Mercedes Benz GLC 220d AMG Dynamic บ้าพลัง จอมประหยัด

ในบรรดาเครื่องยนต์ที่ เมอร์เซเดส เบนซ์มาใช้ในรถอย่างแพร่หลาย  รหัส 220d   ถือเป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่คงอยู่ในตลาดประเทศไทยยาวนาน เริ่มลงตั้งแต่ Mercedes Benz  E-Class   เรื่อย มาจน   C- Class   หากส่วนผสมที่ลงตัวของมันกลับอยู่ใน  Mercedes Benz GLC 220d

หลายปีนับตั้งแต่วางขาย   Mercedes Benz  GLC   เรื่อยมา ทางค่ายตราดาวได้รับความสนใจจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงโฉมล่าสุดของ Mercedes Benz GLC   ให้ความทันสมัยทันยุคเหมือนพี่น้องมากขึ้น และเพิ่มความน่าใช้ด้วยเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ถึงในหลายมุมเหมือนจะลดพละกำลังลง ทว่ากลับได้ความประหยัดพกความคุ้มเมื่อมองตัวหรูสักคันมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการปรับโฉมครั้งสำคัญ รุ่นที่เรานำมาขับในวันนื้ คื  Mercedes Benz GLC 220d AMG Dynamic   รุ่นกลางของรหัส GLC   สนนราคาอยู่ที่ 3,699,000 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่ไกลเกินนัก สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ต้องมีรถประดับบารมี

Review Mercedes Benz GLC 220d AMG Dynamic

Review Mercedes Benz GLC 220d AMG Dynamic

Review Mercedes Benz GLC 220d AMG Dynamic

ตัวรถรุ่นปรับโฉมเปิดตัวครั้งแรกในเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2562 ในเยอรมัน   ก่อนทาง เมอร์เซเดส เบนซ์ ประเทศไทย จะหิ้วมันเข้ามาประกอบในไทย และเปิดขายในราวๆ ช่วงไตรมาส 3 ปี เดียวกัน ถือว่าค่อนข้างรวดเร็วทันใจลูกค้า อยู่พอสมควร

ขนาดตัวรถไม่ได้มีการเปลี่ยนจากเดิมนัก มันมีความยาวตลอดคันทั้งสิ้น 4,655 มม. กว้าง 1,890 มม. และสูง 1,644 มม. เทียบกับ Compact Cross over   ทั่วไป มันจะมีขนาดใหญ่กว่า จนเกือบเท่าอเนกประสงค์ขนาดกลางจากญี่ปุ่น แต่มองด้วยสายตา จะพบว่าขนาดมันไม่ได้ดูใหญ่นัก แม้ว่าในรายละเอียดทางเทคนิคจะชี้ว่าใหญ่กว่าพอสมควร

ความสำเร็จของ   GLC   ในรุ่นแรก ส่งให้ทางเบนซ์ รีบปรับปรุงรถรุ่นนี้ทันควัน หลังจากขายรุ่นปัจจุบัน มาตั้งแต่ ปี 2015 นับเป็นเวลากว่า 4 ปี ตั้งแต่เปิดตัว

การปรับรุ่นปรุงโฉม ทางค่ายเมอร์เซเดส ตั้งใจทำรถให้มีเส้นสายงานออกแบบดูมีความทันสมัยตั้งแต่แรกเห็นมากขึ้น คุณจะรู้สึกได้ทันทีตั้งแต่พบกัน ป๊ะแรก ว่าไฟหน้า   GLC  ใหม่ เปลี่ยนไป  สายตารถที่จ้องมองคุณดูมีความเย้ายวนมากขึ้น ทรวดทรงมลกลมมากขึ้น  มันมาพร้อม ไฟหน้า   Multi BEAM LED   ทำงานอัตโนมัติ และยังมีระบบไฟสูงอัตโนมัติมาด้วย

Review Mercedes Benz GLC 220d AMG Dynamic

กระจังหน้า Diamond Grill  และกันชนหน้าเปลี่ยนใหม่ ถีบตัวจากความเป็นเก๋ง ออกมาเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ที่หลายคนน่าจะรู้สึกชอบจริงๆ ก็คงไฟท้ายใหม่ เปลี่ยนกราฟฟิก เป็นลายลูกเต๋าที่ดูมีแปลกดี ในรุ่น  AMG Dynamic เส้นสายรายละเอียดตัวรถดูเดิมๆไม่เปลี่ยนแปลง แต่ต้องยอมรับว่า พอใส่ชุดแต่ง AMG  เข้ามาทำให้ดูน่าใช้ขึ้น มันติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว จัดมาพร้อมยาง   Run Flat ขนาด 235/55/ R19   ทั้ง 4 ล้อ   ทำให้ดูมีความสปอร์ตมากขึ้นอย่างชัดเจน

ถ้าสังเกตให้ดี  GLC  ถูกออกแบบให้ตัวรถ มีฝากระโปรงหน้ายาวเช่นเดียวกับส่วนห้องโดยสาร กวาดด้วยสายตาจะรู้สึกว่า การออกแบบอเนกประสงค์คันนี้แอบมีความคิดรถสปอร์ตบางประการแฝงในตัว อาทิ การวางตำแหน่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าไว้กลางตัวรถ, ช่วงฝากระโปรงหน้ายาวเป็นต้น

เปิดประตูเข้าห้องโดยสาร   GLC   ต้อนรับคุณด้วย  เบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มหนัง  Artico ปรับท่านั่งด้วยไฟฟ้า และมีปุ่มบันทึกท่านั่งการขับขี่ได้ถึง 3 โปรแกรม ตรงหน้าให้พวงมาลัยมัลติฟังชั่นทรงสปอร์ต หุ้มหนัง  Nappa   การปรับระดับพวงมาลัยทำด้วยระบบไฟฟ้า

ถัดลงไปหน้าจอเรือนไมล์ เปลี่ยนใหม่เป็น แบบ  All Digital Instrument  Display  ขนาด 12.3 นิ้ว การจัดวางแผงหน้าปัดมีการเปลี่ยนแปลง เป็น วัดรอบเครื่องอยู่ขวา วัดความเร็วอยู่ซ้าย

ตอนปรับเบาะนั่งแอบเห็น ชื่อ  Burmester   ที่ลำโพงคู่หน้า ระบบเครื่องเสียงสุดเจ๋งให้ความกระหึ่มตลอดเส้นทาง ทำงานคู่กับระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อในรถใหม่ล่าสุด  MBUX  มาพร้อมจอภาพขนาด 10.25 นิ้ว และสามารถสัมผัสได้ หรือจะใช้ ทัชแพทช์ตรงคอนโซลกลางก็ได้ ระบบปรับอากาศแยกได้ 2 โซน อิสระ ซ้าย-ขวา ไม่ต้องทะเลาะให้มากความวุ่นวาย

แหงนมองราคา มีผ้าปิดไว้ เมื่อกดเปิดออก มันคือหลังคา  Panoramic Sunroof  ตัวกระจกบานหน้าสามารถขยับเปิดได้

ลงจากรถมาสำรวจทางด้านหลัง   GLC 220d AMG Dynamic  มาพร้อมระบบเปิด-ปิด ฝาท้ายด้วยไฟฟ้า พร้อมฟังชั่นแฮนด์ฟรี สามารถเตะ เข้าไปใต้ท้องรถ เพื่อให้มันเปิด เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ชอบจนไม่มีมือจะกดเปิดประตูท้าย  ด้านเบาะนั่งหลัง สามารถพับได้ ในอัตรา 40/20/40 แต่การพับจริง จะแบ่งเป็น สัดส่วน พับ 2/3 หรือ พับ 1/3 ก็แล้วแต่ จะพับหมดก็ได้ วิธีพับไม่ยาก เพียงกดปุ่มพับที่ห้องสัมภาระ เบาะจะเด้งลงไป พร้อมใช้งาน สำหรับภารกิจขนสัมภาระในทันที

Review Mercedes Benz GLC 220d AMG Dynamic

การพัฒนา และ วิศวกรรม

ตลอดกว่า 3 ปี นับตั้งแต่   Mercedes Benz  GLC   เริ่มวางจำหน่าย ทางเบนซ์ให้เครื่องยนต์ดีเซลอยู่คู่รถรุ่นนี้มายาวนานา เดิมทีในไทย ให้เครื่องยนต์รหัส  250d   ให้กำลัง 204 แรงม้า และทำแรงบิด 500 นิวตันเมตร  ในเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร ซึ่งก็ถือว่าดีในระดับที่น่าพอใจ

Review Mercedes Benz GLC 220d AMG Dynamic

พอมารุ่นใหม่ ทางเมอร์เซเดส ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด ดีเซล 2.0 ลิตร ให้กำลัง 194 แรงม้า สูงสุด ที่ 3,800 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อมแป้น เปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย หรอที่เราเรียกกันคุ้นว่า  Paddle shift  ฝั่งซ้ายลดเกียร์ ฝั่งขวาเพิ่มเกียร์

เจ้าเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ตัวนี้ มีอัตราทดดังนี้

  • เกียร์ 1  5.354
  • เกียร์ 2  3.243
  • เกียร์ 3  2.252
  • เกียร์ 4  1.636
  • เกียร์ 5  1.211
  • เกียร์ 6  1.000
  • เกียร์ 7  0.865
  • เกียร์ 8  0.717
  • เกียร์ 9  0.601
  • เกียร์ถอยหลัง  4.798
  • อัตราทดเฟืองท้าย  3.067

 

จะเห็นได้ว่า 3 เกียร์ สุดท้าย เป็นเกียร์ที่มีค่าน้อยกว่า 1.0 หรือมี  Over Drive   มากถึง 3 ตำแหน่ง แน่นอนว่าในความเป็นจริงการใช้งาน จะทำให้รถมีความประหยัดเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะ เมื่อขนาดเครื่องยนต์ลดลงและมีเกียร์มากขึ้นรับใช้งานขับเดินทางไกล

ทางด้านช่วงล่างรุ่นใหม่ปรับปรุงการเซทอัพเล็กน้อย  ในรุ่น   AMG Dynamic   และ   GLC Coupe   ให้ช่วงล่างแบบสปอร์ต จากข้อมูลของ ทาง Daimler มีการปรับปรุงช๊อคอัพใหม่ ให้ขับขี่นุ่มนวลขึ้นบนถนน และ เมื่อขับรถเร็ว หรือทางออฟโรด ช่วงล่างจะแข็งขึ้นเพื่อให้การตอบสนองที่ดีขึ้นเวลาขับขี่

 

การทดลองขับ

ถ้านับตั้งแต่เริ่มรู้จักเครื่องยนต์  OM654   มา นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ที่ผมขับเครื่องยนต์ตัวนี้ ซึ่งใน 2 ครั้งก่อน เป็นรถเก๋ง ทั้ง  E -Class   และ  C-Class งวดนี้จึงเป็นหนแรกที่ขับมันในรถอเนกประสงค์

ที่ผ่านมาไม่เคยคิดสนใจ   Mercedes Benz GLC   มาก่อน จนกระทั่งอะไรไม่รู้ดลใจ ศรีภรรยารบเร้าให้เจ้าหล่อนมอง  GLC  ไม่ว่าอะไรที่เบนซ์โปรยเสน่ห์ไว้ในการออกแบบใน   GLC   ข่าวดี คือมันได้ผลกับสาวๆ เธอดูถูกใจกับ GLC  มากมาย ถ้าให้ผมเดา คิดว่า คงเป็นเส้นสายทที่มีความอ่อนช้อยโค้งมลไม่ดูแข็งทื่อ  รุ่นใหม่งานออกแบบดูมีความกลมทั้งคัน ไม่ว่าจะไฟหน้า กระจังหน้า ที่เปลี่ยนไป ที่ผมว่าน่าสนใจสุดคือไฟท้าย ที่มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น อย่างชัดเจน  กราฟฟิกใหม่ สะกดสายตา เห็นก็จำได้ทันทีว่า นั่น  GLC  ด้วยไฟลูกเต๋า 2 ดวง

Review Mercedes Benz GLC 220d AMG Dynamic

ก้าวเข้าในห้องโดยสาร   GLC  ใหม่ ให้ความทันสมัยมากขึ้นอย่างชัดเจน หน้าจอเรือนไมล์ที่จริงเปลี่ยนได้ 3 แบบ คือ  Progressive , Classic   และ Sport  แต่จากที่ใช้งานผมว่า  Progressive   ดีที่สุด เพราะบอกค่าชัดเจนดี ตัวหนังสือใหญ่สะใจ ถูกใจผู้สูงอายุแน่นอน

ส่วนตัวเบาะนั่งให้ความโอบกระชับน่าพอใจ ในการใช้งานการปรับท่านั่งไม่ยาก และมีที่ดันหลังให้ด้วย ขับเดินทางนานๆ ไม่มีปัญหา ในระหว่างการทดสอบมีการเดินทางไกลไปหัวหิน โดยขับรถแทบไม่พักยกเว้ยแวะปั้มเข้าห้องน้ำ มันพิสูจน์แล้วว่านั่งสบาย

ด้านเบาะตอนหลัง อาจไม่มีพื้นที่โอ่อ่ารโหฐาน อย่าง  GLE   แต่ก็จัดว่านั่งสบายอย่างน่าพอใจ แม้ว่ากะด้วยสวยตาบางทีอาจรู้สึกว่าดูแคบไปสักนิด เอาตามจริงนั่งสบายกว่าสายตาเห็นเยอะ ส่วนสำคัญต้องยกให้เครดิต การจัดท่านั่งอยู่ในท่าทางที่มีความสบาย ตรงกลางมีที่เท้าแขน และที่วางแก้วน้ำ จะใช้ก็กดออกมา ด้านหลัง มีที่ชาร์จไฟ เป็นช่อง   USB 2   ช่อง 12 โวล์ต 1 ช่อง

Review Mercedes Benz GLC 220d AMG Dynamic

สิ่งท่ำให้ผมแปลกใจ คือในกล่องคอนโซลกลาง มีช่อง   Usb  แบบ   Reversible Type C   มาให้ 2 ช่อง ข่าวดี คือมันชาร์จไฟรวดเร็ว ข่าวร้ายคือ คุณต้องมีโทรศัพท์มือถือราคาแพง ที่รับการชาร์จ   USB C  ผมเข้าใจว่า ทางเยอรมันเขาคงเป็นหัวชาร์จดังกล่าวหมดแล้ว ส่วนพี่ไทยเรายังมีปะปนกันไป

เรื่องการใช้เพื่อบรรทุกสัมภาระ ผม ลองโยนจักรยานเสือภูเขาล้อ 29 นิ้วขึ้นรถ พบว่ามีพื้นที่เหลือเฟือ ในเรื่องความจุ เมื่ออยู่ในโหมดสัมภาระวันเที่ยว  ถ้าคุณเอาเบาะขึ้นมากก็ยังมีความจุห้องสัมภาระท้ายถึง 550 ลิตร สบายมากจะจุกระเป๋าเดิมนทางสำหรับทุกคนบนรถ

อย่างที่บอกไปในข้างต้นว่า   Mercedes Benz GLC 220 d  โฉมปี 2020 เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรื่องเครื่องยนต์ ปรับลดขนาดจากเครื่องยนต์ 2.2 มาเป็น 2.0 ลิตร ทำให้แรงม้าและแรงบิดลดลง เช่นกันหากตบเท้าเข้าโชว์รูมค่ายตราดาว ถามหารุ่นขับ 4 หรือระบบ  4 Matic  ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลก็ไม่มีให้เล่น คุณต้องขยับไปรุ่นใหม่ 300e  ไฮบริดเสียบปลั้กเท่านั้น

ในความจริง คงไม่มีใครเอารถหรูราคา 3.6 ล้านบาท ไปลุยให้เสียของ แม้ว่าจะทำได้ แต่ก็เสียดายรถ จึงไม่แปลกใจที่เบนซิตัดออพชั่นขับเคลื่อนสี่ล้อออกไป ส่วนรุ่นไฮบริดที่ยังมี เพราะขุมพลังจัดจ้านมาก ระบบขับสี่มีไว้เพื่อช่วยเผื่อในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน จะได้ไม่ลงไปข้างทางความสนุกจะได้ไม่กลายเป็นหายนะ

การตัดขับสี่ออกไป ทำให้การบังคับเลี้ยวดูเป็นธรรมชาติขึ้นในความรู้สึกส่วนตัว การจะมุดจะแทรกท่ามกลางการจราจร ดูเจนจัดมาขึ้น เซทอัพพวงมาลัยออกมาทางคมสไตล์สปอร์ตจ๋าๆ ช่วยให้ขับคล่องในเมือง เวลาเข้าโค้งเฉียบคม หรือยามแทรกไปตามช่องการจราจรยามเร่งรีบทำได้

Review Mercedes Benz GLC 220d AMG Dynamic

ส่วนที่ดีที่สุดในรถคันนี้ ผมยกให้เครื่องยนต์ ถึงจะทอนอ่อนกำลังลงจากรุ่นก่อนหน้า จนหลายคนสงสัยมันจะไปสู้ใครเขาได้ แต่พอขับขี่  GLC 220d  มันกลับตาลปัตร เครื่องยนต์พยายามอย่างยิ่งจะรักษาระดับรอบเครื่องในช่วงรอบแรงบิดสูงสุด มันจะป้วนเปี้ยนที่  1,400-1,800 รอบต่อนาที  เวลาขับเดินทาง

  • ที่ความเร็ว 110 ก.ม. รอบเครื่องยนต์ 1,400 รอบต่อนาที (เกียร์ D9)
  • ที่ความเร็ว 120 ก.ม. รอบเครื่องยนต์ 1,600 รอบต่อนาที (เกียร์ D9)

ตัวรถน้ำหนักเปล่า 1,780 กก. รวมผมกับเดือนเข้าไป พร้อมสัมภาระ คิดกลมๆ ว่า 2,000 กก.  สามารถวิ่งแทบบินไร้ปัญหา ตลอดเส้นทาง แรงบิด 400 นิวตันเมตรสถิตกับเราตลอด โดยเฉพาะช่วงความเร็ว 110-120 ก.ม./ช.ม. เพียงยำคันเร่งลงรถก็พุ่งปรี่ไปข้างหน้า

หลายครั้งคุณจะพบว่า ทั้งที่เราขับความเร็วปกติ อาทิ 90 ก.ม./ช.ม. เรากลับไปเร็วกว่าคันอื่นหลายเท่า จนคุณอาจแปลกใจ ถึงกำลังของมัน ถ้ามาว่ากันตามอัตราเร่งจากรายละเอียดทางเทคนิค รถคันนี้ มีอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ในเวลา 7.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 215 ก.ม./ช.ม.

ในความจริง จากที่เราลองจับอัตราเร่งหลายรอบ มันมีอัตราเร่งเพียง 10 วินาที เท่านั้น  แต่ช่วง 80-120 ก.ม./ช.ม. ได้อัตราเร่งประมาณ 7 วินาที ซึ่งถือว่าค่อนข้างรวดเร็ว ความเร็วปลาย กดบนทางเรียบทำได้ดีที่สุดเพียง 210 ก.ม./ช.ม. ซึ่งก็ไม่แปลกจากสภาวะอากาศร้อนกว่าในบ้านเรา เมื่อเทียบกับทางเยอรมัน

ระบบกันสะเทือนเองเรียกว่าขับสบายและมั่นใจผสานครบจบในคันเดียว เวลาขับความเร็วต่ำ อย่างล่องไปในเมือง ผ่านฝาท่อกทม. หรือรอยปะถนน เอาสายไฟมุดใต้ดิน รู้สึกถึงความสะเทือนไม่มากนัก ตามสไตล์เซทติ้งหนึบแข็ง ถ้าขับสบายๆ ใช้ความเร็วปกติ มันจะให้อาการนิ่มนวลในระระดับที่น่าพอใจ  ศรีภรรยานั่งหลับสบายคุณผ่อนคลายตลอดการเดินทาง เป็นรถที่ต่อคุณขับจากต่างจังหวัด อย่างสระบุรีเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร ร่างก็ไม่ช้ำ ลงจากรถยังรู้สึกสดชื่นไม่ใช่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง

แต่ถ้าให้ผมให้คะแนนความประทับใจสุดในรถคันนี้ ผมขอยกให้ความประหยัดน้ำมัน ชนิดคุณจะอึ้งทึ่งกับมัน ใครจะคิดรถจอมพลัง 0-100 10 วินาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร ไม่ว่าคุณจะขับบู้แค่ไหน อัตราประหยัดไม่เคยตกไปกว่า 15ก.ม./ลิตร (ตามข้อมูลบนหน้าปัด) ซึ่งต้องเรียกว่าบ้าไปแล้ว ยิ่งถ้าขับแบบคุณชายไปเนิบๆ ตัวเลขบนหน้าปัดบางทีได้เท่าน้องๆ อีโค่คาร์ 5.5-5.6 ก.ม./ลิตร ก็มีมาให้เห็น

ยามขับเข้าเมืองก็ได้อัตราประหยัดเดียวกัน เพราะมีระบบหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วคราว ถ้าไม่ใช้งาน ตัวเลขจะตกที่ 12 ก.ม./ลิตร โดยประมาณ ผมว่าเป็นรถที่มีความประหยัดในตัวพอสมควร จนหนึ่งถัง (66 ลิตร) สามารถวิ่งได้ 1,000 กิโลเมตร ถ้าขับดีๆ

