จับเข่าคุยกับเบนซ์   ขาย รถยนต์ไฟฟ้า ก็เหมือนวิ่งมาราธอน….

แบ่งปันเรื่องนี้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทย ค่อนข้างคึกคักอย่างมากมีผู้ผลิตหลายยี่ห้อมากขึ้น และหนึ่งในนั้นที่ถูกพูดถึงหลายเดือนก่อนหน้านี้ คือ  Mercedes Benz   ที่มีกระแสข่าวว่าจะเอา  Mercedes Benz  EQC   รถยนต์ไฟฟ้าเข้าทำตลาดก่อนที่ จะตัดสินใจไม่นำเข้ามาขายด้วยเหตุผลทางด้านธุรกิจ

การไปงาน  Mercedes AMG Circuit Experience  แม้จะเป็นเกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส พันธุแรง แต่ในวงสนทนาระหว่างผู้สื่อข่าว กับผู้บริหารเมอร์เซเดส เบนซ์ ประเทศไทย ที่น่าสนใจ ลับกลายเป็นเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า … ด้วยเหตุผลต่างๆ มากมาย ที่ทำให้ค่ายนี้ต้องมองเกมยาว ไม่ใช่แค่นำรถเข้ามาขายแล้วจบกัน

Mercedes Benz EQC
รถยนต์ไฟฟ้า Mercedes Benz EQC ที่เคยมีข่าวว่าจะนำเข้ามาขายในประเทศไทย

คุณ โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์(ประเทศไทย) จำกัด พูดถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ว่า

เรื่องรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เกิดเหตุการณ์ที่เหมือนไก่กับไข่ ทางด้านฝั่งผู้ผลิตเอง ตลอดจนลูกค้าก็มองว่า ถ้าจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้านี่ มีที่ชาร์จกี่ที่ เพียงพอหรือยัง ถ้าที่ชาร์จไม่พอเพียงอาจจะตัดสินใจไม่ซื้อรถ ในขณะเดียวกัน ทางกลุ่มผู้ลงทุนจุดชาร์จก็ตั้งคำถามกับตลาดว่า มีจำนวนผู้ใช้พอหรือไม่ คุ้มค่ากับการลงทุนสร้างจุดชาร์จหรือเปล่า

ในเรื่องนี้เราจึงแก้ไขปัญหา โดยการพูดคุยกับผู้ผลิตรายอื่น และให้คำแนะนำว่า ควรจะทำให้ลูกค้าที่ใช้รถไฮบริดเสียบปลั้ก ซึ่งมีจำนวนหนึ่งในตลาดเริ่มชาร์จรถในที่สาธารณะบ้าง

อย่างแรกมันทำให้บริษัทสร้างจุดชาร์จ เริ่มเห็นโอกาสทางธุรกิจที่จะเดินหน้าต่อ  และในทางเดียวกัน การใช้ฟ้าในการขับเคลื่อนรถในเขตยังลดการปล่อยมลภาวะ ทำให้อากาศในเขตกรุงเทพมหานครสะอาดขึ้นด้วย ซึ่งปัจจุบัน  Mercedes  มียอดขายรถยนต์ไฮบริดเสียบปลั้กไปแล้วกว่า 16,000 คัน

โครงการดังกล่าวนี้เราเรียกว่า   Charge to Charge   ซึ่งน่าจะทำให้เกิดการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ต่อยอกสร้างจุดชาร์จ โดยใช้สิ่งที่เรามีอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความนิยมและขยายตัวมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่า ถ้าไม่มีจุดชาร์จ คนก็จะยังไม่มีความต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากเท่าไรนัก

เราหวังว่า นี่จะทำให้เกิดสถานนี้ชาร์จมากขึ้น 2,000 หรือ 3,000 แห่ง ทั่วกรุงเทพ เมื่อนั้นเราจึงจะนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาขายให้ลูกค้ามีโอกาสจับจอง

คุณ โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์(ประเทศไทย) จำกัด

มื่อถามว่า การที่จะเกิดแบบนั้นได้ คือเมื่อไรกันแน่

คุณโฟลเกอร์ ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ตอบยาก แต่เป้าหมายของ Mrcedes Benz  ในเรื่องนี้ คือการนำรถยนตไฟฟ้าเข้ามาประกอบขายในประเทศไทย การทำเช่นนั้นได้ก็ต้องเห็นโอกาสและการตอบสนองจากตลาด รวมถึงพัฒนาการของโครงสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ไฟฟ้า

แน่นอนว่า อย่างที่หลายคนทราบ เมื่อเร็วๆ นี้ เราประกาศยกเลิกการตัดสินใจนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า   Mercedes Benz  EQC  เข้ามาวางจำหน่าย แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจแบนั้นเราได้ทำการปรึกษากับทางภาครัฐบาลแล้วว่า เราต้องระงับไว้ก่อน

