ย้อนรอย เส้นทางกระบะมาสด้า จากวันนั้น ถึงวันนี้ …. ยืนหยัดมาได้ไง

แบ่งปันเรื่องนี้

ในบรรดารถที่ขายดีที่สุดในไทยมากที่สุด รถที่หลายคนต่างรู้สึกแปลกใจว่า ยอดเดินไม่ค่อนดีเท่าไรนัก ออกอาการน่าเป็นห่วงก็แลจะเป็น Mazda หลังเมื่อช่วงปีที่ผ่านมานำเสนอรถยนต์ Mazda BT 50 ใหม่ ออกมาทำตลาดเอาใจลูกค้าที่ต้องการ ทด้วยสไตล์กระบะหรู

หลายคนมองว่า มาสด้าไม่เก่งกระบะ ไม่เหมือนรถอเนกประสงค์ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า วเราจึงอยากพาทุกคนย้อนรอยเฉพาะะมาสด้า สักหน่อย ว่ากว่าจะมาจับมือกับ อีซูซุ อย่างในวันนี้ พวกเขาก็ผ่าานร้อนหนาวมามากเช่นกัน

มาสด้ามาแนวกระบะได้ไง

ที่จริงแล้ว มาสด้าเอง มีความเข้าใจในรถยนต์เชิงพาณิชย์ในวันวานพอตัว โดยเฉพาะบริษัท เป็นผู้เริ่มต้นในการสร้างรถสามล้อใช้ในเมืองฮอิโรชิม่า จนเป็นรถสร้างชื่อได้รับความนิยมจากลูกค้า ถึงแม้จะไม่ได้มาขายในไทย ก็ถือว่าเข้าใจอยู่ไม่น้อย

ถ้าจะถามว่าในไทย ทำไมมาสด้าถึงทำกระบะขาย นั่นเพระาตลาดกระบะในไทยเป็นตลาดหลักยอดขายมหาศาล จนไม่อาจจะมองข้ามได้

ส่วนหนึ่งถ้าใครวัย 40 กลางๆ ไปจนถึงวัย 30 ปลายๆ น่าจะเคยคุ้นๆ ว่า ในยุคตั้งแต่สมัย มาสด้าสุโศล มาสด้า ก็มีรถกระบะขนาดเล็กมาขายกันแล้ว

Mazda Familia น่าจะถือเป็น มาสด้ากระบะคันแรกในไทย ที่เข้ามาทำตลาดจริงจัง ด้วยพื้นฐานจากขนาดเล็กที่วางจำหน่ายในยุคนั้น ความสามารถในการบรรทุกราวๆ 500-600 กก. แนะนำเริ่มแรกในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ก่อนจะขยับมาเป็นเบนซิน 1.3 ลิตร c]h; 1.4 ลิตร ทั้งยังจุดประกายแคปหลัง และหลังคาสูง

รถรุ่นนี้ลูกบางกลุ่มชอบ เพราะมีขนาดเล็กขับง่าย โดยเฉพาะลูกค้าสุภาพสตรี จนเป็นที่นิยมพอประมาณ สร้างความแตกต่างในกระบะบ้านเราพอสมควร ในสมัยที่มาสด้ายังเตาะแตะในไทย

พันธมิตรฟอร์ด ช่วยลุยกระบะ

คนยุคใs,j อาจทราบกันดีว่า มาสด้า และ ฟอร์ด เป็นคู่หู ในการทำรถกระบะ ก่อนทีทาสม้าปันใจมาหา อีซูซุในรุ่นล่าสุด ด้วยความตั้งใจว่า พวกเขาน่าจะนำไปไปในทางที่ดี อีกทั้งสายสัมพันธ์กับมิตรอเมริกา ก็ไม่ดีนักตั้งแต่กลางรุ่นที่ผ่านมา

แต่ถ้าย้อนกลับไปในวันวาน ที่จริงแล้ว ดีลมาสด้ากับ ฟอร์ด มีมาตั้งแต่ก่อนผู้เขียนจะเกิดเสียอีก

สาเหตุที่ฟอร์ดมามีหุ้นในมาสด้าได้ ก็ทำนองคล้ายกับที่เราทราบ จาก Ford VS Ferrari ฟอร์ดในเวลานั้นในฐานะหนึ่งใน Big Three สามทหารเสือรถยนต์อเมริกา ต้องการจะรุกคืบจากตลาดยุโรปมาสู่ทางเอเซีย ซึ่งในช่วงยุค 60 มาสด้าประสบปัญหาทางด้านการเงินพอดี ส่วนหนึ่งก็มาจากการลงเงินไปกับการพัฒนาเครื่องยนต์โรตารี่ ก็เลยค่อยๆ ทยอยเก็บมาเรื่อง จาก 7% จนมีมากที่สุด 24.5% ในปี 1979

ที่จริง ฟอร์ด น่าจะเรียกว่า เป็นแรงผลักดันหลักให้มาสด้า สนใจกระบะ ทางค่ายวงรีสีน้ำเงิน จุดไฟด้วยการนำรถ Mazda B series มาแต่งหน้าทาปากใหม่ แล้วขายชื่อ Ford Courier ซึ่งรถรุ่นนี้มีขายในไทยด้วย เพียงแค่ไม่ได้รับความนิยมนัก เนื่องจากสมัยนั้น เป็นยุคที่รถกระบะญี่ปุ่นได้รับความนิยมมากกว่า หากก็พอหาได้บ้างในไทย ถือเป็นสุดยอดแรร์ไอเทมของฟอร์ดยุคเก่า

กลับมาที่มาสด้า ที่ยืนหยัดตลาดเก๋งมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยมาสด้าสุโกศล การมาของแฟมมิเลีย ที่มีพื้นฐานจาก รุ่น 323 ที่จริงมีขายมานาน ตั้งแต่เครื่อง 1000 ซีซี จนมาจบที่รุ่นเครื่องยนต์ 1300 ซีซี ถ้ายังพอจะนึกออก มีพี่แอดคาราบาว เป็นพรีเซ็นเตอรฺ์ ในรุ่น 1300 จนหลายคนซื้อหามาขับ ด้วยความรู้สึกมันดูเท่ห์เมื่ออยู่กับพี่แอ๊ด

ตามที่ค้นหาข้อมูมาทั่ว พี่ J!MMY Headlightmag เคยบอกในคอลัมน์ 50 รถดังในไทย (ลองไปอ่านดูมีรถเจ๋งๆ เยอะ) ว่า รถรุ่นนี้น่าจะเริ่มขายในปี 1975 (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เข้ามาปลายยุค 60 ตั้งแต่เริ่ม สุโกศลใหม่ๆ ขายเริ่มจากตัว 1000 ซีซี ไปจนตัวสุดท้าย 1,400 ซีซี) และ ว่ากันตามจริงมันอยู่โยงยาวๆ ถึง 1997 จัดว่าเป็นรถร่วมสมัยรุ่นหนึ่ง ในตลาดก็ว่าได้

มาสด้าแฟมมิเลียเดิมๆ ตัว Super Cab

มาสด้า ดูจะพยายามจริงจังเรื่องกระบะมานานมากกว่าที่เราคิด จากข้อมูลหลายแหล่งชี้ตรงกันว่า ถ้าจะเอาจุดเริ่มต้นกระบะค่ายนี้จริงๆ ก็จะเริ่มในราวๆ ปี พ.ศ. 2525 (อาจจะนานกว่านั้น) เมื่อตอนแนะนำ Mazda Magnum ออกมา หลายคนจะคุ้นรถรุ่นนี้ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 8 วาล์ว ในรหัส R2 ถ้าจำไม่ผิดเครื่องยนต์จะเพียงแค่ 64 แรวม้า แรงบิด 140 นิวตันเมตร

อย่าแปลกใจที่กำลังมันน้อย เรากำลังพูดถึงกระบะดีเซลตั้งแต่ยุคเรายังไม่เกิดด้วยซ้ำ ในรถรุ่นนี้ทางมาสด้ายังมีรุ่นเบนซินให้เลือกในรหัส B2000 มันไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรนักใช้เครื่องยนต์ FE กำลังสูงสุด 82 แรงมา้ แรงบิด 152 นิวตันเมตร เข้าใจว่าออกมาก่อนที่ทางมาสด้าจะเปลี่ยนมาเป็นตระกูลเครื่องยนต์ดีเซล

กระบะมาสด้ารุ่นนี้ ออกมาในยุคเดียวกับ Toyota Hero และ Isuzu KB ยุคนั้น นิสสัน และ มิตซูบิชิ ยังถือเป็นตัวเลือกต้นๆ ด้วย มาสด้า จึงเรียกว่าเป็นไม้ประดับ แต่ที่เข้าไปสำรวจข้อมูลอดีตคนใช้ ก็ต่างพูดในแง่การเป็นกระบะที่ควบคุมง่ายขับดี ติดเพียงเครื่องยนต์สู้คู่แข่งไม่ได้

พบรัก Isuzu

นี่เองเป็นจุดที่มาสด้า โตจรมาพบกับอีซูซุ ในเมื่อกำลังสู้ไม่ได้ ทำยังไง ในตอนนั้นเป็นช่วงเดียวกับที่ อีซูซุยกระดับตัวเองขึ้นมาด้วยเครื่องยนต์รหัสตำนาน 4JA1 หรือที่เรียกกันชินปากว่า เครื่องยนต์มังกรทอง มาใช้เสียเลย

ดีลซื้อเครื่องยนต์อีซูซุ เรียกว่าเป็นดีลเริ่มต้นที่ทำให้มาสด้า มาเป็นพันธมิตรกับ อีซูซุ ในวันนี้ก็ว่าได้ มาสด้าตัดสินใจยอมซื้อเครื่อง 2.5 ลิตร เพื่อประหยัดเงินพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่เอง

การนำเครื่องยนต์อีซูซุมาใช้ ทำให้มันไม่แมทช์กับชุดเกียร์มาสด้า มีข้อมูลชี้ตรงกันว่า เครื่อง 2500 ของมาสด้า จะกินรอบมากว่าของอีซูซุอยู่พอสมควร แต่รถเด็ดกว่าตรงเกาะถนนมั่นใจกว่าของอีซูซุ

ในโฉมนี้ ฟอร์ดได้นำรถรุ่นนี้แปลงขายในนาม Ford Marathon ออกมาในสไตล์เดียวกัน ฟอร์ดต่างจากมาสด้าตรงตั้งใจไปส่งขายออสเตรเลียมากกว่า

อันที่จริง มาสด้าก็เคยทำ PPV มาขายตั้งแต่สมัยปีมะโว้ ด้วย Mazda B2500 Wagon ในยุคเดียวกับ Isuzu ไทยรุ่ง ตัวแรก แต่ด้วยราคาและความนิยมยังไม่เท่าวันนี้

Mazda B2500 Wagon ที่เคยทำตลาดในไทย ภาพจาก Wikipedia

ฟอร์ดกอดแน่นเดินหน้าลุยกระบะ

วิกฤตการเงินในช่วงปี 1990 ทำให้ฟอร์ดเข้ามาควบคุมมาสด้ามากขึ้น โดยในปี พ.ศ.2539 เพิ่มการถือหุ้นในมาสด้า เป็น 33.4% แล้วส่ง ฌอนรี่ วอลเลซมาเป็นประธาน มาสด้าในตอนนั้น

ในไทย มาสด้า และฟอร์ด ตัดสินใจร่วมมือกันสร้างโรงงานประกอบรถยนต์สำหรับรถยนต์ทั้ง 2 แบรนด์ ในนาม Auto Alliance Thailand วางหมากไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถกระบะ 1 ตัว ด้วยเหตุผลว่าไทยเป็นตลาดกระบะเบอร์2 ของโลก รองจากอเมริกา และยังสามารถส่งไปทำตลาดที่ออสเตรเลียได้ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

Mazda B-Series ตัวสุดทาย ภาพจาก Wikipedia

ตัวรถกระบะมาสด้า ยังใช้ชื่อ B-Series ในรหัส B2,500 ต่อขนาดไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไรนัก ทรวดทรงรวมๆดูเหมือนรุ่นเดิมที่ถูกทำให้ทันสมัยมากขึ้น เครื่องยนต์เปลี่ยนมาเป็นรหัส WL ดีเซล 2.5 ลิตร 80 แรงม้า ทว่าที่นิยมจริงคือ เครื่อง WL-T เทอร์โบดีเซล 2.5 ลิตร ให้กำลัง 104 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร เป็นเครื่องยนต์ของมาสด้าเอง

ฟอร์ดใช้รถตัวเดียวกันนี้ออกมาเป็น Ford Ranger ตัวแรกในไทย และใช้ชื่อเดียวกัน ส่งออกออสเตรเลีย

ในปี 2006 Mazda BT50 ออกมาเป็นครั้งแรก มาจนถึงวันนี้ไม่มีใครรู้ว่า คำว่า BT ย่อมาจากอะไร แต่สาวกมาสด้าหลายคนเข้าใจว่า น่าจะมาจากคำว่า B Series Truck ส่วนตัวเลข 50 เป็นขนาดตัวรถนั่นเอง

หนนี้ ฟอร์ดกลายมาเป็นผู้นำการออกแบบแล้วให้มาสด้าตาม ส่วนสำคัญมาจากการเข้าควบคุมมาสด้าในช่วงเวลาดังกล่าว ทางฟอร์ด แนะนำงานออกแบบใน Ford Ranger ใหม่ ที่ออกมาในสไตล์อเมริกันมากขึ้น ออกแบบโดยทีมออกแบบ ฟอร์ด ออสเตรเลีย ไซมิน บัทเทอร์เวิร์ธ

Mazda BT-50 โฉมแรก ที่ออกวางจำหน่าย โดยเแลี่ยนมาใช้พื้นฐานจากฟอร์ด

เครื่องยนต์อัพเกรดมาเป็นระบบคอมมอนเรล โดยยังใช้พื้นฐานบางส่วนของมาสด้า WL เดิมมาต่ออายุ ด้วยกาติดตั้งระบบจ่ายน้ำมันแบบคอมมอนเรลเข้าไป ให้กำลัง 141 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตันเมตร

และยังมีเครื่องยนต์ รุ่น 3.0 ขยายขนาดสูบเป็น 96 มม. ปรับช่วงชักเป็น 102 มม. ทำกำลัง 156 แรงมา้า และให้แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร มาสด้าเรียกเครื่องยนต์ทั้งคู่ด้วยรหัสใหม่ว่า MZR-CD

งวดนี้เป็นครั้งแรกที่มาสด้า ต้องหันมาตามฟอร์ดบ้าง ด้วยทรวดทรงที่กลางเก่ากลางใหม่ จึงไม่ค่อยถูกใจลูกค้ากระบนัก ประกอบกับเวลาเดียวกัน กระบะอย่าง นิสสัน นาวาร่า สร้างปรากฏการณ์ใหม่ รถรุ่นนี้จึงใช้เวลาเพียง 5 ปีเท่านั้น ในการขายทำตลาด

ฟอร์ดในฐานะผู้กระบะตัดสินใจจะปรับมาเป็นนสไตล์อเมริกามากขึ่นในปี 2011 แนะนำ Ford Ranger T6 เข้าทำตลาด แน่นอนว่า มาสด้าได้อานิสงค์เรื่องนี้

2016-mazda-bt-50-facelift-starts-production-in-thailand-photo-gallery_1

รถทั้งคันไปจนถึงเครื่องยนต์ แทบจะเรียกว่ามาสด้าไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เพียงมาปรับหน้า ออพชั่นให้ตรงความเป็นมาสด้า ออกมาเป็นสไตล์หน้ายิ้มอารมณ์ดี ตามที่เราเคยผ่านตามา ส่วนเครื่องยนต์เกียร์ทุกอย่างเหมือนฟอร์ดทุกระเบียบนิ้ว

ยกเว้นตอนไมเนอร์เชนจ์ ที่มาสด้าดันไม่ได้เครื่องยนต์ตัวใหม่ของฟอร์ดทั้งที่จับมือกันมานาน ส่งสัญญาณไม่ดี ต่อความสัมพันธ์ ของทั้งสองค่าย

สะบั้นรักฟอร์ด ควงแขนอีซูซุ

กระแสว่าฟอร์ดอาจถอนตัวจากมาสด้ามีมาสักพักใหญ่แล้ว และชัดเจนขึ้นในช่วงปี 2008 จากปัญหาวิกฤติการณ์ทางการเงิน ที่จริงฟอร์ดไม่อยากจะตัดมาสด้าออกไป เนื่องจาก พันธมิตรญี่ปุ่นช่วยลดต้นทุนในการผลิตรถได้มหาศาลแต่สาถานการณ์ที่ต้องต้องเลือกแบกพันธมิตรกับตัวเอง ก็ต้องเลือกตัวเองก่อนเป็นธรรมดา

ค่ายวงรีสีน้ำเงิน จึงขายหุ้น20% ของมาสด้าขณะที่มาสด้าซื้อหุ้นคืนอีก 6.8% จนกระทั่งปี 2010 ฟอร์ดขายหุ้นอีกจนเหลือ 3% ในมาสด้า จนมาขายหมดในปี 2015

แน่นอนว่าเรื่องนี้กระทบหนักในแง่พัฒนารถกระบะรุ่นต่อไปของมาสด้า เนื่องจากรุ่นที่แล้วมาสด้าไปฝากกับฟอร์ดมาก และคิดว่าไม่มีเหตุการณ์นี้มาก่อน มาสด้าจึงต้องการพาร์ทเนอร์ใหม่ ที่สามารถตอบโจทย์ได้

แน่นอนว่า มาสด้ามองว่าที่สุดในตลาดน่าจะดีที่สุด อีซูซุดูจะเป็นมิตรแท้ที่ไม่ค่อยจับมือกับใคร ทั้งที่ มาสด้าเองก็สนิทกับโตโยต้า และเป็นพาร์ทเนอร์ในการพัมนาระบบขับเคลื่อน แต่กลับไม่ไปจับมือกับโตโยต้าในเรื่องนี้ด้วยเหตุผลบางประการ

การดีลกับอีซูซุ สุดท้ายได้รับการยืนยันวา่า มาในทรงคล้ายฟอร์ด อีซูซุจัดการให้หมด มาสด้าออกแบบแล้วขายในนามมาสด้า เหมือนในอดีต

ฟังดูเหมือนจะง่ายแต่พอเปิดตัวทำตลาด สื่อต่างวิจารณืในทางเดียวกันว่า มันขาดเสน่ห์ความเป็นมาสด้านั่นคือ ช่วงล่างและการควบคุมที่เคยดีงามในอดีตของมาสด้า

แม้งวดนี้ส่วนที่ดีคือ การเป็นกระบะที่ออกแบบมาได้โดนจิตโดนใจลูกค้ามากขึ้นก็ตาม ทำให้มาสด้า ตกที่นั่งลำบากในการขาย ในขณะที่อีซูซุได้อานิสงค์ในการพัมนารถขายให้มาสด้า ในการปรับปรุงจุดด้อยของ D-Max เดิมในอดีต

มาสด้าจะแก้เกม Mazda BT-50 อย่างไร เป็นคำถามที่น่าสนใจในเวลานี้ ยอดขายที่น้อยเกินไปทำให้รถใหม่บนถนนมีจำนวนไม่มากเท่าไรนัก รวมถึงช่วงล่างที่ขาดหายไป ทั้งหมดนี้ล้วนได้รับการจับตาจากลูกค้า

มาสด้าไม่ใช่หน้าใหม่ในตลาด พวกเขาอยู่มานานและพอจะมองภาพที่ตัวเองยืนหยัดอยู่ แต่วันนี้ต้องยอมรับว่า ตลาดกระบะวันนี้แข่งขันรุนแรง เปลี่ยนแปลงไปมาก มาสด้าก็ยังคงจุดยืนที่พวกเขาคิดว่าใช่และเป็นตัวตนของพวกเขา ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจทุกคนก็เท่านั้นเอง

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments