Mazda CX-30 ขับยาว กรุงเทพ – เชียงใหม่ เป็นอย่างไรบ้าง

ตั้งแต่เปิดตัวออกมาต้องยอมรับว่า  Mazda CX-30 เป็นรถที่เข้ามาถูกที่ถูกเวลา เติมเต้มความต้องการรถอเนกประสงค์มาสด้าให้มีครบทุกเซกเมนท์ในไลน์อัพสินค้า รถอเนกประสงค์ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน

มาสด้า ซีเอ็กซ์ 30 กลายเป็นรถขายดี ในระดับเรือธงยอดขายของมาสด้า ด้วยความน่าสนใจในการออกแบบ การใช้เทคโนดลยีใหม่ล่าสุด และราคาที่อยู่ในช่วงระดับรับได้สำหรับลูกค้าหลายคน ไม่แพงเกินเอื้อม จนหลายคนสนใจ

การเดินทางของเราในคาราวาน “มาสด้าปันสุข” เป็นอีกครั้งที่เรามีโอกาสขับ   Mazda CX-30   หลังจากงวดที่แล้วเราได้ขับรถรถรุ่นนี้ไปบนเส้นทางพิษณุโลกขอนแก่น ด้วยระยะทางต่อคนไม่เยอะมากเท่าไรนัก พนนี้เราถูกเชิญให้ขับรถวิ่งไปเชียงใหม่ ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลพอสมควร สำหรับการเดินทาง

Mazda CX-30

พบกันอีกครั้ง มาสด้า ซีเอ็กซ์ 30 หนนี้เริ่มชินตากับงานออกแบบที่ออกมาในสไตล์ดูลุยน่าสนใจมากขึ้นสำหรับลูกค้า ที่มองหาอเนกประสงค์ ตัวรถออกแบบให้มีขนาดอยู่ในกลุ่ม   Entry  Compact Crossover   ตอบตลาดการขับขี่ น่าสนใจในการใช้งาน ด้วยขนาดที่พอเหมาะกับการใช้งานในเมือง และลงตัวกับการใช้งานในการเดินทางไกลได้บ้างเป็นครั้งเป็นคราว

มันเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตครอบครัว หรือลูกยังเล็ก จนเรียกว่า เป็นรถที่คนขยับจากเก๋งชื่นชอบไม่น้อย ด้วยราคาที่สมเหตุสมผลเป็นมิตรต่อรายจ่ายมากขึ้น ไม่แพงจนเกินงามนัก

ทริปนี้ เรานั่งโดยสาร 4 คน พร้อมสัมภาระ เป็นกระเป๋าเดินทางคนละใบติดตัว สำหรับทริปต่างจังหวัด ส่วนใหญ่จะเป็นเป้สะพาย พร้อมคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค

ผมเปิดประตูท้าย ให้ความสบายด้วยไฟฟ้า ก่อนหน้าจะมาถึงผมและเพื่อนร่วมก๊วนที่มานัดเจอกันที่บ้านผม มีสมาชิกในรถแล้ว 2 หน่อ พร้อมกระเป๋าเดินทางคนละใบ เมื่อเราเอากระเป๋าวาง พื้นที่สัมภาระท้ายก็ยังเหลือเฟือ จุได้อีกมาก ถ้าเดินทางหลายวัน มว่า กระเป๋า 24 นิ้วก็ยังไหว

อย่างที่คุณเคยเห็น   Mazda CX-30   มาใช่เลยพื้นที่ตอนหลังมีช่วงวางขาน้อย ตามแนวคิดมาสด้า นั่งหน้าสบาย นั่งหลังทำใจ ภายในสีดำให้ความรู้สึกยิ่งเล็ก โดยเฉพาะเราเองมันคนตัวใหญ่ไซส์หมี มายัดไว้ตรงนี้ รู้สึกอึดอัดเหมือน

นั่งไปสักพักจนถึงจุดนัดพบคาราวาน ผมเริ่มชินกับท่านั่งหลังบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่า พื้นที่วางขาแคบ พนักเบาะหลังค่อนข้างชัน ที่ไม่ชอบเลย คือหัวหมอน ดันคอไปข้างหน้า  จนรู้สึกว่าไม่ค่อยโอเคแน่ ถ้านั่งยาวๆ

ระยะแรกจากบ้านผม มาถึงจุดนัดพบ 40 ก.ม. เรียกว่าพอไหวทำใจได้อยู่ไม่มีปัญหา

หลังนัดแนะเสร็จเราเคลื่อน คาราวาน มาสด้าปันสุข ปลายทางอีกทีคือ จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อทานข้าวกลางวัน ผมขอน้องๆ เปลี่ยนมานั่งโดยสารทางด้านหน้า เนื่องจากเราขายาว โดย เจ้า นัท ที่เป็นไซส์คนไทยตัวเล็ก กับหนิง ที่เป็นร่างคนจีนผอมสูงนั้น กลับนั่งได้สบายไม่มีปัญหา

ผมนั่งโดยสารยาวๆ ในตำแหน่งคนนั่งหน้า ยอมรับว่า มันนั่งสบายไม่น้อย พื้นที่ข้างหน้ามีความใหญ่เดินทางนานๆ ไม่มีปัญหา ตัวเบาะโอบกระชับดีมากนักสบายเป็นที่สุดในสามโลก งานออกแบบภายในห้องโดยสาร โดยส่วนใหญ่เหมือนกับ  Mazda 3  เกือบทั้งหมด

เรานั่งเดินทางยาวๆ เพลินๆ ไปตามถนนสายเอเซีย สิ่งที่ผมสังเกตได้คือ การเก็บเสียงในห้องโดยสารถือว่าดีในระดับน่าพอใจ ถ้าเทียบกับ   CX-5   หรือ   CX-8   แล้ว ยังเป็นรองอยู่มากพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณชอบขับรถเร็วเสียงลม จะรอดมาพอสมควร

เราใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง เศษๆ จาก อยุธยา มายังกำแพงเพชร เข้าทานข้าวกลางวัน ก่อนอกเดินทางต่อไปยังปลายทางเชียงใหม่

ในช่วงที่ 2 นี้ ผมสลับสับเปลี่ยนกลับมานั่งทางด้านหลัง กับนาย เต้ย จาก Autodeft

กลับมานั่งโดยสารตอนหลังผมรู้สึกว่า Mazda CX-30  ไม่เหมาะกับคนตัวใหญ่ไซส์หมีจริงๆ พื้นที่วางขายังเป็นประเด็น ดีที่ช่วงตัวนั่งได้อย่างสบาย พอนั่งไปนานๆ ผมเริ่มไม่ชอบพนักพิงหลังมันหลังตรงตลอดเวลาเดินทาง มิหนำซ้ำ ที่รองคอยังดันคอให้ตั้งตรงไปข้างหน้าเล็กน้อย ยิ่งปรับขึ้นยิ่งดัน เป็นท่านั่งที่หลับยาก หลับไม่ได้ หรือถ้าหลับต้องตั้งสติมีสมาธิในการหลับอย่างยิ่ง

ผมนั้งนานจนเริ่มเคลิ้มพล้อยหลับไป แต่ยังต้องนั่งท่าเดิมตั้งตรงอยู่จะหา ท่าพลิกตะแคงคงยาก ด้วยความเป็นคนตัวใหญ่ไซส์หมี

เมื่อนั่งนานก็ยิ่งสังเกตว่า ช่วงล่างหลังทอร์ชั่นบีมของ  CX-30   ค่อนข้างสะเทือนตึงตังเอาเรื่อง โดยเฉพาะคอสะพาน แถมไม่เป็นมิตรกับหลุมบ่อ ยามเดินทางต่างจังหวัด ยิ่งใช้ความเร็ว ยิ่งกระเทือนกระแทกแรง ตามความเร็วที่ใช้ จนเป็นผม ถ้าเพื่อใช้รถรุ่นนี้ ขอตบตีแย่งชิงพื้นที่ตอนหน้าดีกว่า ถ้าจะเดินทางไกลๆ

จอดปั้ม เข้าห้องนำ ไม่นานเราจะเข้าลำปาง แล้วก็มาถึงตาผมที่จะต้องมาขับเจ้าอเนกประสงค์น้องใหม่คันนี้กันบ้าง

ที่จริงผมผ่านมือเจ้า Mazda CX-30  มาพอสมควร หลังจากผ่านทริป พิษณุโลก-ขอนแก่นเมื่อต้นปี

เดินทางไกลแบบนี้สำคัญ ไม่พ้นเรื่องพละกำลังการขับขี่  Mazda CX-30   มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร รุ่นใหม่ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด 213 นิวตันเมตร ขับง่ายด้วยเกียร์ออโต้ 6 สปีด

แม้จะดูไม่เยอะมากมายนัก หากในความเป็นจริงมันเร่งได้ดีน่าประทับใจ แม้ว่าจะนั่งเต็มคัน สัมภาระเต็มท้ายรถ ก็ยังตอบสนองการขับขี่ได้ดีจังหวะเร่งแซง เหยียบคันเร่งลงไป ไปอย่างพริ้วแม้จะนั่งเต็มคันตาม

พอเปลี่ยนมาขับผมยังคงยืนยันว่า รถรุ่นนี้ขับดีน่าประทับใจ ด้วยพวงมาลัยที่มีความเฉียบคม และ ช่วงล่างแน่นหนึบด้านหน้าอาการกระเด้งตึงไม่มากเท่าด้านหลัง จนกลายเป็นรถที่ผมรู้สึกประหลาดในการวิศวกรรมในอเนกประสงค์คันนี้

คันเร่งแบบ Organ Type   ช่วยให้การเร่งวางเท้าผู้ขับขี่สบายไม่เมื่อยเมื่อขับนานๆ รวมถึงเบาะนั่งขนาดใหญ่ปรับไฟฟ้า ให้ท่านั่งละเอียดยังมีที่ดันหลังในตัวทำให้นั่งสบายได้สรีระที่ถูกต้องเวลาขับไกลๆ ไม่เมื่อยตัวปวดหลังเมื่อขับขี่

Mazda CX-30

ไม่นานมาถึงช่วงเวลาแห่งความสนุก ขุนตาล ถนน 3 เลนทางเขาที่ต้องผ่าไปยังลำพูน ก่อนเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ ด้วยความไม่มานาน เพิ่งทราบว่าขยายเป็น 3 เลนหมดแล้ว แถมทางปูนใหม่กิ๊ปปรับปรุงมุมโค้งหลายจุดที่เคยสุ่มเสี่ยงอันตราย

มาสด้า กับทางแบบนี้เรียกว่าเป็นของคู่กัน  Jinba Ittai  ให้คุณเป็นหนึ่งเดียวกับรถ รู้สึกได้ถึงการควบคุมไม่ว่าจะเดินคันเร่ง ตวัดพวงมาลัย รถตอบสนองได้ดี ทางโค้งเยอะๆ แบบ นี้ ต้องขอบคุณระบบ  G Vectoring Plus  ช่วยลดแรงเหวี่ยงขณะเข้าโค้งได้ดี การใช้งานคุรต้องเดินคันเร่งในโค้งไปด้วย ถ้าไม่เดินคันเร่ง ระบบก็จะไม่ทำงาน เป็นเงื่อนไขที่บางคนอาจไม่ทราบมาก่อน

รถจับโค้งดีมาก หน้าจิกเข้าโค้งราวอย่างรู้ใจ  ไม่ว่าโค้งใหญ่ดค้งเล็กพิชิตได้หมด ช่วงล่างเอาอยู่สบายๆ ไม่ว่าจะบินเข้าโค้ง หรือ ขับแบบผู้ดี ก็มั่นใจได้ดี เรื่อง ทอร์ชั่นบัม สร้างแรงเหวี่ยงในโค้งไม่มีอาการให้เห้น มันถูกคุมด้วยระบบ  G Vectoring Plus คนขับอย่างผม สนุกสนานกับทางแบบนี้มาก แต่คนนั่งเริ่มทำหน้าแอบเซงๆ ก็ไม่น่าแปลกใจนัก

ในที่สุดเราถึงเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ เตรียมทำหนา้ที่ในมาสด้า คาราวานปันสุขในวันรุ่งขึ้น การเดินทางไกลๆแบบนี้ ทำให้ผมสรุปว่า   Mazda CX-30   เป็นรถที่เดินทางไกลได้ แต่ถ้าคุณต้องมีเพื่อนนั่งมาด้วยกัน 4 /5 คน แบบทริปวันนี้มันไม่เหมาะเท่าไร

คุณอาจโดนคนนั่งหลังบ่น เพราะ เบาะนั่งหลัง นั่งชันหลังตรง ผมว่าจะยิ่งมีปัญหากับผู้ใหญ่ คนสูงอายุแน่ๆ ส่วนตัวผมมองว่าระยะทาง 200-300 ก.ม. ถือว่ากำลังดี มันไม่ใช่รถเดินทางไกลมากๆ  CX-5 / CX-8  อาจะเหมาะกว่า ถ้าต้องการเดินทางไกลๆ ขับหรือนั่งนานๆ

ที่นั่งตอนหลังคนตัวใหญ่นั่งได้ แต่ไม่ใช่นั่งนานๆ พื้นที่วางขาเป็นประเด็น มันอาจไม่ใช่เรืองใหญ่กับคนตัวเล็กไซส์สเมิร์ฟหญิงไทย หรือ ถ้าคุณมีลูกเล็กวัย 6-10 ขวบ น่าจะยังไม่เป็นปัญหานัก รวมถึงช่วงล่างหลังทอร์ชั่นบีม ทำให้มันตึงตังนั่งไม่สบายบนแผ่นหลังนัก โดยเฉพาะถนนเมืองไทยมีหลุมบ่อเยอะกว่าญี่ปุ่นรือทางยุโรปมาก

เรื่องการขับขี่มีดีกรีความเป็นมาสด้าครบเครื่องขับสนุกเร้าใจตลอดการเดินทาง และแน่นอนดีไซน์ที่สวยงามโฉบเฉี่ยวเตะตา โดยเฉพาะสาวๆ

ในมุมผมมองว่า  Mazda CX-30 เป็นอเนกประสงค์ก้ำกึ่ง การใช้งานในเมือง และเที่ยวต่างจังหวัดในวันว่าง จากการทำงาน อาจเป็นคนทำงานเพิ่งเริ่มครอบครัว แบบนี้ครับเหมาะมากกับเจ้าอเนกประสงค์คันนี้ 



Comments

comments