สรุป อัตราประหยัด

  • ในเมือง 11.89 ก.ม./ลิตร (ปิดการทำงานระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์ชั่วคราว)
  • นอกเมือง 14.12 ก.ม./ลิตร
  • Bonn test Mode  16.46 กม./ลิตร

สรุป  Mercedes Benz  GLC 220d AMG Dynamic   ครบเครื่องทุกรส คุ้มค่าที่สุด.. ในวันนี้

เวลาเจอรถดีๆ สักคันนอกจากผมจะชอบเขียนรีวิวเกี่ยวกับมันเร็วๆ แล้ว ยังชอบที่จะขับและใช้ชีวิตกับมันให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตกับ   GLC 220d   ผมรู้สึกว่านี่คือรถที่เหมาะกับผม และน่าจะหลายท่าน เราต้องการรถที่เป็นมิตรในการใช้งาน ทั้งการโดยสา รการบรรทุกสัมภาระ ลุยได้นิดหน่อย โดยเฉพาะยามหน้าฝนอาจจะต้องลุย น้ำขังรอการระบาย เป็นหนึ่งในสิ่งที่เลี้ยงไม่ได้ ในความจริงของคนไทย

การติดตั้งเครื่องดีเซลรุ่นนี้ในรถอเนกประสงค์ บางคนอาจจะค่อนขอดว่า มันสู้เยอรมันอีกเจ้าไม่ได้  โดยเฉพาะเมื่อเจ้านั้นเขาขึ้นชื่อเครื่องดีเซลมากกว่าค่ายตราดาว แต่ส่วนที่ผมมองคือ  GLC 220D  เป็นรถที่ลงตัวในความจริงมากกว่า ช่วงล่างไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป

เครื่องยนต์ที่พร้อมบู้ทุกเมื่อ หากเพื่อนมาทัก คุณยังเก๋าพอจะปราบรถซิ่ง – กระบะซิ่งเกรียนๆ พอไหว ถ้าจำเป็น  ในทางกลับกันจะบู้สักเท่าไร ก็ยังประหยัดในระดับที่น่าพอใจ และจะประหยัดมากขึ้นถ้าขับเป็นปกติ ทำให้สองด้านของชีวิตกลายเป็นหนึ่งเดียวได้

แถมเรื่องความปลอดภัยก็ครบเครื่อง มีทั้งระบบ Cruise Control   แปรผันความเร็ว , ระบบ เตือนมุมอับสายตา, ระบบเตือนการเมื่อยล้าจากการขับขี่ , ระบบเตือนแรงดันลมยาง และเบรกมือไฟฟ้า

Review Mercedes Benz GLC 220d AMG Dynamic

ขณะเดียวกัน ด้วยความเป็นรถที่ผู้หญิงชอบ ทำให้หากจะซื้อเบนซ์สักคัน คงไม่ใช่ปัญหานัก ถ้าต้องเลือกที่ชอบตามภรรยา คุณก็ยังได้รถที่ขับสนุกอยู่ดี

อย่างไรก็ดี ส่วนที่เราติติงไป น่าจะมีอย่างเดียวคือการตัด 4 Matic   ออกไป ซึ่งเมื่อต้องสู้คู่แข่งอย่าง  BMW X3   ที่มีระบบ   X Drive ในทุกรุ่นจะทำให้ลูกค้าตัดสินใจลำบาก และต้องยอมรับว่า ลูกค้ารถหรู ส่วนใหญ่ไม่ออกไปขับทดสอบ ฉันเห็น ฉันชอบ ฉันซื้อ ในราคาเท่าที่จะจ่ายไหว

นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญสำหรับเบนซ์ ว่าจะทำอย่างไรให้   GLC 220d  เข้าไปอยุ่ในใจลูกค้า เพราะจากตระกูล 220d   ที่เคยผ่านมือมาทั้งหมด กล้าพูดว่า  GLC   คือส่วนผสมที่มีความลงตัวมากที่สุดในตระกูล และด้วยราคาขนาดนี้ คุณได้ ทั้งบู้ ทั้งบุ๋น ในคันเดียว แถมถูกใจศรีภรรยา จะมีคันไหนลงตัวกว่านี้อีก

 

 



Comments

comments