ด้วยเหตุผลสำคัญในเรื่องจุดชาร์จที่ยังมีจำนวนไม่มาก แต่ทางเราก็ได้ปรึกษาในเรื่องการให้ผลประโยชน์แก่คนใช้รถยนต์ไฟฟ้าควรมีสิทธิพิเศษอื่นๆ มากกว่าแค่การอุดหนุนช่วยซื้อรถ ต้องมีสิทธิพิเศษให้กับคนที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เช่น ขับรถสวนในทาง  One Way   ได้ มีที่จอดรถพิเศษ

สำหรับ เมอร์เซเดส เบนซ์ เองเรามีนโยบายสำคัญ ยังไงเราจะไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าแน่นอน มันอาจจะต้องมีบางช่วงบางตอนที่เราต้องถอยมาก่อน แต่ในท้ายสุดแล้วในฐานะบริษัท รวมถึงนโยบายจากบริษัทแม่เราไปรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแน่นอน

ถ้าอย่างนี้มองว่าจะเป็นการเสียโอกาสไหม ในการทำตลาดทั้งที่หลายผู้ผลิตอื่นๆ เริ่มแนะนำรถยนต์ไฟฟ้าออกวางจำหน่าย

คุณโฟล์เกอร์ กล่าวว่า บางทีมันก็อาจจะเป็นการเสียโอกาส ถ้ามาเร็วเกินไป ก็สำคัญไม่แพ้กัน การจะขายรถเราต้องทำให้ถูกต้อง ไม่ว่าเราต้องพัฒนาความเข้าใจกับตัวทนจำหน่าย ต้องมีการฝึกอบรมพนักงานให้เข้าใจผลิตภัณฑ์ รวมถึงการซ่อมบำรุง ต้องพร้อม การเตรียมพร้อมเรื่องชิ้นส่วนอะไหล่

เราจะเห็นได้ว่าในอดีตก็มีคู่แข่งเราบางราย ที่เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าแล้วก็พบว่า ไม่มีความต้องการจากลูกค้า อย่างที่ควรจะเป็น  รถสต๊อคอยู่ในลานฝุ่นจับ ซึ่งถ้าเราพลาดในเรื่องนี้บางทีเราอาจจะไม่มีโอกาสทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นในเมืองไทยได้เลย

สำหรับเราเวลา เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เราอยากให้ภาครัฐเข้าใจ เช่นเดียวกัน เราก็อยากให้ลูกค้าเราเข้าใจด้วย

เราต้องการทำตลาดระยะยาว ไม่ใช่เข้ามา 4-5 ปีแค่นั้นจบ ถ้าเราจะทำก็จะทำให้ถูกต้อง และทำในจุดที่มีความต้องการสูงแล้ว

Mercedes Benz EQC

ทางด้าน คุณ บีเยิร์น กุชเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด  เสริมว่า การทำโครงการ  Charge to change   เราทำเพราะเรามองแล้วว่า มันคือโครงการที่จะส่งเสริม   Charging Station  ให้เกิดขึ้นจำนวนมาก

เปรียบง่ายๆ นี่ไม่ใช่การวิ่งแข่งสี่คูณร้อยเมตร  นี่เหมือนเรากำลังแข่งวิ่งมาราธอน

ในส่วนโรงงานแบตเตอร์รี่ที่มาลงทุนและเริ่มเดินสายการผลิตแล้ว ที่สมุทรปราการ

คุณโฟลเกอร์บอกว่า แม้ว่าการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอาจจะล่าช้าสักหน่อย แต่ก็ไม่มีผลกระทบ ตอนนี้แบตเตอร์รี่ที่ผลิตในประเทศไทย มีการส่งออกไปยังเยอรมัน เนื่องจากมีความต้องการสูง

แต่ยังไงเรื่องสำคัญที่ทางบริษัทแม่ได้เน้นย้ำมา คือยังไงก็จะต้องขายรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งการผลิตแบตฯ เพื่อการส่งออก เป็นหนึ่งในการปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะโรงงานแห่งนี้เดิมที ผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศไทยเท่านั้น  และอนาคตถ้ามีความต้องการในประเทศมากขึ้นก็อาจจะไม่ส่งกลับไปยังยุโรปแล้ว

จากทั้งหมดนี้จะเห็นว่า  เมอร์เซเดส ได้แค่เข้ามาขายรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น พวกเขายังมองถึงความพร้อมของประเทศไทย ต่อการตอบสนองใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า แม้ว่าทุวันนี้จะได้รับความนิยมมากขึ้น ก็อาจจะยังไม่มากพอ โดยเฉพาะปัญหาสำคัญ คือเรื่องของจุดชาร์จไฟฟ้าในประเทศไทย ที่ยังเป็นประเด็น

แม้ว่าวันนี้ ค่ายตราดาวจะยังไม่ขายรถยนต์ไฟฟ้าให้คนไทยได้จับจองกัน แต่อย่างน้อยที่สุดเราก็ได้ทราบว่า เมอร์เซเดสเบนซ์ มีความตั้งใจจริงในการขายรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการปูฐานจุดชาร์จให้แน่นจากโครงการ  Charge to Change   และเมื่อพร้อมเราคงได้เห็นรถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายนี้

 

 



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments