20,000 บาท

NEW MG EXTENDER มีให้เลือกทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ซึ่งมีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ (4WD) ครอบคลุมทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด  พร้อม 5 สีให้เลือก คือ สีขาว Artic WHITE สีดำ BLACK Knight สีเงิน SILVER Metallic สีแดง Scarlet RED และ           สีเทา Metal Ash GREY โดยมีทั้งหมด 9 รุ่นย่อยดังนี้

NEW MG EXTENDER รุ่น GIANT CAB (กระบะตอนครึ่ง)

o             NEW MG EXTENDER GC 2.0 C 6MT ราคา 549,000 บาท

o             NEW MG EXTENDER GC 2.0 D 6MT ราคา 619,000 บาท

o             NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 659,000 บาท

o             NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 719,000 บาท

o             NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND X 6MT ราคา 729,000 บาท

 

NEW MG EXTENDER รุ่น DOUBLE CAB (4 ประตู)

o             NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 759,000 บาท

o             NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 819,000 บาท

o             NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND X 6AT ราคา 879,000 บาท

o             NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT ราคา 1,029,000 บาท

 

ติดตามและกดเป็นส่วนหนึ่งกับเราได้ที่

Comments

comments