Mercedes ถูกจับไต๋ “ทำรถโกงค่าไอเสีย” อีกครั้ง

แบ่งปันเรื่องนี้

การผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ของตนเองที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ลดค่าไอเสียเมื่อถูกทดสอบเท่านั้น ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ของทาง Mercedes ผู้ผลิตยานยนต์ระดับพรีเมียมชื่อดัง แต่ล่าสุดพวกเขาก็ถูกจับผิดเรื่องนี้ได้อีกครั้ง หลังจากที่เคยเสียค่าปรับหลักเกือบแสนล้านบาทจากกรณีเดียวกันมาแล้วเมื่อปี 2020

จากการรายงานล่าสุดโดย Deutsche Umwelthilfe (DUH) หรือหน่วยงาน สมาคมไม่แสวงหากำไรด้านสิ่งแวดล้อมและการคุ้มครองผู้บริโภค ของประเทศเยอรมัน เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ระบุว่า ทาง Mercedes ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ถึง 8 ชิ้นด้วยกัน เพื่อปรับปริมาณก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ OM642 ของ 2016 Mercedes E350d และอาจจะรวมถึงรถยนต์รุ่นอื่นๆที่ใช้เครื่องยนต์ลูกเดียวกันให้ลดลงเฉียบพลันเมื่อมีการทดสอบมาตรฐานมลพิษ

โดยอุปกรณ์ทั้ง 8 ชิ้น จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ 6 ชิ้นแรก จะถูกติดตั้งและเชื่อมต่อกับชิ้นส่วนที่เรียกว่า Bluetec SCR system โดยหนึ่งในชิ้นส่วนที่ว่านี้ จะถูกออกแบบให้ควบคุมปริมาณการฉีดน้ำยาบำบัดไอเสีย AdBlue เข้าสู่ระบบแคทตาไลติกซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการลดปริมาณก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ลงขณะรถกำลังถูกนำไปทดสอบค่ามลพิษ ขณะที่อีก 2 ชิ้นจะทำงานร่วมกับระบบนำไอเสียกลับมาใช้ใหม่ (ระบบ EGR)

แต่เมื่อรถคันดังกล่าวพบว่ามันไม่ได้ถูกทดสอบค่ามลพิษในห้องแล็บแล้ว ค่าก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมา จะมีปริมาณมากกว่าที่มาตรฐาน Euro 6 กำหนดเอาไว้ถึง 500 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ตัวรถถูกใช้งานบนถนนจริงๆ

และแม้ทาง Mercedes จะปฏิเสธข้อกล่าวหา แถมยังระบุว่าเหตุผลในการติดตั้งชิ้นส่วนทั้ง 8 เข้าไปก็เพื่อความทนทานของเครื่องยนต์ ทว่าก่อนหน้านี้ ในปี 2017 ทางบริษัทก็เคยต้องเรียกรถยนต์ในตระกูล V-Class กว่า 3 ล้านคัน ต่อมาในปี 2018 ก็เรียกรถยนต์ตระกูล GLC และ C-Class กว่า 800,000 คัน เพื่อนำกลับมาแก้ไขปัญหาเดียวกันนี้มาแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2020 ที่ผ่านมา ทาง Mercedes ยังต้องเสียค่าปรับเป็นเงินจำนวนราวๆ 92,000 ล้านบาท ให้กับหน่วยงานรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา จากความผิดในลักษณะเดียวกันกับผลิตภัณ์ของตนเองจำนวนกว่า 250,000 คัน อีกด้วย

ขอบคุณจาก motor1

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments